ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๔ · หน้า ๒๙๔ · ข้อ 300
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จงสร้างนครตรงนี้ เมื่อเขาสร้างนครเสร็จ โดยสวัสดีแล้ว ย่อมได้รับลาภ สักการะอย่างใหญ่ จากราชสกุล ฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ก็ฉันนั้น ทรงใคร่ครวญถึงเสนาสนะอันเหมาะแก่พระโยคาวจรแล้วทรงชี้ว่า เสนาสนะ ตรงนี้ พระโยคาวจรควรประกอบกัมมัฏฐานเนือง ๆ ต่อแต่นั้น พระโยคีเจริญ กัมมัฏฐานเนือง ๆ ในเสนาสนะนั้น ได้บรรลุพระอรหัตตามลำดับย่อมทรงได้ รับสักการะอย่างใหญ่ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นผู้ตรัสรู้เอง โดยชอบ จริงหนอ.

ก็ภิกษุนี้ท่านกล่าวว่า เป็นเช่นเดียวกับเสือเหลือง. เหมือนอย่างพระยา เสือเหลืองขนาดใหญ่อาศัยพงหญ้าป่าชัฏ หรือเทือกเขาในป่า ซ่อนตัวคอยจับ หมู่มฤค มีกระบือป่า ละมัง หมูป่า เป็นต้น ฉันใด ภิกษุนี้ผู้มีเพียรประกอบ เนือง ๆ ซึ่งกัมมัฏฐานในป่าเป็นต้น ย่อมถือเอาซึ่งมรรค ๔ และอริยผล ๔ ได้

ตามลำดับฉันนั้นเหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น พระโบราณาจารย์จึงกล่าวว่า.

ยถาปิ ทีปิโก นาม นิลียิตฺวา คณฺหตี มิเค

ตเถวายํ พุทฺธปุตฺโต ยุตฺตโยโค วิปสฺสโก

อรญฺํ ปวิสิตฺวาน คณฺหติ ผลมุตฺตมํ

อันเสือเหลืองซ่อนตัวคอยจับหมู่

มฤคฉันใด ภิกษุผู้เป็นพุทธบุตรนี้ก็ฉันนั้น

เหมือนกัน เข้าไปสู่ป่าแล้ว ประกอบ.

ความเพียร เป็นผู้มีปัญญาเห็นแจ้ง (เจริญ

วิปัสสนา) ย่อมถือไว้ได้ซึ่งผลอันสูงสุด

ได้.

เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงเสนาสนะป่า อัน เป็นภูมิที่เหมาะแก่ชวนปัญญา อันเป็นเครื่องบากบั่นของพระโยคาวจรนั้น จึงตรัสว่า อรญฺคโตวา ไปป่าก็ดี เป็นต้น.