ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๐ · หน้า ๓๑๐ · ข้อ 1838
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปชฺชุนฺนนาถา ความว่า สัตว์เลี้ยงมีหญ้า เป็นอาหาร ชื่อว่ามีเมฆฝนเป็นที่พึ่ง. บทว่า ปสุนาถา อยํ ปชา ความว่า ประชาคือมนุษย์นี้ อาศัยโครส ๕ ชื่อว่าผู้มีปศุสัตว์เป็นที่พึ่งเป็นหลักอาศัย. บทว่า ตฺวํ นาโถสิ ความว่า พระองค์เป็นที่พึ่งของข้าพระองค์. บทว่า อมฺหนาถา มม ภริยา ความว่า ข้าพระองค์ก็เป็นที่พึ่งของภรรยานั้น. บทว่า ทวินฺนมญฺ- ตรํ ตฺวา มุตฺโต คจฺเฉยฺย ปพฺพตํ ความว่า ในระหว่างข้าพระองค์ ทั้งคู่ ตัวหนึ่งต้องรู้ว่าตัวหนึ่งตายแล้ว ตนเองรอดตายแล้ว จึงไปสู่หิมพานต์ ภายหลัง คือเมื่อข้าพระองค์ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่ ย่อมไม่ทอดทิ้งกัน เพราะฉะนั้น แม้มาตรว่าพระองค์ทรงประสงค์จะส่งกินรีนี้ไปสู่หิมพานต์ โปรดฆ่าข้าพระองค์ เสียก่อนส่งนางไปภายหลัง.

ก็แล กินนรครั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงว่า ข้าแต่พระ- มหาราชเจ้า ข้าพระบาททั้งสอง ใช่จะนิ่งเสียเพราะปรารถนาจะขัดพระดำรัส ของพระองค์ก็หามิได้ แต่เพราะเห็นโทษของการพูดมาก จึงมิได้กราบทูลสนอง พระบัญชา กล่าวคาถา ๒ คาถานี้ว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน ความนินทา

ทั้งหลายมิใช่จะหลีกให้พ้นไปโดยง่ายเลย ชนทั้งหลาย

มีฉันทะต่าง ๆ กัน ซึ่งควรจะส้องเสพ คนหนึ่งได้รับ

การสรรเสริญด้วยธรรมข้อใด คนอื่นได้ความนินทา

ด้วยคุณธรรมข้อนั้นเอง.

โลกทั้งปวงมีจิตยิ่งด้วยจิตของคนอื่น โลกทั้งปวง

ชื่อว่า มีจิตในจิตของตน สัตว์ทั้งปวงที่เป็นปุถุชน

ต่างก็มีจิตใจต่างกัน สัตว์ทั้งปวงในโลกนี้ ไม่พึงเป็น

ไปในอำนาจแห่งจิตของใคร.