ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๔ · หน้า ๒๘๑ · ข้อ 300
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

หากว่าบุคคลมีธรรมประดับแล้ว เป็น

ผู้สงบแล้ว ฝึกแล้ว เป็นคนแน่ เป็น

พรหมจารี เลิกอาชญากรรมในสัตว์ทั้งปวง

พึงประพฤติสม่ำเสมออยู่ไซร้ ผู้นั้นก็ชื่อว่า

พราหมณ์ ผู้นั้นก็ชื่อว่า สมณะ ผู้นั้นก็

ชื่อว่า ภิกษุ ดังนี้.

คำว่า ในกาย คือ ในรูปกาย. จริงแล้ว รูปกายในที่นั้นท่านประสงค์ เอาว่า กาย เพราะอรรถว่า เป็นที่รวมแห่งอวัยวะน้อยใหญ่ และธรรมทั้งหลายมี ผม เป็นต้น เหมือนตัวของช้างตัวของรถเป็นต้น. ที่ชื่อว่ากายเพราะอรรถว่า เป็นที่รวมฉันใด ที่ชื่อว่ากาย เพราะอรรถว่าเป็นแหล่งที่มาของสิ่งที่น่ารังเกียจ

ฉันนั้น. จริงแล้ว กายนั้น เป็นแหล่งที่มาของสิ่งน่ารังเกียจ คือน่าเกียจอย่างยิ่ง

แม้เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่ากาย. คำว่าเป็นแหล่งที่มา คือเป็นถิ่นเกิด ใจความของคำ

ในคำว่า เป็นแหล่งที่มานั้น มีดังนี้ ธรรมชาติทั้งหลายมาแต่กายนั้น เหตุนั้น กายนั้นจึงชื่อว่า เป็นแหล่งที่มา. อะไรมา. สิ่งอันน่าเกลียดทั้งหลายมีผมเป็นต้น

ย่อมมา. ชื่อว่า อายะ เพราะเป็นแหล่งมาแห่งสิ่งน่าเกลียดทั้งหลาย ด้วย

ประการฉะนี้. คำว่า พิจารณาเห็นกาย หมายความว่า มีปกติพิจารณา

เห็นในกาย หรือพิจารณาเห็นกาย. พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้จะตรัสว่า ในกาย แล้ว บัณฑิตพึงทราบว่าทรงกระทำศัพท์ว่ากาย ครั้งที่สองว่า พิจารณาเห็น กายอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรงแสดงการกำหนด และการแยกออกจากก้อนเป็นต้น

โดยไม่ปนกัน. ภิกษุพิจารณาเห็นเวทนาในกาย หรือพิจารณาเห็นจิตในกาย

หรือพิจารณาเห็นธรรมในกายหามิได้ ที่แท้พิจารณาเห็นกายในกายต่างหาก เพราะฉะนั้น จึงเป็นอันทรงแสดงการกำหนดไม่ปนกัน ด้วยทรงแสดงอาการ