ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๐ · หน้า ๔๗๕ · ข้อ 1989
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ตั้งชื่อให้ว่า ตัจฉกสุกร. มันได้เป็นอุปการะแก่เขา เอาจะงอยปากพลิกไม้ให้ ก็ได้ เอาเส้นบรรทัดพันจมูกลากไปให้ก็ได้ เอาปากคาบขวานสิ่วค้อนมาให้ก็ได้. มันพ่วงพีมีกำลังมาก มีร่างกายใหญ่. ฝ่ายช่างไม้เล่า รักมันเหมือนลูก คิดว่า เมื่อมันอยู่ที่นี่เรื่อยไป คงมีใครข่มเหงมันได้เป็นแน่ เลยปล่อยเสียในป่า. มันคิดว่า ในป่านี้เราไม่อาจอยู่ลำพังผู้เดียวได้ จำต้องเที่ยวค้นหาหมู่ญาติให้ได้ แล้วอยู่มีหมู่ญาติแวดล้อม เที่ยวเสาะหาฝูงหมูไปในป่าชัฏ พบหมูเป็นอันมาก แล้วดีใจ กล่าวคาถา ๓ คาถาว่า

ข้าพเจ้าเที่ยวแสวงหาหมู่ญาติใด ตามภูเขาและ

ราวป่าทั้งหลาย ค้นหาหมู่ญาติมากมาย หมู่ญาตินั้น

เราพบแล้ว รากไม้และผลไม้นี้ ก็มีมากมาย อนึ่ง

ภักษาหารนี้ก็มิใช่น้อย ทั้งห้วยละหานนี้ก็น่ารื่นรมย์

คงเป็นที่อยู่สุขสบาย ข้าพเจ้าจักขออยู่กับญาติทั้งมวล

ในที่นี้แหละ จักเป็นผู้ขวนขวายน้อย ไม่มีความระแวง

ภัย ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยเทสมานา ความว่า ข้าพเจ้าเที่ยว

แสวงหาหมู่ญาติใด. บทว่า อนฺเวสํ ความว่า เที่ยวค้นหาตลอดกาลนานหนอ.

บทว่า เตเม ตัดเป็น เต เม ญาติเหล่านั้นเราพบแล้ว. บทว่า ภิกฺโข ความว่า อนึ่ง ภักษาหารกล่าวคือ รากไม้และผลาผล นั้นนั่นแล. บทว่า อปฺโปสฺสุกฺโก ความว่า เป็นผู้มีความขวนขวายน้อย.

พวกสุกรได้ฟังคำของมันแล้ว พากันกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า

ดูก่อนตัจฉะ เจ้าจงไปหาที่ซ่อนเร้นแห่งอื่นเถิด

ในที่นี้ศัตรูของพวกเรามีอยู่ มันมาในที่นี้แล้วก็ฆ่าหมู่

แต่ล้วนตัวที่อ้วนพีเสีย.