ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๔ · หน้า ๔๐๓ · ข้อ 330
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

นั้นคลอดบุตร เช่นกับหล่อด้วยแท่งทองคำ. พระเจ้าปเสนทิโกศลโปรดให้

รับทารกนั้นมาชุบเลี้ยง. พระราชทานนามว่ากัสสป ต่อมา ทรงเลี้ยง

กัสสปเติบโตพอแล้ว จึงทรงนำไปฝากไว้ยังสำนักพระศาสดาให้บรรพชา คน ทั้งหลายจึงจำหมาย เรียกท่านว่า กุมารกัสสป เพราะเป็นบุตรเลี้ยงของพระราชา

ด้วยประการฉะนี้. วันหนึ่ง ท่านกระทำสมณธรรมอยู่ที่ป่าอันธวัน เทวดา

ผู้หวังดี จึงให้ท่านเรียนปัญหาแล้วบอกให้ท่านไปทูลถามปัญหาเหล่านี้กะพระ-

ผู้มีพระภาคเจ้า. พระเถระทูลถามปัญหาแล้วก็บรรลุพระอรหัต ตอนจบการ

วิสัชนาปัญหา. แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงสถาปนาท่านไว้ในตำแหน่ง

เอตทัคคะ เป็นยอดของภิกษุผู้กล่าวธรรมได้วิจิตร.

คำว่า เสตพฺยา เป็นชื่อของนครนั้น. คำว่า อุตฺตเรน เสตพฺยํ คือ ทิศด้านเหนือของเสตัพยนคร. คำว่า ราชญฺโ คือเจ้าผู้มิได้รับมุรธาภิเษก. คำว่า ทิฏฺิคตํ ก็คือ ทิฏฐิ ความเห็นนั่นเอง. เมื่อมีคำที่กล่าวกันว่า คูถคตํ มุตฺตคตํ ดังนี้ ของสิ่งอื่นนอกจากคูถเป็นต้น ย่อมไม่มี ฉัน ใด ทิฏฐินั่นแล ก็คือ ทิฏฐิคตะฉันนั้น. คำว่า แม้เพราะเหตุนี้ จึงไม่มี ดังนี้ ความว่า พระยาปายาสิกล่าวว่า ถึงจะอ้างเหตุนั้นๆ อย่างนี้ โลกอื่น ฯลฯ ก็ไม่มี. คำว่า ปุรา ฯเปฯ สญฺาเปติ ความว่า ยังเข้าใจกันไม่ได้เพียงใด.

คำว่า อิเม โภ กสฺสป จนฺทิมสุริยา ความว่า นัยว่า พระยาปายาสิ นั้นถูกพระเถระถามแล้ว คิดว่า สมณะผู้นี้นำเอาพระจันทร์พระอาทิตย์มาอุปมา ก่อน จักเป็นผู้ที่คนอื่นครอบงำไว้ไม่ได้ด้วยปัญญา เช่นเดียวกับพระจันทร์ พระอาทิตย์ ก็ถ้าเราจักตอบว่า พระจันทร์พระอาทิตย์มีอยู่ในโลกนี้ สมณะผู้นี้ ก็จักทำให้เราตื่นด้วยปัญหากรรมเป็นต้นว่า พระจันทร์พระอาทิตย์เหล่านั้น อาศัยอะไร กว้างยาวเท่าไร สูงเท่าไร เราก็ไม่สามารถจะผูกเธอไว้ได้ จัก ตอบเธอว่า มีอยู่ในโลกอื่นเท่านั้น เพราะฉะนั้น พระยาปายาสิ จึงกล่าว