ธัมมสังคณี
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๕ · หน้า ๒๕๑ · ข้อ 16
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็กิเลสทั้งหลายอันบุคคลใดข่มไว้แล้ว กุศลญาณสัมปยุตจิตของบุคคล นั้น เมื่อเกิดก็อาศัยความที่คนเป็นผู้ห่างไกลจากกิเลสเกิดขึ้น. สมดังที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

โยคา เว ชายเต ภูริ อาโยคา ภูริ สงฺขโย

เอตํ ทฺวิธา ปถํ ตฺวา ภวาย วิภวาย จ

ตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ.

ภูริปัญญาย่อมเกิดเพราะการประกอบ

แล ความเสื่อมสิ้นไปแห่งภูริปัญญาย่อม

เกิดเพราะการไม่ประกอบ บัณฑิตรู้ทาง

สองแพร่ง แห่งความเจริญและความเสื่อม

นี้แล้ว พึงตั้งตนไว้โดยอาการที่ปัญญาเพียง

ดังแผ่นดิน (ภูริปัญญา) จะเจริญขึ้นเถิด.

บัณฑิตพึงทราบความที่กุศลจิตเป็นญาณสัมปยุตโดยเหตุเหล่านี้ คือ โดยกรรม โดยความเกิดขึ้น โดยความแก่รอบแห่งอินทรีย์ และโดยความ เป็นผู้ห่างไกลจากกิเลส ด้วยประการนี้.

อีกอย่างหนึ่ง ธรรม ๗ อย่าง ย่อมเป็นไปเพราะอาศัยธรรมวิจย- สัมโพชฌงค์ คือ

๑. ความสอบถาม (ปริปุจฺฉกตา)

๒. การทำวัตถุภายในและภายนอกให้สะอาด (วตฺถุวิสทกิริยา)

๓. การปรับอินทรีย์ให้เสมอกัน (อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา)

๔. การเว้นบุคคลผู้ทรามปัญญา (ทุปฺปญฺปุคฺคลปริวชฺชนตา)

๕. การคบผู้มีปัญญา (ปญฺวนฺตปุคฺคลเสวนตา)