อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๘ · หน้า ๒๙๙ · ข้อ 92
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สฬายตนะดับผัสสะจึงดับ เพราะผัสสะดับเวทนาจึงดับ เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ เพราะตัณหาดับอุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับภพจึงดับ เพราะภพดับชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วย อาการอย่างนั้น ญายธรรมที่เป็นอริยะนี้ อันอริยสาวกนั้นเห็นแจ้งแทง ตลอดด้วยปัญญา.

ดูก่อนคฤหบดี เพราะเหตุที่อริยสาวกระงับภัยเวร ๕ ประการนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยองค์เครื่องบทลุกระแสนิพพาน ๔ ประการนี้ และเป็น ผู้เห็นแจ้งแทงตลอดญายธรรมที่เป็นอริยะด้วยปัญญา อริยสาวกนั้นเมื่อหวัง อยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยได้ว่า เรามีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดดิรัจฉานสิ้น แล้ว มีปิตติวิสัยสิ้นแล้ว มีอบาย ทุคติและวินิบาตสิ้นแล้ว เราเป็นพระ- โสดาบัน มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในภายหน้า.

จบเวรสูตรที่ ๒

อรรถกถาเวรสูตรที่ ๒

เวรสูตรที่ ๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า ภยานิ ได้แก่ ภัยคือความสะดุ้งแห่งจิต. บทว่า เวรานิ ได้แก่ อกุศลเวรและบุคคลเวร. บทว่า อริโย จสฺส าโย ได้แก่ มรรค

พร้อมกับวิปัสสนา. บทว่า อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ ความว่า เมื่อเหตุ

มีอวิชชาเป็นต้นนี้ มีอยู่อย่างนั้น ผลมีสังขารเป็นต้นจึงมี. บทว่า อิมสฺสุปฺ- ปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ ความว่า สหชาตปัจจัยอันใดมีอยู่ เพราะความ เกิดขึ้นแห่งสหชาตปัจจัยนั้น ผลนอกนี้ ชื่อว่าย่อมเกิด. บทว่า อิมสฺมึ อสฺสติ ความว่า เมื่อเหตุมีอวิชชาเป็นต้นไม่มี ผลมีสังขารเป็นต้นต้นก็ไม่มี.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้