เสื่อมเสียแล้ว ยืนอดสูใจอยู่. พระราชาทรงพระดำริว่า วันก่อนมาณพนี้นำ ผลมะม่วงมาให้เราในท่ามกลางบริษัททีเดียว ให้ฝนคือผลมะม่วงร่วงหล่น พรั่งพรูเหมือนฝนลูกเห็บตก บัดนี้ ยืนเหมือนแข็งทื่อ เหตุอะไรกันเล่าหนอ เมื่อจะทรงถามเขาจึงตรัสพระคาถาว่า ิ ดูก่อนท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เมื่อก่อนท่าน
ได้นำผลมะม่วงทั้งเล็กทั้งใหญ่มาให้เรา ดูก่อนพราหมณ์
บัดนี้ ผลไม้ทั้งหลายย่อมไม่ปรากฏด้วยมนต์เหล่านั้น
ของท่านเลย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาหาสิ แปลว่า นำมาแล้ว. บทว่า ทุมปฺผลานิ แปลว่า ผลแห่งต้นไม้.
มาณพฟังพระดำรัสนั้นแล้ว คิดว่า ถ้าเราจักทูลว่า วันนี้ข้าพระพุทธเจ้า จักถือเอาผลไม้มาถวายมิได้ พระราชาจักกริ้วเรา เราจักลวงพระองค์ด้วย มุสาวาทจึงทูลคาถาที่ ๒ ว่า
ข้าพระบาทกำลังคำนวณคลองแห่งนักขัตฤกษ์
จนเห็นขณะและครู่ ด้วยมนต์ก่อน ครั้นได้ฤกษ์และ
ยามดีแล้ว จักนำผลมะม่วงเป็นอันมากมาถวายพระองค์
เป็นแน่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อทฺธา หริสฺสํ อมฺพผลํ ความว่า เราจักนำผลมะม่วงมาแน่แท้.
พระราชา ทรงพระดำริว่า มาณพนี้ในเวลาอื่น ไม่พูดถึงคลองแห่ง นักขัตฤกษ์เลย นี้มันเรื่องอะไรกันเล่า เมื่อจะตรัสถาม ได้ทรงภาษิตคาถา ๒ คาถาว่า