อาคันตุกวัตรและอาวาสิกวัตร: เป็นแขกที่ดี เป็นเจ้าบ้านที่ดี
ข้อปฏิบัติ

อาคันตุกวัตรและอาวาสิกวัตร: เป็นแขกที่ดี เป็นเจ้าบ้านที่ดี

อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ

มารยาทของพระที่ไปเยือนวัดอื่น พระเจ้าถิ่นผู้ต้อนรับ และพระผู้จะออกเดินทาง ตั้งแต่เข้าวัดอย่างสำรวม ถามกติกาของที่นั้น ดูแลที่พักที่ใช้ร่วมกัน ไปจนถึงการใช้ห้องน้ำตามลำดับผู้มาถึง และคาถาท้ายขันธกะที่ว่าผู้ไม่บำเพ็ญวัตรชื่อว่าไม่บำเพ็ญศีล

๘ ข้อ

ในวัตตขันธกะ จุลวรรค พระวินัยปิฎก พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติวัตร ๑๔ อย่าง ซึ่งเป็นมารยาทและหน้าที่ของภิกษุในสถานการณ์ต่าง ๆ วัตรแรกเกิดขึ้นที่พระเชตวัน เมื่อพระอาคันตุกะบางรูปสวมรองเท้า กั้นร่ม หรือคลุมศีรษะเข้าวัด ล้างเท้าด้วยน้ำดื่ม ไม่ไหว้ภิกษุเจ้าถิ่นที่พรรษามากกว่า และไม่ถามเรื่องที่พัก มีรูปหนึ่งผลักประตูเข้ากุฏิว่างทันที งูตกลงมาที่คอจนร้องลั่น

พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติอาคันตุกวัตร จากนั้นเมื่อพระเจ้าถิ่นไม่ต้อนรับแขก ก็ทรงบัญญัติอาวาสิกวัตร และเมื่อพระที่จะจากไปไม่เก็บของ เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ ไม่มอบหมายที่พัก ก็ทรงบัญญัติคมิกวัตร ในขันธกะเดียวกันยังมีวัตรในโรงฉัน การบิณฑบาต การอยู่ป่า เสนาสนะ เรือนไฟ และวัจจกุฎี ท้ายขันธกะมีคาถาสรุปว่า ผู้ไม่บำเพ็ญวัตรชื่อว่าไม่บำเพ็ญศีล

รายละเอียดหลายอย่างเป็นเรื่องของพระในสมัยนั้น เช่น การเคาะรองเท้าหรือการผึ่งเครื่องนอน แต่หลักคิดใช้ได้ตรง ๆ กับการเป็นแขก การเป็นเจ้าบ้าน และการอยู่ในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกับคนอื่น

  1. ๑

    เข้าอย่างสำรวม ไม่รีบร้อน สาธุกํ อตรมาเนน อาราโม ปวิสิตพฺโพ

    ก่อนเข้าวัด พระอาคันตุกะพึงถอดรองเท้า เคาะแล้วถือต่ำ ๆ ลดร่ม เปิดศีรษะ ลดจีวรจากศีรษะลงไว้ที่บ่า แล้วเข้าไปโดยไม่รีบร้อน สังเกตว่าภิกษุเจ้าถิ่นประชุมกันที่ไหน ไปที่นั่น วางบาตรจีวร นั่งในที่ที่สมควร ถามว่าน้ำไหนสำหรับดื่ม น้ำไหนสำหรับใช้ ถ้าภิกษุเจ้าถิ่นพรรษามากกว่าก็ไหว้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไปบ้านคนอื่นหรือที่ทำงานใหม่ ทำตามธรรมเนียมของที่นั้น ทักทายเจ้าของก่อน และถามก่อนใช้ของ

  2. ๒

    ถามให้รู้กติกาของที่นั้น สงฺฆสฺส กติกสณฺฐานํ ปุจฺฉิตพฺพํ

    พระอาคันตุกะพึงถามว่าที่พักไหนเป็นของตน มีคนอยู่หรือไม่ ถามถึงหมู่บ้านที่ควรไปและไม่ควรไปบิณฑบาต ที่ถ่ายอุจจาระ ที่ถ่ายปัสสาวะ น้ำดื่ม น้ำใช้ ไม้เท้า และกติกาของสงฆ์ว่าควรเข้าออกเวลาใด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ย้ายเข้าหอพัก คอนโด หรือไปพักบ้านเพื่อน ถามเรื่องเวลาเงียบ การทิ้งขยะ ห้องน้ำ และข้อตกลงของที่นั้นตั้งแต่วันแรก ดีกว่าทำผิดแล้วค่อยรู้

  3. ๓

    เข้าห้องที่ไม่มีคนอยู่อย่างระวัง กวาฏํ อาโกเฏตฺวา มุหุตฺตํ อาคเมตฺวา

    ถ้ากุฏิไม่มีใครอยู่ พึงเคาะประตู รอสักครู่ ถอดลิ่ม ผลักบานประตู แล้วยืนดูจากข้างนอกให้ทั่วก่อน ข้อนี้สอดคล้องกับเหตุที่พระอาคันตุกะรูปหนึ่งผลักประตูเข้าไปทันทีจนงูตกใส่คอ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่นเสมอ และเมื่อเปิดห้องที่ปิดไว้นาน เช่นห้องเก็บของหรือบ้านเช่า ให้เปิดไฟและมองให้ทั่วก่อนเดินเข้าไป

  4. ๔

    ถ้าไหว ก็ทำความสะอาด สเจ อุสฺสหติ โสเธตพฺโพ

    ถ้ากุฏิรก เตียงตั่งซ้อนกันอยู่ หรือมีฝุ่นจับ ถ้าสามารถพึงทำความสะอาด ขนของออกไปวางไว้ก่อน ยกเตียงตั่งต่ำ ๆ ไม่ให้ครูดกับบานประตู กวาดหยากไย่จากเพดานลงมา เช็ดกรอบหน้าต่างและมุมห้อง พรมน้ำก่อนกวาดไม่ให้ฝุ่นฟุ้ง ผึ่งแดดเครื่องปูนอนแล้วนำกลับวางที่เดิม ถ้าน้ำดื่มน้ำใช้หมดก็ตักมาไว้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทำความสะอาดจากบนลงล่าง วางของคืนที่เดิม และเติมของใช้ส่วนกลางที่หมด เช่นน้ำดื่มหรือกระดาษทิชชู โดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง

  5. ๕

    เจ้าบ้านต้อนรับก่อนแขกต้องถาม อาสนํ ปญฺญาเปตพฺพํ

    เมื่อเห็นพระอาคันตุกะที่พรรษามากกว่า พระเจ้าถิ่นพึงปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ลุกไปรับบาตรจีวร ถามว่าจะดื่มน้ำหรือใช้น้ำไหม ไหว้ จัดที่พักให้ และบอกข้อมูลที่แขกควรรู้ ทั้งที่พัก ที่บิณฑบาต ห้องน้ำ น้ำดื่มน้ำใช้ และกติกาเวลาเข้าออก ถ้าแขกพรรษาน้อยกว่า ก็นั่งบอกได้ว่าวางบาตรตรงนี้ วางจีวรตรงนี้ นั่งที่นี่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีแขกมาพักหรือมีเพื่อนร่วมงานใหม่ อย่ารอให้เขาถาม เตรียมที่นั่งและน้ำดื่ม แล้วบอกสิ่งจำเป็น เช่น ห้องน้ำอยู่ไหน รหัสไวไฟ หรือเวลาที่ควรเงียบ

  6. ๖

    ก่อนจากไป เก็บและมอบหมาย เสนาสนํ อาปุจฺฉิตพฺพํ

    พระที่จะออกเดินทางพึงเก็บเครื่องไม้เครื่องดิน ปิดประตูหน้าต่าง และบอกมอบที่พักไว้กับภิกษุ ถ้าไม่มีภิกษุก็มอบสามเณร คนวัด หรืออุบาสก ถ้าไม่มีใครเลย ให้ยกเตียงวางบนก้อนหิน ซ้อนเตียงตั่ง กองเครื่องนอนไว้ข้างบน ถ้าหลังคารั่วและสามารถ ก็มุงหรือขวนขวายให้มีคนมุง ถ้าไม่ได้ก็ย้ายของไปไว้ที่ฝนไม่รั่ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนออกจากห้องพัก ห้องประชุม หรือบ้านเช่า เก็บของ ปิดไฟ ปิดหน้าต่าง คืนกุญแจ และแจ้งปัญหาที่พบให้เจ้าของทราบ

  7. ๗

    ใช้ของส่วนรวมโดยนึกถึงคนอื่น อาคตปฏิปาฏิยา

    เดิมภิกษุใช้วัจจกุฎีตามลำดับพรรษา ภิกษุใหม่ที่มาถึงก่อนต้องรอจนกลั้นไม่ไหวและเป็นลม พระพุทธเจ้าทรงห้าม และให้ใช้ตามลำดับผู้มาถึง วัจจกุฎีวัตรยังให้กระแอมก่อนเข้า ไม่รีบร้อน ล้างให้สะอาดเมื่อเลอะ และเติมน้ำเมื่อหมด ส่วนเสนาสนวัตรห้ามเคาะฝุ่นเครื่องนอนใกล้ภิกษุอื่นหรือเหนือลม ให้เคาะใต้ลม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ห้องน้ำ ไมโครเวฟ หรือเครื่องซักผ้าส่วนกลาง ใช้ตามคิวที่มาถึง ไม่ใช่ตามตำแหน่ง ใช้เสร็จแล้วเช็ดให้สะอาด และสะบัดผ้าหรือปัดฝุ่นในที่ที่ไม่ปลิวใส่คนอื่น

  8. ๘

    วัตรเป็นฐานของศีล วตฺตํ อปริปูเรนฺโต น สีลํ ปริปูรติ

    คาถาท้ายวัตตขันธกะว่า ผู้ไม่บำเพ็ญวัตรชื่อว่าไม่บำเพ็ญศีล ผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ย่อมไม่ได้จิตตั้งมั่น ผู้มีจิตฟุ้งซ่านย่อมไม่เห็นธรรมโดยชอบ ส่วนผู้บำเพ็ญวัตรชื่อว่าบำเพ็ญศีล ย่อมได้จิตตั้งมั่น เห็นธรรม และพ้นจากทุกข์ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    มารยาทเล็ก ๆ ที่ทำจนเป็นนิสัยช่วยให้ใจสงบได้จริง เพราะลดเรื่องกระทบกระทั่งกับคนรอบข้าง และฝึกให้ใส่ใจสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หอพัก คอนโด ออฟฟิศ บ้านญาติ หรือที่พักระหว่างเดินทาง ล้วนเป็นพื้นที่ที่เราใช้ร่วมกับคนอื่น ความขัดแย้งเล็ก ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ถามกติกา ไม่เก็บของ หรือไม่นึกถึงคนที่จะใช้ต่อ

วัตรเหล่านี้ชวนให้คิดสองด้าน เมื่อเป็นแขก ให้เข้าอย่างสำรวม ถาม และดูแลที่ที่ได้ใช้ เมื่อเป็นเจ้าบ้าน อย่ารอให้แขกถาม ให้ต้อนรับและบอกสิ่งจำเป็นเอง เมื่อจะจากไป ให้ทิ้งที่นั้นไว้ในสภาพที่คนต่อไปใช้ได้ทันที

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้