ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๐ · หน้า ๓๕๙ · ข้อ 1882
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

คืน ขอท่านจงให้ทาน ในท่านที่มีอาชญาอันวางแล้ว

และจงเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าแล้วด้วย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตวสฺสมมฺหิ ได้แก่ ในนิเวศน์ของท่าน.

พราหมณ์ได้ฟังดังนั้นแล้ว ดีใจเมื่อจะเปล่งอุทาน จึงกล่าวคาถาว่า

วันนี้ สง่าราศีเกิดขึ้นแก่เราแล้ว ที่เราได้เห็น

ท่านผู้เป็นยอดแห่งฝูงนก เพราะได้ฟังคำสุภาษิตของ

นกแขกเต้า เราจักทำบุญให้มาก.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ลกฺขี ได้แก่ สิริก็มี บุญก็มี ปัญญาก็มี.

พระมหาสัตว์ได้คืนไร่ประมาณ ๑,๐๐๐ กรีสที่พราหมณ์ให้แก่ตนเสีย ของรับไว้เพียง ๘ กรีสเท่านั้น. พราหมณ์จึงจารึกหลักมอบไร่แก่พระมหาสัตว์ แล้วบูชาด้วยของหอมและดอกไม้เป็นต้น ขอสมาเสร็จส่งไปด้วยคำว่า เชิญไป เถิด นายเอ๋ย โปรดปลอบบิดามารดาผู้กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่เถิด. พญานก แขกเต้านั้นดีใจคาบรวงข้าวสาลีไปวางไว้ข้างหน้ามารดาบิดา พลางกล่าวว่า คุณพ่อคุณแม่ขอรับ เชิญลุกขึ้นเถิด. มารดาบิดาทั้งสองของพญานกแขกเต้านั้น

พากันลุกขึ้นหัวเราะได้ทั้งน้ำตา. ทันใดนั้นฝูงนกแขกเต้าประชุมกัน ถามว่า

ท่านผู้ประเสริฐ ท่านรอดได้อย่างไรขอรับ. ท่านเล่าเรื่องทั้งหมดแก่พวกนั้น

โดยพิสดาร. แม้ท่านโกสิยะฟังโอวาทของพญานกแขกเต้าแล้ว ตั้งแต่บัดนั้น

ก็เริ่มตั้งมหาทานแต่สมณพราหมณ์ผู้ทรงธรรม.

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศความนั้น จึงตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า

โกสิยพราหมณ์นั้น มีใจเบิกบานร่าเริงผ่องใส

จัดแจงข้าวและน้ำไว้แล้ว เลี้ยงดูสมณะและพราหมณ์

ทั้งหลาย ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำ.