ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๘ · หน้า ๓๒ · ข้อ 1
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แล้ว มีวรรณะงาม. พรหมท่านก็เรียกว่าเทวดาเหมือนกัน ได้ในบาลี เป็นต้นว่า ตา เทวตา สตฺตสตา อุฬารา พฺรหฺมวิมานา อภินิกฺขมิตฺวา เทวดา ๗๐๐ องค์ เหล่านั้นโอฬารออกจากวิมานพรหม. เทพธิดาก็ เรียกว่าเทวดา ได้ในบาลีเป็นต้นว่า

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺสิ เทวเต

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธิ วิย ตารกา

ดูก่อนเทวดา ท่านมีวรรณะงาม ส่องสว่างไป

ทุกทิศ ดังดาวประกายพรึก.

แม้ในที่นี้ ก็พึงเห็นว่าเป็นเทพธิดาอย่างเดียว.

บทว่า อตฺตมนา ได้แก่ มีใจยินดีแล้ว มีใจถูกปีติและโสมนัสจับ

แล้ว. จริงอยู่ จิตอันไปกับปีติและโสมนัส ก็เป็นเหมือนถูกปีติและโสม-

นัสนั้นจับไว้เป็นของตน เพราะโทมนัสไม่มีโอกาส. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อตฺตมนา ได้แก่ มีใจเป็นของตน. จริงอยู่ จิตอันประกอบด้วยปีติและ โสมนัสอันไม่มีโทษ ได้รับการที่กล่าวว่า เป็นของตนในบัดนี้คือปัจจุบัน และยังจะได้รับการที่จะกล่าวว่า เป็นของตน เพราะนำประโยชน์เกื้อกูล และสุขมาให้แก่ผู้พร้อมด้วยปีติและโสมนัสนั้น ในเวลาต่อไป คืออนาคต. จิตนอกนี้หาได้ไม่.

บทว่า โมคฺคลฺลาเนน ความว่า พระมหาเถระองค์นั้น รู้จักกันว่า โมคคัลลานะ โดยโคตร เพราะท่านเป็นบุตรของพราหมณ์มหาศาล

โมคคัลลานโคตร. อันท่านโมคคัลลานะรูปนั้น [ ถามแล้ว ]. บทว่า

ปุจฺฉิตา ได้แก่ ถามโดยทิฏฐสังสันทนาปุจฉา คือถามเทียบถึงสิ่งที่เห็น ๆ

กันอยู่แล้ว. ประกอบความว่า เทวดาองค์นั้นดีใจตอบปัญหา. ก็เทวดา