ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๐ · หน้า ๔๖๕ · ข้อ 1974
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอตฺเถว เต นีหตา ความว่า ถ้าพระจันทร์ พระอาทิตย์สถิตอยู่ในเทวโลก มิใช่สถิตอยู่ในมนุษยโลก และถ้าพระจันทร์ พระอาทิตย์เหล่านั้นเป็นเทวดา มิใช่เป็นมนุษย์เลยไซร้ ตอนนี้เอง คือในการ พยากรณ์เพียงเท่านี้ สมณพราหมณ์เหล่านั้น ที่เป็นผู้ใกล้ชิดตระกูลของท่าน เป็นพวกมีวาทะเลว ๆ เป็นอันถูกท่านกำจัดเสียแล้ว. บทว่า อเหตุกา ความว่า สมณพราหมณ์พวกใดมีวาทะอย่างนี้ว่า กรรมอันเป็นตัวเหตุแห่งความผุดผ่อง และความเศร้าหมองไม่มี ชื่อว่าพวกไม่มีเหตุ. บทว่า ทตฺตุปญฺตฺตํ ความว่า และพวกที่กล่าวถึงทานว่า คนโง่ ๆ พากันบัญญัติไว้.

เมื่อพระมหาสัตว์กล่าวเรื่อย ๆ ไป เขากำหนดได้แล้วกล่าวคาถาว่า

คำของท่านนี้เป็นคำจริงแท้ทีเดียว ไฉนทานจะ

ไม่พึงมีผลเล่า ผลของกรรมดีกรรมชั่วก็เหมือนกัน

ไฉนจะไม่มีผล อนึ่ง ทานนี้จะว่าคนโง่บัญญัติขึ้น

อย่างไรได้ ดูก่อนพญายูง ข้าพเจ้าจะทำอย่างไร จะทำ

อะไร ประพฤติอะไร เสพสมาคมอะไร ด้วยตบะคุณ

อะไร อย่างไรจึงจะต้องไม่ไปตกนรก ขอท่านจงบอก

เนื้อความนี้แก่ข้าพเจ้าเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทตฺตุปญฺตฺตญฺจความว่า ทานชื่อว่า อันคนเซอะบัญญัติแล้ว พึงมีผลอย่างไร. บทว่า กถงฺกโร ความว่า กระทำ

กรรมไฉน. บทว่า กินฺติกโร ความว่า เพราะเหตุไร เมื่อเราทำกรรม จึง

ไม่ไปสู่นรก. คำนอกนี้ เป็นไวพจน์ของคำนั้นนั่นแล.

พระมหาสัตว์ฟังคำนั้นแล้ว ดำริว่า ถ้าเราจักไม่กล่าวแก้ปัญหานี้ โลกมนุษย์จักเกิดเป็นดุจว่างเปล่า เราจักกล่าวความที่สมณพราหมณ์ผู้ทรง ธรรมมีอยู่ในโลกมนุษย์นั่นเองแก่เขา ได้ภาษิตสองคาถาว่า