ทานเล็ก ใจใหญ่: อปทานว่าด้วยของถวายเล็กน้อย
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทานเล็ก ใจใหญ่: อปทานว่าด้วยของถวายเล็กน้อย

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ

รวมอปทานสั้น ๆ ของผู้ที่เคยถวายสิ่งเล็กน้อยด้วยใจผ่องใส เช่น ภิกษาหนึ่งทัพพี ดอกไม้กำมือหนึ่ง น้ำหนึ่งกอบ พัดดอกอ้อ หัวมันป่า ผ้าผืนเดียวที่มี หรือเพียงการไหว้ด้วยใจเลื่อมใส

๘ ข้อ

คัมภีร์อปทาน ขุททกนิกาย รวบรวมคาถาที่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระเถระ และพระเถรี เล่าถึงกรรมดีในอดีตชาติ นักวิชาการส่วนใหญ่ถือว่าอปทานเป็นคัมภีร์ชั้นหลังในพระไตรปิฎก ส่วนจารีตเถรวาทนับเป็นส่วนหนึ่งของขุททกนิกาย เถราปทานส่วนใหญ่เป็นเรื่องสั้นไม่กี่คาถา มีโครงคล้ายกัน คือ ผู้เล่าเคยพบพระพุทธเจ้าในอดีต ถวายของหรือแสดงความเคารพเล็กน้อยด้วยจิตเลื่อมใส แล้วกล่าวว่า ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย ตามด้วยการเกิดเป็นพระราชาหรือพระเจ้าจักรพรรดิ และจบที่การบรรลุพระอรหัต

หน้านี้เลือกเจ็ดเรื่องจากภิกขทายิวรรค ซึ่งทั้งวรรคว่าด้วยการถวายสิ่งเล็กน้อย และอีกหนึ่งเรื่องจากคันโธทกวรรค คือผู้ถวายผ้าผืนเดียว ตัวเลขกัลป์และจำนวนชาติที่เป็นพระราชาในคาถาไม่ได้ยกมาทั้งหมด การเกิดและผลบุญที่กล่าวถึงในหน้านี้เล่าตามที่คัมภีร์เล่า

จุดร่วมของทุกเรื่องคือ สิ่งที่ถวายมีค่าไม่มาก แต่ใจผู้ให้ผ่องใส คำที่ซ้ำบ่อยในคาถาคือ ยังจิตให้เลื่อมใส และมีใจโสมนัส

  1. ๑

    ภิกษาหนึ่งทัพพี กฏจฺฉุภิกฺขปาทาสึ

    พระภิกขทายกเถระเล่าว่า เห็นพระสิทธัตถพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าในอดีตกาลนานไกล มีพระฉวีวรรณดังทอง จึงถวายภิกษาหนึ่งทัพพี แล้วเดินตามเสด็จด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ท่านกล่าวว่าด้วยทานที่ให้เมื่อเก้าสิบสี่กัลป์ก่อนนั้น ท่านไม่รู้จักทุคติเลย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ข้าวหนึ่งทัพพีที่ตักใส่บาตรหรือแบ่งให้คนหิว ไม่ใช่เรื่องเล็กเกินไป ให้ทำด้วยใจเต็ม ไม่ต้องรอให้มีมาก

  2. ๒

    ไหว้ด้วยใจเลื่อมใส ญาเณ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา

    พระญาณสัญญิกเถระไม่ได้ถวายสิ่งของ เพียงเห็นพระสิทธัตถพุทธเจ้าเสด็จดำเนินไปตามถนน ส่องทิศทั้งปวงให้สว่าง จึงทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ ประนมอัญชลี และถวายบังคมด้วยใจโสมนัส ท่านกล่าวว่านี่คือผลของความหมายรู้ในพระญาณ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อพบครูที่น่าเคารพหรือเห็นคนทำความดี การไหว้หรือกล่าวชื่นชมด้วยใจจริงเป็นกุศลที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงิน

  3. ๓

    ดอกไม้กำมือหนึ่งของช่างดอกไม้ ปุปฺผหตฺถํ อทาสหํ

    พระอุปลหัตถิยเถระเคยเป็นช่างดอกไม้ในนครติวรา เห็นพระสิทธัตถพุทธเจ้า มีจิตเลื่อมใส จึงถวายดอกอุบลกำมือหนึ่ง ท่านกล่าวว่าในภพที่เกิดต่อ ๆ มา ได้เสวยผลอันน่าปรารถนาของกรรมดีที่ตนทำไว้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้สิ่งที่อยู่ในมือจากอาชีพของตนทำความดี เช่น ช่างตัดผมตัดผมให้ผู้สูงอายุ คนทำอาหารแบ่งอาหาร คนทำคอมพิวเตอร์ช่วยดูแลระบบให้มูลนิธิ

  4. ๔

    ดอกมะลิเจ็ดดอกที่พระบาท ปาเทสุ สตฺต ปุปฺผานิ

    พระปทปูชกเถระถวายดอกมะลิเจ็ดดอก โปรยลงที่พระบาทของพระสิทธัตถพุทธเจ้าด้วยความยินดี ท่านกล่าวว่าด้วยกรรมนั้น บัดนี้ได้ทรงกายสุดท้ายอยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ของที่ให้ไม่จำเป็นต้องมาก ให้สังเกตความยินดีในใจขณะให้ และจดจำความรู้สึกนั้นไว้เป็นกำลังใจทำดีครั้งต่อไป

  5. ๕

    น้ำหนึ่งกอบที่โยนขึ้นฟ้า ปาณินา อุทกํ คยฺห

    พระอุทกปูชกเถระเห็นพระปทุมุตรพุทธเจ้าเสด็จไปในอากาศ จึงกอบน้ำด้วยมือโยนขึ้นไปบูชา คาถาเล่าว่าพระพุทธเจ้าผู้มีกรุณาทรงรับไว้ และตรัสว่าด้วยการถวายน้ำและปีติที่เกิดขึ้นนี้ ผู้นี้จะไม่เข้าถึงทุคติตลอดแสนกัลป์ ภายหลังท่านกล่าวว่าได้ละความแพ้และความชนะ บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แม้สิ่งที่มีจะดูธรรมดาอย่างน้ำเปล่า ถ้าให้ในเวลาที่ใช่ด้วยใจที่ใช่ก็มีความหมาย เช่น ยื่นน้ำเย็นให้คนส่งของในวันที่อากาศร้อน

  6. ๖

    พัดดอกอ้อกับพรให้ใจเย็น ยถา เม กาโย นิพฺพายิ

    พระนฬมาลิยเถระเอาดอกอ้อมาผูกทำพัด ถวายพระปทุมุตรพุทธเจ้าผู้ประทับบนเครื่องลาดหญ้า พระพุทธเจ้าทรงรับแล้วตรัสว่า กายของเราเย็นแล้ว ความเร่าร้อนไม่มี ฉันใด ขอจิตของท่านจงหลุดพ้นจากไฟสามกอง ฉันนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อช่วยให้ใครสบายกาย เช่น หาที่ร่มหรือเปิดพัดลมให้ ให้ตั้งใจให้เขาสบายใจด้วย และระลึกว่าใจเราเองก็ควรเย็นจากโลภ โกรธ หลง

  7. ๗

    หัวมันของคนอยู่ป่า พิฬาลึ เม อทา ตุวํ

    พระพิฬาลิทายกเถระเคยอยู่ในป่าใกล้หิมพานต์ บนเครื่องลาดใบไม้ ขุดหัวมันและเก็บผลไม้ป่ามาเตรียมไว้ เมื่อพระปทุมุตรพุทธเจ้าเสด็จมา ท่านใส่หัวมันลงในบาตร พระพุทธเจ้าเสวยเพื่อให้ท่านยินดี แล้วตรัสว่า ท่านทำจิตให้เลื่อมใสแล้วถวายหัวมันแก่เรา จะไม่เข้าถึงทุคติตลอดแสนกัลป์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อคนที่มีน้อยตั้งใจให้ของเรา ให้รับด้วยความขอบคุณและให้เขาเห็นว่าเราใช้จริง ความยินดีของผู้ให้ก็สำคัญ

  8. ๘

    ผ้าผืนเดียวที่มี อิทํ เม สาฏกํ เอกํ

    พระเอกทุสสทายกเถระเคยเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายในนครหังสวดี เลี้ยงครอบครัวด้วยงานนั้น เมื่อพระปทุมุตรพุทธเจ้าอุบัติ ท่านคิดว่าเราไม่มีของจะถวาย มีเพียงผ้าผืนเดียว จึงทำใจให้เลื่อมใสแล้วถวายผ้านั้น พร้อมกล่าวว่า ถ้าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า ขอช่วยให้ข้าพระองค์ข้ามพ้นเถิด พระพุทธเจ้าทรงอนุโมทนา ภายหลังท่านกล่าวว่าไม่เคยขาดแคลนโภคสมบัติอีกเลย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาคิดว่าตัวเองมีน้อยเกินกว่าจะช่วยใคร ให้มองหาหนึ่งอย่างที่แบ่งได้จริงโดยไม่ทำให้ตนเดือดร้อน เช่น เวลาหนึ่งชั่วโมง หรือเสื้อผ้าที่ยังดีหนึ่งชุด

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หลายคนคิดว่าการทำความดีต้องรอให้มีเงินหรือมีเวลามากก่อน เรื่องในอปทานเหล่านี้ชี้ว่า ดอกไม้กำมือหนึ่ง น้ำหนึ่งกอบ หรือการยกมือไหว้ด้วยใจเลื่อมใส ก็เป็นจุดเริ่มต้นได้

สิ่งที่ควรเก็บไว้คือคุณภาพของใจขณะให้ มากกว่าการคำนวณว่าจะได้ผลเท่าไร ของเล็กที่ให้ด้วยใจยินดี มีค่ากว่าของใหญ่ที่ให้ด้วยความหวังผลตอบแทน

การให้ควรอยู่ในกำลังของตน เรื่องคนเกี่ยวหญ้าที่ถวายผ้าผืนเดียวเป็นภาพของศรัทธาในคาถา ไม่ได้หมายความว่าเราต้องสละของจำเป็นจนตนเองหรือครอบครัวลำบาก

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัพพาชนียกรรม: เมื่อหมู่ต้องขอให้บางคนย้ายออกไป

ปพฺพาชนียกมฺมํ

ภิกษุกลุ่มหนึ่งที่กิฏาคีรีประพฤติจนชาวบ้านเสื่อมศรัทธา พระพุทธเจ้าให้สงฆ์ทำปัพพาชนียกรรม คือขอให้ย้ายออกจากถิ่…

ไตรจีวรที่ต้องอยู่กับตัว และการฉันเป็นหมู่: ของน้อยที่ดูแลเอง กับการไม่รวมหมู่ไปขอ

เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺย

สามสิกขาบทของภิกษุ คือ ไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนเดียว เก็บจีวรไว้ในละแวกบ้านได้เมื่อเสนาสนะป่ามีภัยแต่ไม่เกิ…

อินทริยยมก อดีตและอนาคต: เคยมีครบ แต่ข้างหน้าไม่เหมือนกัน

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ

เมื่อถามเป็นกาลอดีตตามตัวบุคคล คู่อินทรีย์ที่คัมภีร์ถามตอบว่าถูกแล้วทั้งหมด รวมทั้งความเป็นหญิงและความเป็นชาย …

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้