อนาถปิณฑิโกวาทสูตร: ธรรมสำหรับผู้ป่วยหนัก
ใช้ในชีวิตประจำวัน

อนาถปิณฑิโกวาทสูตร: ธรรมสำหรับผู้ป่วยหนัก

อนาถปิณฺฑิโกวาทสุตฺตํ

สิ่งที่พระสารีบุตรกล่าวกับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีขณะป่วยหนักใกล้สิ้นชีวิต — ไม่ยึดสิ่งใดในโลกว่าเป็นของเรา และระลึกถึงคุณธรรมที่มีอยู่ในตน

๕ ข้อ

ในอนาถปิณฑิโกวาทสูตร มัชฌิมนิกาย ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีผู้สร้างพระเชตวันป่วยหนัก ทุกขเวทนาแรงกล้า พระสารีบุตรกับพระอานนท์ไปเยี่ยม พระสารีบุตรแสดงธรรมว่า ท่านพึงศึกษาว่า เราจักไม่ยึดมั่นตา และวิญญาณของเราจักไม่อาศัยตา แล้วไล่ไปทีละอย่าง ทั้งอายตนะภายใน อารมณ์ภายนอก วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ธาตุ ขันธ์ อรูปฌาน โลกนี้ โลกหน้า และสิ่งที่เห็น ได้ยิน ทราบ รู้ แสวงหา และตรึกตรองด้วยใจ

ท่านอนาถบิณฑิกะร้องไห้ และกล่าวว่าตลอดเวลาที่อุปัฏฐากพระศาสดาไม่เคยได้ฟังธรรมเช่นนี้ พระสารีบุตรตอบว่าธรรมเช่นนี้ไม่ได้แสดงแก่คฤหัสถ์ ท่านจึงขอให้แสดงแก่คฤหัสถ์ด้วย เพราะคฤหัสถ์ที่มีธุลีในตาน้อยก็มีอยู่ หลังจากนั้นไม่นานท่านสิ้นชีวิตและไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต

ในโสตาปัตติสังยุต มีอีกครั้งหนึ่งที่ท่านป่วยหนัก พระสารีบุตรให้ท่านระลึกถึงความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย ศีลที่บริสุทธิ์ และองค์มรรคที่ถูกต้องซึ่งมีอยู่ในตน ทุกขเวทนาของท่านสงบลงทันที

  1. ๑

    ไม่ยึดอายตนะภายใน น จกฺขุํ อุปาทิยิสฺสามิ

    ศึกษาว่า เราจักไม่ยึดมั่นตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และวิญญาณของเราจักไม่อาศัยสิ่งเหล่านั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อร่างกายอ่อนแอลงจนประสาทสัมผัสไม่เหมือนเดิม ให้ค่อย ๆ วางความต้องการให้มันกลับมาเป็นเหมือนเก่า

  2. ๒

    ไม่ยึดอารมณ์ภายนอกและความรู้สึก น รูปํ อุปาทิยิสฺสามิ

    ไม่ยึดมั่นรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ รวมถึงผัสสะและเวทนาที่เกิดขึ้นทางอายตนะทั้งหก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความเจ็บปวดเป็นเวทนาที่เกิดแล้วดับ สลับกับช่วงที่เบาลง ให้รู้ช่วงเบานั้นด้วย ไม่ใช่รู้แต่ช่วงเจ็บ

  3. ๓

    ไม่ยึดขันธ์และธาตุ น รูปํ ... น วิญฺญาณํ อุปาทิยิสฺสามิ

    ไม่ยึดมั่นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ วิญญาณ และขันธ์ทั้งห้าว่าเป็นของเรา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สำหรับผู้ที่คุ้นกับการภาวนา การเห็นร่างกายเป็นธาตุที่กำลังคืนสู่ธรรมชาติช่วยคลายความกลัวได้ อ่านคู่กับหน้านกุลปิตาสูตร

  4. ๔

    ไม่ยึดโลกนี้และโลกหน้า น อิธโลกํ น ปรโลกํ อุปาทิยิสฺสามิ

    ไม่ยึดมั่นโลกนี้ ไม่ยึดมั่นโลกหน้า และไม่ยึดมั่นสิ่งที่เห็น ได้ยิน ทราบ รู้แจ้ง แสวงหา และตรึกตรองด้วยใจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในช่วงท้าย ช่วยผู้ป่วยวางเรื่องที่ยังห่วง เช่น บอกว่าเรื่องในบ้านจะมีคนดูแลต่อ ใจที่ไม่ห่วงจะสงบลงได้มาก

  5. ๕

    ระลึกถึงคุณธรรมที่มีอยู่ในตน พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาโท

    พระสารีบุตรให้ท่านอนาถบิณฑิกะระลึกว่าท่านมีความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย มีศีลที่พระอริยะชอบใจ และมีองค์มรรคที่ถูกต้อง เมื่อระลึกเช่นนี้ ทุกขเวทนาของท่านสงบลงทันที

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สำหรับผู้ป่วยทั่วไป ข้อนี้ใช้ได้ง่ายที่สุด ช่วยเล่าให้ท่านฟังถึงความดีที่ท่านทำมาตลอดชีวิต อ่านคู่กับหน้าองค์คุณของพระโสดาบัน ๔

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หน้านี้มีไว้สำหรับคนที่ดูแลผู้ป่วยหนักหรือผู้ที่ใกล้สิ้นชีวิต และสำหรับตัวเราเองเมื่อถึงวันนั้น พระสูตรให้แนวทางสองแบบที่ใช้ได้ตามจริตของผู้ป่วย

แบบแรกคือช่วยให้ผู้ป่วยระลึกถึงความดีที่ทำมาตลอดชีวิต ศีลที่รักษา ทานที่ให้ ศรัทธาที่มี ซึ่งช่วยให้ใจสงบได้จริง แบบที่สองสำหรับผู้ที่ปฏิบัติมามาก คือการค่อย ๆ วางความยึดในร่างกาย ความรู้สึก และโลกทั้งปวง ทั้งสองแบบใช้คู่กับการดูแลทางการแพทย์ ไม่ได้ใช้แทน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เถรคาถาเรื่องมานะและความโกรธ: ลดตัวลง ใจก็มั่นคง

ปหีนมานสฺส อนาสวสฺส

คาถาของพระเถระเจ็ดรูปเรื่องความถือตัวและความโกรธ ตั้งแต่การถ่อมตนเมื่อคนอื่นยกตน มานะที่หลอกให้ใจไม่ตั้งมั่น ค…

อุรุเวลกัสสปะ: ชฎิลผู้คิดว่าตนเป็นพระอรหันต์

น เตฺวว จ โข อรหา ยถา อหนฺติ

ชฎิลบูชาไฟผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ห้าร้อยเห็นฤทธิ์ของพระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังคิดทุกครั้งว่า "แต่ก็ไม่…

สุนทริกภารทวาชสูตร: อย่าถามชาติ จงถามความประพฤติ

สุนฺทริกภารทฺวาชสุตฺตํ

พราหมณ์ผู้บูชาไฟจะถวายข้าวปายาสที่เหลือจากพิธี แต่กลับถามถึงชาติของพระพุทธเจ้าก่อน พระองค์ตรัสว่าอย่าถามชาติ จ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้