กีฏาคิริสูตร: บุคคล ๗ จำพวกและการฝึกไปตามลำดับ
กีฏาคิริสุตฺตํภิกษุที่กีฏาคิรีไม่ยอมเลิกฉันในเวลากลางคืน พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าสุขเวทนาบางอย่างควรละ บางอย่างควรเจริญ ทรงแสดงบ…
กิเลสทุกํ
กิเลสทุกะไล่ให้เห็นว่ากิเลสแต่ละตัวเกิดพร้อมกับกิเลสตัวไหน โลภะมาได้ทั้งกับทิฏฐิหรือกับมานะ แต่ในรายการไม่มีกลุ่มที่มีทั้งสองพร้อมกัน โทสะมาโดยไม่มีทิฏฐิหรือมานะ และความไม่ละอายกับความไม่เกรงกลัวต่อบาปมีอยู่ในทุกกลุ่ม
ในปัฏฐาน พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔๓ มีหมวดคู่ชื่อกิเลสทุกะ แบ่งธรรมเป็นธรรมที่เป็นกิเลสกับธรรมที่ไม่ใช่กิเลส กิเลสที่ตัวบทเอ่ยชื่อในหมวดนี้มีสิบ คือโลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ (ความไม่ละอายต่อบาป) และอโนตตัปปะ (ความไม่เกรงกลัวต่อบาป)
จุดเด่นของหมวดนี้อยู่ที่ต้นปฏิจจวาร ตัวบทไล่ทีละกลุ่มว่ากิเลสใดเกิดโดยอาศัยกิเลสใด เช่น โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ หรือโมหะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยวิจิกิจฉา รายการนี้เหมือนแผนที่ว่ากิเลสชนิดไหนมาด้วยกันได้
ส่วนในปัญหาวาร ตัวบทกล่าวว่ากิเลสที่เกิดก่อนเป็นปัจจัยแก่กิเลสที่เกิดหลัง และยกตัวอย่างว่ายินดีในฌานแล้วราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา หรืออุทธัจจะเกิดขึ้น
ปฏิจจวารเปิดด้วยประโยคว่า ธรรมที่เป็นกิเลสอาศัยธรรมที่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย แล้วไล่รายชื่อกลุ่มของกิเลสที่อาศัยโลภะ โทสะ วิจิกิจฉา และอุทธัจจะ จากนั้นจึงต่อด้วยกรณีที่ขันธ์อื่นและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยกิเลส และกิเลสอาศัยขันธ์ที่ไม่ใช่กิเลส ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม
ลองจำชื่อกิเลสสิบตัวนี้ไว้ เวลาใจขุ่น ให้ไล่ดูว่าตอนนี้มีตัวไหนอยู่บ้าง การตั้งชื่อได้ช่วยให้เห็นชัดขึ้น
ตัวบทยกว่าโมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ และอีกกลุ่มหนึ่งเหมือนกันแต่ไม่มีถีนะ ความโลภจึงเกิดพร้อมความเห็นผิดได้ บางครั้งมีความซึมเซาร่วมด้วย บางครั้งไม่มี
สังเกตตอนอยากได้อะไรแล้วหาเหตุผลมารองรับ เช่น ทุกคนก็ทำกัน หรือไม่เป็นไรหรอก เหตุผลแบบนี้มักเป็นความเห็นที่มากับความโลภ
อีกชุดหนึ่งคือโมหะ มานะ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ และชุดเดียวกันที่ไม่มีถีนะ ในรายการนี้ กลุ่มที่อาศัยโลภะมีทิฏฐิหรือมานะอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่มีกลุ่มที่มีทั้งสองพร้อมกัน และยังมีกลุ่มที่อาศัยโลภะโดยไม่มีทั้งทิฏฐิและมานะด้วย
เวลาอยากได้คำชม ตำแหน่ง หรือความสนใจ ให้ดูว่ามีความรู้สึกว่าเราเหนือกว่าหรือด้อยกว่าคนอื่นแฝงอยู่หรือไม่ นั่นคือมานะที่มากับความอยาก
กลุ่มที่อาศัยโทสะมีสองแบบ คือโมหะ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และแบบที่ไม่มีถีนะ ทั้งสองแบบไม่มีทิฏฐิหรือมานะ และในส่วนที่ว่าด้วยอรูปภูมิ ตัวบทระบุว่ากลุ่มที่มีโทสะเป็นมูลไม่มีในอรูปภูมิ
ตอนโกรธ ใจมักขุ่นมัว ซึม หรือกระสับกระส่าย ถ้ารู้ว่ากำลังโกรธ ให้ดูแลอาการเหล่านี้ก่อน เช่น หายใจยาว ๆ หรือเดินสักพัก ก่อนตัดสินใจเรื่องใด
ทุกกลุ่มในรายการมีโมหะ อหิริกะ และอโนตตัปปะ ไม่ว่าจะอาศัยโลภะ โทสะ หรือวิจิกิจฉา แม้กลุ่มที่เล็กที่สุดซึ่งอาศัยอุทธัจจะ ก็ยังมีโมหะ อหิริกะ และอโนตตัปปะ ความไม่ละอายและไม่เกรงกลัวต่อบาปจึงเป็นพื้นร่วมของกิเลสทุกกลุ่มในหมวดนี้
ฝึกหิริโอตตัปปะเป็นนิสัย เช่น ถามตัวเองก่อนทำเรื่องใดว่า ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยต่อคนที่เราเคารพ เราจะรู้สึกอย่างไร คำถามนี้ใช้ได้กับกิเลสทุกชนิด
ตัวบทยกว่าโมหะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยวิจิกิจฉา และในส่วนที่ว่าด้วยการเกิดโดยไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย ตัวบทยกว่าโมหะอาศัยวิจิกิจฉา โมหะอาศัยอุทธัจจะ ความลังเลจึงไม่ได้เป็นแค่การขาดข้อมูล แต่มีความไม่รู้ชัดและความฟุ้งซ่านร่วมอยู่ด้วย
เมื่อลังเลเรื่องที่ตัดสินใจได้แล้ว ให้กำหนดเวลาคิดไว้ชัด ๆ เมื่อครบเวลาก็เลือก แล้วเรียนรู้จากผลแทนการวนคิดไม่จบ
ในอนันตรปัจจัย ตัวบทกล่าวว่ากิเลสที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสที่เกิดหลัง ๆ ในอารัมมณปัจจัย เพราะปรารภกิเลส กิเลสก็เกิดขึ้น และตัวบทยกว่าผู้ที่ยินดีในฌาน ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา หรืออุทธัจจะก็เกิดได้ เมื่อฌานเสื่อม โทมนัสก็เกิดแก่ผู้ที่เดือดร้อนใจ
อย่าให้ความโกรธเรื่องหนึ่งกลายเป็นความโกรธที่ตัวเองโกรธ ถ้ารู้ตัวว่าเพิ่งมีกิเลสเกิด ให้รับรู้แล้ววางลง แทนการด่าตัวเองต่อ
ประโยชน์ของแผนที่นี้คือช่วยให้ไม่มองกิเลสเป็นก้อนเดียว เวลาโลภ อาจมีความเห็นผิดหรือความถือตัวมาด้วย เวลาโกรธ อาจมีความซึมหรือความฟุ้งมาด้วย เมื่อแยกออกเป็นชิ้น ๆ ได้ ก็เลือกได้ว่าจะจัดการชิ้นไหนก่อน
อีกข้อที่ควรสังเกตคือ ความไม่ละอายและไม่เกรงกลัวต่อบาปอยู่ในทุกกลุ่ม ในทางกลับกัน หิริและโอตตัปปะจึงเป็นเครื่องเตือนที่ใช้ได้กับกิเลสทุกชนิด การถามตัวเองว่า ถ้าคนที่เราเคารพเห็นอยู่ เราจะทำแบบนี้ไหม ช่วยได้ทั้งตอนโลภ ตอนโกรธ และตอนลังเล
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ภิกษุที่กีฏาคิรีไม่ยอมเลิกฉันในเวลากลางคืน พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าสุขเวทนาบางอย่างควรละ บางอย่างควรเจริญ ทรงแสดงบ…
ปริวารเรียงเหตุผลของการวางสิกขาบทไว้เป็นคู่ ๆ ตั้งแต่เพื่อความผาสุกของหมู่ เพื่อข่มคนที่ไม่รู้จักละอาย เพื่อป้…
พระเจ้าปเสนทิโกศลเห็นพระสัตตรสวัคคีย์เล่นน้ำในแม่น้ำอจิรวดี พระเจ้าพิมพิสารรอภิกษุอาบน้ำจนค่ำจนประตูเมืองปิด ภ…
ท้าวสักกะติว่าฤๅษีกัณหะผิวดำ กินของดำ อยู่ในที่ดำ ฤๅษีตอบว่าคนไม่ได้ดำเพราะผิว แต่ดำเพราะบาปกรรม เมื่อท้าวสักก…