ทรงสดับดังนั้นแล้ว ตรัสว่า พ่อจักสร้างเมืองใหม่ให้เจ้า เจ้าควรอยู่ใน เมืองนั้น พระกุมารก็ไม่ปรารถนา เมื่อพระราชาตรัสว่า พ่อจักส่งไปอยู่ ในสำนักพระราชาสหายของพ่อดังนี้ ก็ไม่ทรงเห็นด้วยแม้ข้อนั้น กราบทูล อยู่อย่างเดียวว่า ข้าแต่เทวะ ข้าพระองค์จักไปป่า พระราชาสวมกอดพระ- โอรส จุมพิตที่พระเศียรตรัสว่า เมื่อพ่อล่วงลับไปแล้ว เจ้าจงมาครอง ราชสมบัติในนครนี้ ทรงปล่อยไปแล้ว.
พระกุมารนั้นเข้าป่าอาศัยพวกพรานอยู่ วันหนึ่งไปล่าเนื้อ เทพบุตร องค์หนึ่งเป็นสหายที่ประเสริฐในครั้งที่เขาเป็นสมณะ จำแลงรูปเป็นเนื้อ มาล่อเขาด้วยความหวังดี วิ่งไปใกล้ที่อยู่ของท่านพระมหากัจจายนะแล้ว หายไป พระกุมารนั้นคิดจักจับเนื้อตัวนี้ในบัดนี้ จึงวิ่งเข้าไปถึงที่อยู่ของ พระเถระ ไม่เห็นเนื้อ เห็นแต่พระเถระนั่งอยู่นอกบรรณศาลา จึงได้ยืน กั้นปลายลูกธนูในที่ใกล้พระเถระนั้น พระเถระแลดูเขา ทราบเรื่องที่เป็น ไปของเขาทั้งหมดตั้งแต่ต้น เมื่อจะอนุเคราะห์ ทำเป็นไม่รู้ เมื่อทำการ สงเคราะห์ได้ถามว่า
ท่านสอดธนูไว้มั่น ยืนจ้องธนูไม้แก่นอยู่ ท่าน
เป็นกษัตริย์ หรือราชกุมาร หรือเป็นพรานป่า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทฬฺหธมฺมา แปลว่า สอดธนูไว้มั่น ธนูที่ใช้สองพันแรงคน ท่านเรียกว่าสอดธนูไว้มั่น และที่ว่าธนูที่ใช้ สองพันแรงคน ได้แก่ธนูที่เมื่อยกขึ้น น้ำหนักแห่งหัวโลหะเป็นต้นที่ผูก ไว้ที่สาย จับคันธนูยกขึ้นพันดินชั่วแค่ลูกธนู. บทว่า นิสารสฺส ได้แก่ ธนูของต้นไม้ที่มีแก่นดียิ่ง คือมีแก่นดีเลิศ อธิบายว่า ธนูที่ทำด้วยไม้แก่น.