ว่าด้วยการค้นหาชีวะโจรอีกเรื่องหนึ่ง
[๓๑๖] พระยาปายาสิ. ท่านกัสสปกล่าวอย่างนี้ก็จริง ถึงอย่างนั้น ในข้อนี้ ข้าพเจ้ายังยืนยันความเห็นที่ว่าแม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่นไม่มี สัตว์ผุด- เกิดไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี.
พระกุมารกัสสป. ท่านพระยา ยังมีปริยายที่ยืนยันความเห็นของ
ท่านพระยาอีกหรือ มีปริยายเหมือนอย่างไรเล่า.
พระยาปายาสิ. มีซิ ท่านกัสสป เจ้าหน้าที่ของข้าพเจ้าจับโจรผู้กระ-
ทำผิดมาแสดงแก่ข้าพเจ้า และขอให้ข้าพเจ้าสั่งลงโทษ ข้าพเจ้าก็สั่งเจ้าหน้าที่ ให้เฉือนผิวหนังของโจรนั้นด้วยหมายจะดูชีวะของมัน ก็ไม่เห็น ให้เฉือนหนัง เฉือนเอ็น เฉือนกระดูก เฉือนเยื่อในกระดูก ก็ไม่เห็นชีวะของมันเลย. ท่าน- กัสสป ปริยายนี้นี่แล เป็นเครื่องยืนยันความเห็นของข้าพเจ้าที่ว่า แม้เพราะ เหตุนี้ โลกอื่นไม่มี สัตว์ผุดเกิดไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี.
อุปมาด้วยชฏิลบำเรอไฟ
[๓๑๗] พระกุมารกัสสป. ท่านพระยา ถ้าอย่างนั้น อาตมาจัก อุปมาให้ฟัง ด้วยว่าวิญญูชนบางพวกในโลกนี้ ย่อมเข้าใจอรรถของคำภาษิต
ได้ด้วยข้ออุปมา. ท่านพระยา เรื่องเคยมีมาแล้ว. ชฏิลผู้บำเรอไฟผู้หนึ่ง อาศัย
อยู่ ณ กุฏีมุงใบไม้ ใกล้ชายป่า. ครั้งนั้น ชนบทแห่งหนึ่งกลายเป็นที่พักของ หมู่เกวียน ไปเสียแล้ว. หมู่เกวียนนั้นพักแรมอยู่คืนหนึ่ง ใกล้ ๆ อาศรมของ
ชฏิลผู้บำเรอไฟนั้นแล้วก็ไป. ชฏิลนั้นคิดว่า ถ้ากระไร เราจะเข้าไปยังที่หมู่
เกวียนพักอยู่ อาจพบอุปกรณ์บางอย่างในที่นั้นก็ได้. ชฏิลนั้นลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ เข้าไปยังที่ ๆ หมู่เกวียนพักอยู่ ก็พบกุมารเล็ก ยังสดใสนอนหงายอยู่