นั้น ครั้นแล้วจึงคิดว่าคูถแห้งที่เขาทิ้งไว้นี้มากพอจะเป็นอาหารของสุกรของเรา ได้ อย่ากระนั้นเลย เราจะขนคูถแห้งไปจากบ้านนี้ ดังนี้แล้วก็คลี่ผ้าห่มลง เอาคูถแห้งใส่แล้วผูกเป็นห่อยกเทินไว้บนศีรษะ ออกเดินไป. ในระหว่างทาง
เกิดเมฆฝนที่มิใช่ฤดูกาลตกลงมาห่าใหญ่. เขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคูถตลอดถึง
ปลายเล็บเขาเอาห่อคูถซึ่งล้นไหลเดินไปเรื่อย ๆ พวกผู้คนเห็นเขาก็พากันพูดว่า พ่อคุณเจ้านี่เป็นบ้าหรือ เสียจิตไปแล้วหรือ เจ้าเปรอะเปื้อนด้วยคูถจนถึงปลาย เล็บ ยังจะนำห่อคูถที่ไหลเลอะไปอีก. เขาก็ตอบไปบ้างว่า พวกเจ้านะซิเป็น บ้าหรือเสียจิต ก็นี่มัน เป็นอาหารสุกรของข้านี่นา. ท่านพระยา ก็ข้ออุปมานั้น ฉันใด แม้ข้ออุปมัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ท่านพระยาน่าจะรู้ตัวว่า ท่านเหมือน คนเทินห่อคูถ ท่านพระยาโปรดสละความเห็นชั่วนั้นเสียเถิด ท่านพระยาโปรด สละความเห็นซั่วนั้นเสียเถิดขอความเห็นชั่วนั้นอย่าได้มีแก่ท่านพระยา เพื่อสิ่ง ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ตลอดกาลนานเลย.
[๓๒๒] พระยาปายาสิ. ท่านกัสสปกล่าวอย่างนั้นก็จริง ถึงอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่อาจสละความเห็นชั่วนี้ได้ดอก ทั้งพระเจ้าปเสนทิโกศล ทั้งพระราชา ภายนอก ย่อมรู้ว่าพระยาปายาสิ มีวาทะมีความเห็นอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่นไม่มี สัตว์ผุดเกิดไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี. ท่าน- กัสสป ถ้าหากข้าพเจ้าจักสละความเห็นชั่วนี้เสียไซร้ ทั้งพระเจ้าปเสนทิโกศล ทั้งพระราชาภายนอก ก็จักว่ากล่าวเอาแก่ข้าพเจ้าว่าพระยาปายาสิ ช่างเขลา ไม่ ฉลาด ยึดถือความเห็นแต่ที่ชั่วดังนี้ ข้าพเจ้าก็จักใช้ทิฏฐินั้นด้วยความโกรธบ้าง ด้วยความลบหลู่บ้าง ด้วยความตีเสมอบ้าง.
อุปมาด้วยนักเลงสะกา
[๓๒๓] พระกุมารกัสสป. ท่านพระยา ถ้าอย่านั้นอาตมาจักอุปมา ให้ฟัง ด้วยว่า วิญญูชนบางพวกในโลกนี้ ย่อมเข้าใจอรรถของคำภาษิตด้วยข้อ