ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๙ · หน้า ๖๒๐ · ข้อ 632
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สหคตกิเลเส จ ขนฺเธ จ น กมฺปติ จิตไม่หวั่นไหวใจกิเลสอัน สหรคตด้วยอุทธัจจะและในขันธ์ และบทมีอาทิว่า อวิชฺชาสหคตกิเลเส จ ขนฺเธ จ น กมฺปติ จิตไม่หวั่นไหวในกิเลสอันสหรคตด้วยอวิชชาและ ในขันธ์ เพื่อให้เห็นถึงลักษณะของสมถพละ และวิปัสสนาพละ.

พึงทราบวินิจฉัยในเสกขพละ และอเสกขพละดังต่อไปนี้. บทว่า สมฺมาทิฏฺึ สิกฺขตีติ เสกฺขพลํ ชื่อว่า เสกขพละเพราะพระเสกขะยังต้อง ศึกษาสัมมาทิฏฐิ ความว่า ชื่อพระเสกขะเพราะพระเสกขบุคคลยังต้องศึกษา สัมมาทิฏฐิ ชื่อว่าเสกขพละ เพราะสัมมาทิฏฐินั้นนั่นแหละ เป็นกำลังของ

พระเสกขะนั้น. บทว่า ตตฺถ สิกฺขิตตฺตา อเสกฺขพลํ ชื่อว่า อเสกขพละ

เพราะพระอเสกขะศึกษาในสัมมาทิฏฐิเป็นต้นนั้นเสร็จแล้ว ความว่า ชื่อว่าพระ- อเสกขะ เพราะพระอเสกขบุคคลไม่ต้องศึกษา เพราะสัมมาทิฏฐินั้นพระอเสกข- บุคคลศึกษาแล้ว ชื่อว่า อเสกขพละ เพราะสัมมาทิฏฐินั้นนั่นแหละเป็น

กำลังของพระอเสขะนั้น. ในสัมมาสังกัปปะเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า สมฺมาาณํ สัมมาญาณ คือ ปัจจเวกขณญาณ (ญาณเป็น เครื่องพิจารณา). จริงอยู่ แม้ญาณนั้นเป็นโลกิยะก็เป็นเสกขพละ เพราะพระ-

เสกขะยังต้องประพฤติอยู่. ท่านกล่าวว่า อเสกขพละเพราะพระอเสกขะไม่ต้อง

ประพฤติแล้ว. บทว่า สมฺมาวิมุตฺติ สัมมาวิมุตติ คือ ธรรมสัมปยุตด้วยผล

ที่เหลือ เว้นองค์แห่งมรรค ๘ แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า วิมุตติที่เหลือ เว้นโลกุตรวิมุตติเป็นสัมมาวิมุตติ ความว่า สัมมาวิมุตตินั้นเป็นเสกขพละ และอเสกขพละมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล ญาณพละแม้ทั้งหมดมีในขีณาสวพละ. บทว่า ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน อันภิกษุขีณาสพ เป็นฉัฏฐีวิภัตติลงในอรรถ