ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๙ · หน้า ๕๐๐ · ข้อ 556
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ในบทมีอาทิว่า นวหากาเรหิ ด้วยอาการ ๙ พึงทราบว่าท่านแสดง ด้วยความรู้ยิ่ง เพราะพระบาลีว่า สพฺพํ ภิกฺขเว อภิญฺเยฺยํ ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย สิ่งควรรู้ยิ่งทั้งปวงเป็นอาทิ ด้วยความกำหนดรู้ เพราะความปรากฏ แห่งญาติปริญญาในสัจจะ ในสัจจะนี้แม้แยกกันในความกำหนดรู้ทุกข์ ใน การละสมุทัย ในการเจริญมรรค ในการทำให้แจ้งนิโรธ ด้วยการละ เพราะ ปรากฏการละด้วยเห็นอริยสัจ ๔ ด้วยการเจริญ เพราะปรากฏการเจริญอริยสัจ ๔ ด้วยทำให้แจ้ง เพราะปรากฏการทำให้แจ้งอริยสัจ ๔.

ในบทมีอาทิว่า นวหากาเรหิ ตถฏฺเน ด้วยความเป็นของแท้ ด้วยอาการ ๙ ท่านประกอบตามนัยที่กล่าวแล้วครั้งแรกนั่นเอง. ในบทมีอาทิว่า ทฺวาทสหิ อากาเรหิ ด้วยอาการ ๒ ความเป็นของแท้เป็นต้น มีความ

ดังกล่าวแล้วในญาณกถา. พึงทราบการประกอบตามนัยดังกล่าวแล้วแม้ในนิเทศ

แห่งอาการเหล่านั้น.

ในบทมีอาทิว่า สจฺจานํ กติ ลกฺขณานิ สัจจะมีลักษณะเท่าไร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแยกลักษณะ ๖ ที่ควรกล่าวต่อไปเป็นสองส่วน คือ เป็นสังขตะและอสังขตะ แล้วตรัสว่า เทฺว ลกฺขณานิ มีลักษณะ ๒ ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า สงฺขตลกฺขณญฺจ อสงฺขตลกฺขณญฺจ สังขตลักษณะ และอสังขตลักษณะ คือ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสสังขตลักษณะและอสังขต- ลักษณะไว้อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓ เหล่านี้ คือ ความเกิดปรากฏ ความเสื่อมปรากฏ เมื่อตั้งอยู่ความแปรเป็นอย่างอื่น ปรากฏ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะของอสังขตธรรม ๓ เหล่านี้ คือ ความเกิดไม่ปรากฏ ความเสื่อมไม่ปรากฏ เมื่อตั้งอยู่ความแปรเป็นอย่างอื่น ไม่ปรากฏ ดังนี้ แต่สังขตธรรมไม่ใช่ลักษณะ ลักษณะไม่ใช่สังขตธรรม.