ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๙ · หน้า ๖๑ · ข้อ 361
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เมื่อไม่มีการยึดถือทิฏฐิในเวทนาต่างหากกัน ก็ยึดถือโดยถือเป็นอันเดียวกันว่า เวทนา เพราะเวทนาทั้งปวงหยั่งลงในภายใน จึงเป็นอันถือเอาต่างหากกัน เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านประกอบไว้ต่างหากกัน. เพราะปุถุชนนั้น ย่อมถือเวทนานั่นแลว่าเป็นตัวตน เพราะเวทนาเป็นของหยาบด้วยอำนาจการ เสวย.

บทว่า สญฺํ สงฺขาเร วิญฺาณํ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ ปุถุชนย่อมเห็น สัญญา สังขาร วิญญาณ รูป โดยความเป็นตน ความว่า ทำอรูปธรรม มีสัญญาเป็นต้น และรูปรวมกันแล้วเห็นว่าเป็นตัวตน เพราะ ปุถุชนย่อมถือตามที่ปรากฏ ดุจคนบ้าฉะนั้น.

ในบทมีอาทิว่า จกฺขุสมฺผสฺสชํ สญฺํ มีอธิบายว่า ปุถุชนย่อม ถือสัญญาว่าเป็นตัวตน เพราะสัญญาปรากฏ ด้วยอำนาจแห่งการรู้พร้อม. บท ที่เหลือพึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วในเวทนา.

ในบทมีอาทิว่า จกฺขุสมฺผสฺสชํ เจตนํ มีอธิบายว่า ท่านแสดงถึง เจตนาเท่านั้น เพราะเจตนาเป็นประธานและปรากฏในธรรมทั้งหลาย อันเนื่อง

ด้วยสังขารขันธ์. แม้ขันธ์นอกนี้ก็เป็นอันว่าท่านแสดงด้วยเจตนานั้น. ส่วนปุถุชน

นั้นย่อมถือเจตนาว่าเป็นตัวตน เพราะปรากฏด้วยความเป็นเจตสิก. บทที่เหลือ มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

ในบทมีอาทิว่า จกฺขุวิญฺาณํ มีอธิบายว่า ปุถุชนย่อมถือจิตว่าเป็น ตัวตน เพราะจิตปรากฏด้วยอำนาจแห่งการรู้แจ้ง. บทที่เหลือแม้ในที่นี้ก็มีนัยดัง กล่าวแล้วนั่นแล.

จบอรรถกถาอัตตานุทิฏฐินิเทศ