ธัมมสังคณี
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๕ · หน้า ๕๑ · ข้อ 1
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บัดนี้ บัณฑิตพึงทราบคัมภีรภาพแม้ทั้ง ๔ อย่าง ในปิฎกทั้ง ๓ เหล่านี้ และปิฎกทีเดียว เพราะในปิฎกเหล่านั้น ธรรมหรืออรรถใดๆ หรือเทศนาซึ่ง ส่องเนื้อความนั้น ๆ โดยประการที่ควรรู้เนื้อความซึ่งตรงต่อญาณของผู้ฟังโดย ประการนั้น ๆ ก็หรือว่า การแทงตลอด กล่าวคือการหยั่งลงสู่ธรรมอันไม่วิปริต ในปิฎกทั้ง ๓ เหล่านั้นอันใด หรือความที่ธรรมเหล่านั้น ๆ ซึ่งมีสภาพไม่วิปริต กล่าวคือกำหนดได้อันพึงแทงตลอด ธรรมทั้งหมดนั้น คนมีปัญญาน้อยไม่ สร้างกุศลสมภารไว้หยั่งลงได้โดยยาก ทั้งจะเป็นที่พึงก็ไม่ได้เปรียบเหมือน มหาสมุทร สัตว์เล็กมีกระต่ายเป็นต้น หยั่งให้ถึงได้ยาก ทั้งจะเป็นที่พึ่งไม่ ได้ฉะนั้น.

ก็ด้วยคำมีประมาณเท่านี้ ย่อมเป็นอันข้าพเจ้ากล่าวถึงเนื้อความคาถา นี้ว่า

บัณฑิตพึงแสดงประเภทเทศนา

ศาสนะ กถา สิกขา ปหานะ และคัมภีรภาพ

ในปิฎกทั้ง ๓ เหล่านี้ ตามสมควร ด้วย

ประการฉะนี้.

แต่ในคาถานี้ว่า

ภิกษุย่อมบรรลุประเภทปริยัติ สมบัติ

และแม้วิบัติอันใด ในปิฎกใด โดยประการ

ใด พึงเจริญเนื้อความแม้นั้นทั้งหมด โดย

ประการนั้น ดังนี้.

บัณฑิตพึงเห็นความแตกต่างกันแห่งปริยัติ ๓ อย่างในพระไตรปิฎก ทั้ง ๓ ดังต่อไปนี้.