ก็กิเลสทั้งหลายอันบุคคลใดข่มไว้แล้ว กุศลญาณสัมปยุตจิตของบุคคล นั้น เมื่อเกิดก็อาศัยความที่คนเป็นผู้ห่างไกลจากกิเลสเกิดขึ้น. สมดังที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
โยคา เว ชายเต ภูริ อาโยคา ภูริ สงฺขโย
เอตํ ทฺวิธา ปถํ ตฺวา ภวาย วิภวาย จ
ตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ.
ภูริปัญญาย่อมเกิดเพราะการประกอบ
แล ความเสื่อมสิ้นไปแห่งภูริปัญญาย่อม
เกิดเพราะการไม่ประกอบ บัณฑิตรู้ทาง
สองแพร่ง แห่งความเจริญและความเสื่อม
นี้แล้ว พึงตั้งตนไว้โดยอาการที่ปัญญาเพียง
ดังแผ่นดิน (ภูริปัญญา) จะเจริญขึ้นเถิด.
บัณฑิตพึงทราบความที่กุศลจิตเป็นญาณสัมปยุตโดยเหตุเหล่านี้ คือ โดยกรรม โดยความเกิดขึ้น โดยความแก่รอบแห่งอินทรีย์ และโดยความ เป็นผู้ห่างไกลจากกิเลส ด้วยประการนี้.
อีกอย่างหนึ่ง ธรรม ๗ อย่าง ย่อมเป็นไปเพราะอาศัยธรรมวิจย- สัมโพชฌงค์ คือ
๑. ความสอบถาม (ปริปุจฺฉกตา)
๒. การทำวัตถุภายในและภายนอกให้สะอาด (วตฺถุวิสทกิริยา)
๓. การปรับอินทรีย์ให้เสมอกัน (อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา)
๔. การเว้นบุคคลผู้ทรามปัญญา (ทุปฺปญฺปุคฺคลปริวชฺชนตา)
๕. การคบผู้มีปัญญา (ปญฺวนฺตปุคฺคลเสวนตา)