ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๐ · หน้า ๓๖๘ · ข้อ 1890
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระราชบุตรเอ๋ย มารดาของท่านจงได้รับสนองความ

โศกในดวงหทัยของข้าผู้เพ่งมองดูกินนรผู้สามีนี้ ชายา

ของท่านจงได้รับสนองความโศกในดวงหทัยของข้าผู้

เพ่งมองดูกินนรผู้สามีนี้ พระราชบุตรเอ๋ย ท่านได้ฆ่า

กินนรผู้ไม่ประทุษร้าย เพราะความรักใคร่ในเรา ขอ

มารดาของท่านอย่าได้พบเห็นบุตรและสามีเลย ท่าน

ได้ฆ่ากินนรีผู้ไม่ประทุษร้าย เพราะความรักใคร่ในเรา

ขอชายาของท่านจงอย่าได้พบเห็นบุตรและสามีเลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วรากิยา แปลว่า ผู้กำพร้า. บทว่า ปฏิมุจฺจตุ ได้แก่ จงกลับได้ คือถูกต้องบรรลุ. บทว่า มยฺหํ กามาหิ ได้แก่ เพราะความรักใคร่ในฉัน.

พระราชาเมื่อจะตรัสปลอบนางผู้ยืนร่ำไห้เหนือยอดภูเขาด้วย ๕ คาถา จึงตรัสคาถาว่า

ดูก่อนนางจันทา ผู้มีนัยน์ตาเบิกบานดังดอกไม้

ในป่า เธออย่าร้องไห้ไปเลย เธอจักได้เป็นอัครมเหสี

ของฉันมีเหล่านารีในราชสกุลบูชา.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จนฺเท ความว่า เพราะได้สดับชื่อของ พระโพธิสัตว์เวลาคร่ำครวญ จึงได้ตรัสอย่างนั้น. บทว่า วนติมิรมตฺตกฺขิ แปลว่า ผู้มีนัยน์ตาเสมอด้วยดอกไม้ที่มืดมัวในป่า. บทว่า ปูชิตา ความว่า เธอจะได้เป็นอัครมเหสีผู้เป็นหัวหน้าของบรรดาหญิง ๑๖,๐๐๐ คน.

นางจันทากินรี ฟังคำของท้าวเธอแล้วกล่าวว่า ท่านพูดอะไร เมื่อจะ บันลือสีหนาทจึงกล่าวคาถาต่อไปว่า