บทว่า เนกฺขมฺมโปโณ ได้แก่ น้อมไปในพระนิพพาน. บทว่า จริสฺสติ พฺรหฺมจริยํ ความว่า จักบวชประพฤติศาสนพรหมจรรย์.
บทว่า เลสกปฺเปน ได้แก่ ใช้เลศที่เหมาะ. บทว่า น จ โวหเรยฺย ความว่า ไม่พึงเปล่งคำพูด ด้วยอำนาจมายาสาไถย. บทว่า ธมฺเม ิโต กินฺติ ลเภถ ทุกฺขํ ความว่า ผู้ตั้งอยู่ในธรรม คือผู้ประพฤติธรรม ประพฤติสม่ำเสมอ โดยนัยที่กล่าวแล้วอย่างนี้ จะพึงได้ คือพึงถึงความ ทุกข์ อย่างไร คือด้วยประการไร.
บทว่า ตํ การณา ได้แก่ อุบาสกนั้นเป็นนิมิต คือเพราะเหตุ
แห่งอุบาสกนั้น. บทว่า ปาตุกโตมฺหิ อตฺตนา ความว่า ข้าพเจ้าเอง
นี่แหละ ได้ปรากฏตัวแก่ท่านทั้งหลาย ปาฐะว่า อตฺตานํ ก็มี ความว่า
ข้าพเจ้าได้ทำตนของข้าพเจ้าให้ปรากฏแก่ท่านทั้งหลาย. บทว่า ตสฺมา
ความว่า เพราะเหตุที่ข้าพเจ้าประพฤติอ่อนน้อมซึ่งพระธรรม เมื่อรักษา พระธรรมนั้น ก็ชื่อว่ารักษาพวกท่านด้วย ฉะนั้น พวกท่านจงเห็น พระธรรม คือจงตรวจดูพระธรรมเท่านั้นว่าควรประพฤติ. บทว่า อญฺตฺร เตนหิ ภสฺมิ ภเวถ ความว่า ถ้าท่านทั้งหลายเว้นอุบาสกนั้นพากันมา ก็จะกลายเป็นผู้ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อาศัย ถึงความเป็นเถ้าถ่านในทะเลทรายนี้. บทว่า ขิปฺปมาเนน ได้แก่ ทอดทิ้ง เย้ยหยัน บีบคั้นอยู่อย่างนี้. บทว่า ลหุํ แปลว่า ทำได้ง่าย. บทว่า ปเรน แปลว่า ยิ่ง อีกอย่างหนึ่ง แปลว่า ผู้อื่น เพราะเหตุนั้น การคบสัตบุรุษจึงเป็นสุขแท้แล อธิบายว่า ผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในขันติและโสรัจจะ ถึงถูกใคร ๆ ว่ากล่าวอะไร ๆ ก็ไม่ โต้ตอบ.
พวกพ่อค้าประสงค์จะทราบว่า อุบาสกที่เทพบุตรกล่าวถึงทั่วไป