โพธิราชกุมารสูตร: องค์ของผู้มีความเพียร ๕
ข้อปฏิบัติ

โพธิราชกุมารสูตร: องค์ของผู้มีความเพียร ๕

โพธิราชกุมารสุตฺตํ

โพธิราชกุมารเห็นว่าความสุขต้องได้มาด้วยความทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงเล่าการแสวงหาของพระองค์ แล้วทรงใช้วิชาขี่ช้างของราชกุมารเป็นอุปมา แสดงองค์ ๕ ของผู้มีความเพียร ได้แก่ ศรัทธา สุขภาพดี ความซื่อตรง ความเพียร และปัญญา

๘ ข้อ

ในโพธิราชกุมารสูตร มัชฌิมนิกาย โพธิราชกุมารสร้างปราสาทโกกนุทเสร็จใหม่ ๆ จึงนิมนต์พระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์มารับภัตตาหาร ราชกุมารให้ปูผ้าขาวไปจนถึงบันไดขั้นล่างสุด และทูลเชิญให้ทรงเหยียบผ้าถึงสามครั้ง พระพุทธเจ้าทรงนิ่ง แล้วทอดพระเนตรพระอานนท์ พระอานนท์จึงขอให้เก็บผ้า โดยบอกว่าพระตถาคตทรงคำนึงถึงคนรุ่นหลัง

หลังภัตตาหาร ราชกุมารทูลความเห็นของตนว่า ความสุขจะได้มาด้วยความสุขนั้นไม่มี ความสุขต้องได้มาด้วยความทุกข์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ก่อนตรัสรู้พระองค์ก็เคยคิดแบบนี้ แล้วทรงเล่าการแสวงหาตั้งแต่ออกบวช ศึกษากับอาฬารดาบสและอุทกดาบส บำเพ็ญทุกกรกิริยา จนเปลี่ยนแนวทาง ตรัสรู้ และเสด็จไปโปรดปัญจวัคคีย์

ราชกุมารจึงทูลถามว่า ภิกษุที่มีพระตถาคตเป็นผู้แนะนำ ต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงบรรลุจุดหมายของพรหมจรรย์ พระพุทธเจ้าทรงย้อนถามถึงวิชาขี่ช้างและใช้ขอช้างที่ราชกุมารชำนาญ แล้วทรงแสดงองค์ของผู้มีความเพียร ๕ ประการ และตรัสว่าผู้มีครบทั้งห้า อาจบรรลุได้ในเจ็ดปี ลดลงมาเรื่อย ๆ จนถึงสอนตอนเย็นแล้วบรรลุตอนเช้า

  1. ๑

    ความสุขไม่จำเป็นต้องได้มาด้วยการทรมานตน น โข สุเขน สุขํ อธิคนฺตพฺพํ

    ราชกุมารเห็นว่าสุขต้องได้มาด้วยทุกข์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเคยคิดเช่นนั้นและทรมานพระวรกายอย่างหนัก แต่ไม่ได้บรรลุธรรมวิเศษ จึงทรงระลึกถึงครั้งที่ได้ปฐมฌานใต้ร่มไม้หว้า ในงานแรกนาของพระบิดา และทรงคิดว่า ไม่ต้องกลัวความสุขที่ปราศจากกามและอกุศลธรรม แล้วทรงกลับมาเสวยอาหารให้ร่างกายมีกำลัง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ากำลังเชื่อว่าต้องทนทุกข์ให้หนักที่สุดจึงจะสำเร็จ ลองถามตัวเองว่าความทุกข์นั้นพาไปถึงเป้าหมายจริงหรือแค่ทำให้หมดแรง

  2. ๒

    อุปมาวิชาขี่ช้าง องฺกุสคยฺเห สิปฺเป

    พระพุทธเจ้าทรงถามว่า ถ้ามีคนมาขอเรียนขี่ช้างและใช้ขอช้างกับราชกุมาร แต่เขาไม่มีศรัทธา ป่วยบ่อย โอ้อวดมีมายา เกียจคร้าน และมีปัญญาทราม ควรมาเรียนไหม ราชกุมารตอบว่าแม้มีข้อเสียเพียงข้อเดียวก็ไม่ควร ส่วนคนที่มีศรัทธา สุขภาพดี ซื่อตรง เพียร และมีปัญญา ราชกุมารตอบว่าแม้มีเพียงข้อเดียวก็เรียนได้ จะกล่าวไปไยถึงคนที่มีครบห้าข้อ ทรงชี้ว่าองค์ของผู้มีความเพียรในธรรมวินัยก็เช่นเดียวกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนเริ่มเรียนอะไรใหม่ ลองประเมินตัวเองด้วยห้าข้อนี้ แล้วเตรียมข้อที่ยังอ่อนให้พร้อมก่อน

  3. ๓

    มีศรัทธาในการตรัสรู้ของพระตถาคต สทฺโธ โหติ สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ

    องค์แรกคือมีศรัทธา เชื่อในปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคตว่า พระองค์เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ จนถึงเป็นผู้จำแนกธรรม ศรัทธานี้ทำให้กล้าลงมือตามคำสอน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลือกครูหรือแหล่งความรู้ที่เราไว้ใจอย่างมีเหตุผล แล้วให้โอกาสตัวเองทำตามคำแนะนำอย่างจริงจังสักระยะ ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่

  4. ๔

    มีสุขภาพดี ร่างกายพร้อมทำความเพียร อปฺปาพาโธ โหติ อปฺปาตงฺโก

    องค์ที่สองคือมีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง ไฟธาตุสำหรับย่อยอาหารสม่ำเสมอ ไม่เย็นนัก ไม่ร้อนนัก พอเหมาะแก่การทำความเพียร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    นอนให้พอ กินให้พอดี และขยับร่างกายสม่ำเสมอ เพราะร่างกายที่อ่อนล้าทำให้การฝึกใจยากขึ้นมาก

  5. ๕

    ไม่โอ้อวด ไม่มีมายา เปิดเผยตนตามจริง อสโฐ โหติ อมายาวี

    องค์ที่สามคือไม่โอ้อวด ไม่มีมายา เปิดเผยตนตามความเป็นจริงต่อพระศาสดา หรือต่อเพื่อนพรหมจรรย์ผู้รู้ ไม่ปิดบังข้อบกพร่องของตน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อหัวหน้าหรือครูถามว่าเข้าใจไหม ให้ตอบตามจริง ถ้ายังไม่เข้าใจก็บอกว่าไม่เข้าใจ แทนการพยักหน้าไปก่อน

  6. ๖

    ปรารภความเพียร ไม่ทอดทิ้งธุระ อารทฺธวีริโย วิหรติ

    องค์ที่สี่คือปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรมและให้กุศลธรรมเกิดขึ้น มีกำลัง บากบั่นมั่นคง ไม่ทอดทิ้งธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตั้งเป้าเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน เช่น นั่งสมาธิสิบนาที แล้วรักษาความต่อเนื่องไว้ แม้วันที่ไม่มีอารมณ์อยากทำ

  7. ๗

    มีปัญญาเห็นความเกิดและความดับ ปญฺญวา โหติ อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต

    องค์ที่ห้าคือมีปัญญาที่เห็นความเกิดขึ้นและความดับไป เป็นปัญญาอันประเสริฐ ชำแรกกิเลส นำไปสู่ความสิ้นทุกข์โดยชอบ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่ออารมณ์หนัก ๆ เกิดขึ้น ลองสังเกตว่ามันเริ่มตอนไหน แรงที่สุดตอนไหน และจางลงตอนไหน การเห็นแบบนี้บ่อย ๆ ทำให้ไม่ถูกอารมณ์ลากไปง่าย

  8. ๘

    สอนตอนเย็น บรรลุตอนเช้า สายมนุสิฏฺโฐ ปาโต วิเสสํ อธิคมิสฺสติ

    ผู้มีองค์ครบห้า เมื่อมีพระตถาคตเป็นผู้แนะนำ อาจบรรลุจุดหมายของพรหมจรรย์ได้ในเจ็ดปี แล้วพระพุทธเจ้าตรัสลดลงเป็นปี เป็นเดือน เป็นวัน จนถึงว่าสอนตอนเย็นอาจบรรลุคุณวิเศษได้ตอนเช้า สอนตอนเช้าอาจบรรลุได้ตอนเย็น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความก้าวหน้าไม่ได้ขึ้นกับเวลาที่ผ่านไปอย่างเดียว แต่ขึ้นกับความพร้อมของผู้ฝึก ลงทุนกับการเตรียมตัวให้พร้อม แทนการนับแค่จำนวนปี

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

องค์ ๕ ข้อในพระสูตรนี้ใช้ได้กับการเรียนรู้ทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะการภาวนา ครูสอนขี่ช้างรู้ดีว่าลูกศิษย์ที่ไม่เชื่อครู ป่วยบ่อย ชอบเสแสร้ง ขี้เกียจ และไม่ฉลาด ย่อมไปได้ไม่ไกล ส่วนคนที่มีครบห้าข้อจะก้าวหน้าเร็วมาก

ข้อที่คนมักมองข้ามคือความซื่อตรงต่อครูและเพื่อน การยอมบอกตามจริงว่าตัวเองยังไม่เข้าใจตรงไหน ทำพลาดตรงไหน ทำให้คนที่ช่วยเราแนะนำได้ตรงจุด

เรื่องการบำเพ็ญทุกกรกิริยาในพระสูตรนี้ เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่าไม่ได้นำไปสู่การตรัสรู้ จึงไม่ใช่แบบอย่างให้ทรมานร่างกาย และข้อเรื่องสุขภาพก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ป่วยปฏิบัติธรรมไม่ได้ แต่ชี้ว่าการดูแลร่างกายให้พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของความเพียร

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ติสสเมตเตยยมาณวกปัญหานิทเทส: ส่วนสุดสองข้างกับตัณหาที่เย็บร้อย

ติสฺสเมตฺเตยฺยมาณวกปญฺหานิทฺเทโส

คำอธิบายปัญหาของติสสเมตเตยยะในจูฬนิทเทส ว่าด้วยความหวั่นไหว ๕ อย่าง พรหมจรรย์สองความหมาย ส่วนสุดสองข้างกับท่าม…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้