ขอเกินผ้าที่หาย ขอด้ายให้ช่างทอ และสั่งช่างหูก: อย่าใช้น้ำใจผู้ให้เกินขอบ
อญฺญาตโก โมฆปุริส อญฺญาตกสฺส น ชานาติ ปฏิรูปํ วา อปฺปฏิรูปํ วาสามสิกขาบทเรื่องผ้าจีวรที่ได้จากชาวบ้าน พระฉัพพัคคีย์ขอจีวรแทนเพื่อนที่ถูกชิงผ้าจนได้มากมาย ขอด้ายมาให้ช่างหูก…
จิตฺตสํยุตฺตํ
จิตตคฤหบดีแห่งมัจฉิกาสณฑ์ อธิบายว่าตาไม่ได้ผูกกับรูป แต่ความพอใจเป็นเชือกผูก ตอบนิครนถ์นาฏบุตรว่ารู้ฌานด้วยตนเองไม่ใช่เพราะเชื่อ และก่อนสิ้นใจปฏิเสธการขอเป็นจักรพรรดิ แล้วสอนญาติให้มั่นในพระรัตนตรัยและรู้จักแบ่งปัน
ในจิตตสังยุต สังยุตตนิกาย มีพระสูตรสิบสูตรที่มีจิตตคฤหบดีเป็นผู้ถามหรือผู้ตอบ เขาอยู่ที่มัจฉิกาสณฑ์ บำรุงภิกษุที่อัมพาฏกวัน และสนทนาธรรมกับทั้งพระเถระ พระบวชใหม่ และนักบวชนอกศาสนาอย่างมั่นใจ
เมื่อพระเถระถกกันว่าสังโยชน์กับธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์ต่างกันหรือไม่ เขาอธิบายด้วยอุปมาโคดำกับโคขาวที่ผูกด้วยเชือกเส้นเดียวกัน เมื่อนิครนถ์นาฏบุตรถามว่าเขาเชื่อพระพุทธเจ้าเรื่องสมาธิที่ไม่มีวิตกวิจารหรือ เขาตอบว่าไม่ได้เชื่อ เพราะรู้เองแล้ว เมื่อพบเพื่อนเก่าที่บวชเป็นอเจลกมาสามสิบปีโดยไม่ได้อะไร เขาบอกว่าในสามสิบปีที่เป็นอุบาสก ตนเข้าฌานได้ทั้งสี่ขั้น
ในคิลานสูตร เมื่อป่วยหนัก เทวดามาชวนให้ตั้งความปรารถนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เขาตอบว่าแม้สิ่งนั้นก็ไม่เที่ยง แล้วใช้เวลาสุดท้ายสอนมิตรและญาติให้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และให้แบ่งปันของในบ้านกับผู้มีศีล
โคดำกับโคขาวผูกด้วยเชือกเส้นเดียว จะว่าโคดำติดโคขาวหรือโคขาวติดโคดำก็ไม่ถูก เชือกต่างหากเป็นเครื่องผูก ฉันใด ตาไม่ได้ผูกกับรูป รูปไม่ได้ผูกกับตา ฉันทราคะที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยทั้งสองอย่างนั้นเป็นเครื่องผูก หู จมูก ลิ้น กาย และใจก็เช่นเดียวกัน พระเถระชมว่าเขามีปัญญาหยั่งถึงพุทธพจน์ที่ลึกซึ้ง
เวลาโทษมือถือ ขนม หรือคนอื่นว่าทำให้เราติด ลองมองหา "เชือก" คือความอยากในใจเรา แล้วคลายที่ตรงนั้น
เขาถามพระเถระผู้เป็นประธานเรื่องความต่างแห่งธาตุ และถามอีกครั้งเรื่องทิฏฐิต่าง ๆ ในโลกว่ามีเพราะอะไร พระเถระนิ่งทั้งสามครั้ง พระอิสิทัตตะซึ่งอ่อนพรรษาที่สุดขออนุญาตตอบแทน เขาชื่นชมคำตอบ และเมื่อรู้ว่าท่านคือสหายที่เคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยพบ ก็นิมนต์ให้อยู่ที่นั่นโดยจะอุปถัมภ์ปัจจัยสี่
ในที่ประชุม ให้ค่ากับคำตอบที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะมาจากคนอายุน้อยหรือตำแหน่งต่ำกว่า
พระกามภูยกคาถาว่า รถไม่มีโทษ หลังคาขาว มีเพลาเดียว แล่นไปไม่มีทุกข์ แล้วถามความหมาย เขาถามก่อนว่าเป็นพระพุทธพจน์หรือไม่ แล้วขอให้รอครู่หนึ่งเพื่อพิจารณา จากนั้นอธิบายว่าไม่มีโทษคือศีล หลังคาขาวคือวิมุตติ เพลาเดียวคือสติ รถคือร่างกายนี้ และผู้ไม่มีทุกข์ ตัดกระแส ไม่มีเครื่องผูก คือพระอรหันต์ผู้ละราคะ โทสะ โมหะ และตัณหาได้แล้ว
เมื่อถูกถามเรื่องสำคัญ การพูดว่า "ขอคิดสักครู่" ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่ทำให้คำตอบมีคุณภาพกว่า
นิครนถ์นาฏบุตรถามว่า เขาเชื่อพระสมณโคดมหรือว่ามีสมาธิที่ไม่มีวิตกวิจาร เขาตอบว่าไม่ได้เชื่อเพราะพระพุทธเจ้าในข้อนี้ แล้วถามกลับว่าญาณกับศรัทธาอะไรประณีตกว่า เมื่อนิครนถ์ตอบว่าญาณ เขาจึงบอกว่าตนเข้าฌานที่หนึ่งถึงที่สี่ได้ตามต้องการ เมื่อรู้เห็นเองอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ต้องเชื่อสมณะหรือพราหมณ์ใดในเรื่องนี้
ใช้ศรัทธาเป็นแรงเริ่ม แล้วทดลองทำจริงจนรู้ผลเอง เช่น ฝึกหายใจอย่างมีสติสักสองสัปดาห์ แล้วดูว่าใจเปลี่ยนไปอย่างไร
นิครนถ์นาฏบุตรประกาศต่อบริษัทตอนแรกว่าจิตตคฤหบดีเป็นคนตรงไม่มีมารยา แต่เมื่อฟังคำตอบเรื่องฌานกลับประกาศว่าเป็นคนไม่ตรง โอ้อวด เขาจึงชี้ว่า ถ้าคำแรกจริง คำหลังก็ผิด ถ้าคำหลังจริง คำแรกก็ผิด แล้วตั้งคำถามอีกสิบข้อให้ตอบ ก่อนลุกจากไป
เมื่อมีคนพูดกลับไปกลับมาเพื่อโจมตีเรา ให้ชี้ข้อเท็จจริงสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ต้องตอบโต้ด้วยคำด่า
อเจลกัสสปสหายเก่าบอกว่าบวชมาสามสิบปี ไม่ได้ธรรมวิเศษอะไรเลยนอกจากการเปลือยกาย โกนศีรษะ และปัดฝุ่น เมื่อถามกลับ จิตตคฤหบดีตอบว่าแม้เป็นคฤหัสถ์ ตนก็เข้าฌานทั้งสี่ได้ และกล่าวว่าไม่มีสังโยชน์ที่จะทำให้ตนกลับมาสู่โลกนี้อีก อเจลกัสสปจึงขอบวช เขาพาไปหาพระเถระและรับอุปถัมภ์ ต่อมาท่านกัสสปได้เป็นพระอรหันต์
อย่าวัดการปฏิบัติที่รูปแบบภายนอกหรือจำนวนปี ให้ดูว่ากิเลสลดลงจริงไหม และเมื่อเพื่อนสนใจธรรม ให้ช่วยพาไปหาครูที่ดี
ขณะป่วยหนัก เทวดาประจำอาราม ป่า และต้นไม้มาชวนให้ตั้งความปรารถนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในอนาคต เพราะผู้มีศีลอย่างเขาปรารถนาอะไรก็จะสำเร็จ เขาตอบว่าแม้สิ่งนั้นก็ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ต้องละไป ญาติที่ได้ยินคิดว่าเขาเพ้อ เขาจึงอธิบายว่ากำลังตอบเทวดาอยู่
เวลาตั้งเป้าหมายชีวิต ถามตัวเองด้วยว่า ถ้าได้มาแล้วต้องทิ้งไปในที่สุด เป้าหมายนี้ยังคุ้มกับชีวิตที่เหลือไหม
เมื่อญาติมิตรขอคำสอน เขาบอกให้ศึกษาว่าจะมีศรัทธาที่ไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ตามคุณที่สวดกันอยู่ และสิ่งของที่ควรให้ในบ้านทั้งหมดจะแบ่งปันกับผู้มีศีลมีกัลยาณธรรม เมื่อชักชวนญาติให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยและในการสละแล้ว เขาก็ถึงแก่กรรม
สิ่งที่เราอยากฝากคนในครอบครัวไว้ ไม่จำเป็นต้องรอถึงวันสุดท้าย ลองบอกหลักยึดใจและนิสัยแบ่งปันกับลูกหลานตั้งแต่วันนี้
จิตตคฤหบดีเป็นตัวอย่างว่าคนที่มีครอบครัว มีทรัพย์ มีงานต้องทำ ก็เข้าใจธรรมได้ลึกและปฏิบัติได้จริง ไม่จำเป็นต้องรอบวชหรือรอเกษียณ
สิ่งที่น่าเรียนจากเขาไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นท่าที เขาถามเมื่อไม่รู้ ขอเวลาคิดก่อนตอบ ยินดีเมื่อพระที่อ่อนกว่าตอบได้ และพูดกับคนที่เห็นต่างอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ดูหมิ่น
บทสนทนากับนิครนถ์ไม่ได้บอกว่าศรัทธาไม่สำคัญ ในวาระสุดท้ายเขาเองก็สอนญาติให้มีศรัทธามั่นคง แต่ชี้ว่าศรัทธาควรพาไปสู่การรู้เห็นด้วยตนเอง
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สามสิกขาบทเรื่องผ้าจีวรที่ได้จากชาวบ้าน พระฉัพพัคคีย์ขอจีวรแทนเพื่อนที่ถูกชิงผ้าจนได้มากมาย ขอด้ายมาให้ช่างหูก…
คนที่ไปฟังธรรมเหมือนกัน ได้ผลต่างกันสามแบบ ปัญญาเหมือนหม้อคว่ำ รดน้ำเท่าไรก็ไม่ขัง ปัญญาเหมือนตัก ลุกขึ้นแล้วข…
พระโสณาเถรีมีบุตรสิบคน แต่สามีพาบุตรทั้งหมดออกบวชโดยที่ท่านไม่ได้ต้องการ ท่านอยู่ลำพังจนรู้สึกว่าชีวิตไม่มีควา…
กลุ่มกถาท้ายวรรคที่ ๙ ถามว่าจิตที่นึกถึงอดีตหรืออนาคตไม่มีอารมณ์หรือ จิตทุกดวงมีวิตกหรือ ความคิดดังเป็นเสียงหร…