เรื่องพระเทวทัต: เมื่อความอยากเป็นใหญ่พาไปสู่ความพินาศ
ใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องพระเทวทัต: เมื่อความอยากเป็นใหญ่พาไปสู่ความพินาศ

สงฺฆเภทกฺขนฺธกํ

พระเทวทัตได้ลาภสักการะจากเจ้าชายอชาตศัตรู แล้วอยากปกครองสงฆ์ เมื่อถูกปฏิเสธก็ผูกใจเจ็บ วางแผนร้ายต่อพระพุทธเจ้า เสนอข้อปฏิบัติที่เคร่งเกินเพื่อดึงคน และทำให้สงฆ์แตกกัน เรื่องนี้สอนเรื่องความทะเยอทะยาน ความริษยา การยอมรับผิด และการไม่ให้ได้หรือเสียครอบงำใจ

๘ ข้อ

ในสังฆเภทขันธกะ จุลวรรค พระวินัยปิฎก มีเรื่องของพระเทวทัต ศากยกุมารที่ออกบวชพร้อมพระภัททิยะ พระอนุรุทธะ พระอานนท์ และอุบาลี ในพรรษาแรกท่านได้ฤทธิ์ขั้นปุถุชน ขันธกะนี้บันทึกเรื่องไว้เพื่ออธิบายว่าการทำลายสงฆ์คืออะไร มีโทษอย่างไร และสงฆ์ควรรับมืออย่างไร

พระเทวทัตคิดหาคนที่เมื่อเลื่อมใสแล้วจะทำให้ได้ลาภมาก จึงแสดงฤทธิ์ให้เจ้าชายอชาตศัตรูเลื่อมใส เจ้าชายไปบำรุงเช้าเย็น ท่านจึงเกิดความอยากปกครองภิกษุสงฆ์ และฤทธิ์ก็เสื่อมไปพร้อมกับความคิดนั้น ต่อมาท่านทูลขอปกครองสงฆ์แล้วถูกปฏิเสธ จึงผูกอาฆาต ยุยงเจ้าชายให้ชิงราชสมบัติ ส่งคนไปปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า กลิ้งหินจากเขาคิชฌกูฏจนสะเก็ดหินต้องพระบาทห้อพระโลหิต และให้ปล่อยช้างนาฬาคิรี แผนทั้งหมดไม่สำเร็จ ท่านจึงเสนอวัตถุ ๕ แล้วแยกไปทำสังฆกรรมต่างหาก พาภิกษุใหม่ราว ๕๐๐ รูปไปที่คยาสีสะ

หน้านี้เล่าเหตุการณ์ที่รุนแรงเพียงสั้น ๆ และเน้นบทเรียนที่ใช้ได้กับทุกคน อุปมาเรื่องลาภสักการะเกิดขึ้นเพื่อฆ่าตน เหมือนต้นกล้วยออกผลแล้วตาย ก็อยู่ในขันธกะนี้ด้วย แต่ไม่ได้ขยายความไว้ที่นี่ เรื่องที่เล่าต่อในอรรถกถาเกี่ยวกับบั้นปลายของพระเทวทัตไม่ได้รวมไว้

  1. ๑

    อย่าอิจฉาลาภที่ทำให้คนเสื่อม เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลกํ ปิหยิตฺถ

    ภิกษุทูลว่าเจ้าชายอชาตศัตรูไปบำรุงพระเทวทัตเช้าเย็นด้วยรถ ๕๐๐ คันและภัตตาหาร ๕๐๐ สำรับ พระพุทธเจ้าตรัสห้ามว่าอย่าพอใจลาภสักการะและความสรรเสริญของเทวทัตเลย ตราบใดที่ยังได้อย่างนั้น เทวทัตหวังได้แต่ความเสื่อมในกุศลธรรม เหมือนเอาน้ำดีหมีทาจมูกสุนัขดุ ยิ่งทำให้มันดุขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เห็นใครได้ยอดติดตาม สปอนเซอร์ หรือตำแหน่งเร็ว ๆ อย่ารีบอิจฉา ถามก่อนว่าสิ่งที่เขาได้ทำให้เขาเป็นคนดีขึ้นหรือแย่ลง

  2. ๒

    ถูกปฏิเสธแล้วผูกใจเจ็บ ปฐโม อาฆาโต

    พระเทวทัตทูลกลางที่ประชุมซึ่งมีพระราชาอยู่ด้วยว่า พระองค์ทรงชราแล้ว ขอให้มอบภิกษุสงฆ์ให้ตนปกครอง พระพุทธเจ้าทรงห้ามถึงสามครั้ง ตรัสว่าแม้พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะก็ยังไม่ทรงมอบให้ และทรงตำหนิอย่างแรง พระเทวทัตคิดว่าถูกหักหน้ากลางบริษัทขณะที่ทรงยกย่องอัครสาวก จึงโกรธและน้อยใจ พระวินัยบันทึกว่านี่คืออาฆาตครั้งแรกที่ท่านมีต่อพระพุทธเจ้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถูกปฏิเสธเรื่องตำแหน่งหรือโอกาส ให้เวลาตัวเองก่อนตอบโต้ แล้วถามว่าคำปฏิเสธนั้นมีเหตุผลอะไรที่ควรฟัง ความน้อยใจที่ไม่ได้คลี่คลายโตเป็นความแค้นได้

  3. ๓

    ประเมินคนตามที่เป็นอยู่ตอนนี้ อิทานิ อญฺญา ปกติ

    สงฆ์ทำปกาสนียกรรม ประกาศว่าความประพฤติของพระเทวทัตเดิมเป็นอย่างหนึ่ง เดี๋ยวนี้เป็นอีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่ท่านทำไม่พึงถือว่าเป็นของพระพุทธ พระธรรม หรือพระสงฆ์ พระสารีบุตรทูลว่าเคยชมพระเทวทัตว่ามีฤทธิ์มาก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเธอชมตามจริงในตอนนั้น บัดนี้ก็จงประกาศตามจริงเช่นกัน คนที่ไม่มีปัญญาพูดว่าพระริษยาลาภของพระเทวทัต ส่วนคนมีปัญญาเห็นว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็ก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    คนที่เคยดีอาจเปลี่ยนได้ และคนที่เคยพลาดก็อาจดีขึ้นได้ ชมหรือเตือนตามความจริงในตอนนี้ และแยกการกระทำของคนคนหนึ่งออกจากกลุ่มหรือองค์กรทั้งหมด

  4. ๔

    เห็นผิดว่าผิด แล้วแก้ไข อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ

    คนที่ถูกส่งไปปลงพระชนม์เข้าไปใกล้แล้วกลัวจนตัวแข็ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า มาเถิด อย่ากลัว เขาวางอาวุธ ก้มลงแทบพระบาท ขอให้ทรงรับการสารภาพผิดเพื่อสำรวมต่อไป ตรัสว่าเมื่อเขาเห็นโทษว่าเป็นโทษแล้วทำคืนตามธรรม ก็ทรงรับ เพราะผู้ที่เห็นโทษแล้วทำคืนและสำรวมต่อไป นั่นคือความเจริญในอริยวินัย จากนั้นทรงแสดงธรรมจนเขาได้ดวงตาเห็นธรรม คนที่ถูกส่งตามมาอีกหลายชุดก็กลับใจเช่นกัน ภายหลังเมื่อช้างนาฬาคิรีถูกปล่อยมา พระพุทธเจ้าทรงแผ่เมตตาจิตไปยังช้างจนช้างลดงวงลงและกลับไปโรงช้าง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อทำผิด บอกให้ชัดว่าผิดอะไร ขอโทษ และบอกว่าจะเปลี่ยนอย่างไร เมื่อคนอื่นมาขอโทษอย่างจริงใจ ให้โอกาสเขาเริ่มใหม่

  5. ๕

    ความเคร่งที่ใช้เป็นเครื่องมือ ลูขปฺปสนฺนา

    พระเทวทัตชวนพวกพ้องไปทูลขอวัตถุ ๕ คือให้ภิกษุอยู่ป่า บิณฑบาต ถือผ้าบังสุกุล อยู่โคนไม้ตลอดชีวิต และไม่ฉันปลาเนื้อ ใครละเมิดให้มีโทษ โดยรู้อยู่แล้วว่าพระพุทธเจ้าจะไม่ทรงอนุญาต แล้วจะใช้เรื่องนี้ให้คนเชื่อถือ พระโกกาลิกะเห็นว่าทำได้ เพราะคนเลื่อมใสในความปฏิบัติที่เศร้าหมอง พระพุทธเจ้าตรัสว่า รูปใดปรารถนาก็ถือได้ แต่ไม่ทรงบังคับทุกรูป และทรงอนุญาตปลาเนื้อที่บริสุทธิ์โดยส่วนสาม คือไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้รังเกียจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ระวังคนที่ใช้ความเข้มงวดกว่าคนอื่นมาดึงคนเข้าพวก หรือทำให้คนอื่นดูหละหลวม การเลือกปฏิบัติเคร่งเป็นเรื่องส่วนตัวได้ แต่ไม่ควรใช้บังคับหรือข่มคนอื่น

  6. ๖

    ความดี คนดีทำง่าย สุกรํ สาธุนา สาธุ

    พระพุทธเจ้าทรงเตือนพระเทวทัตว่าการทำลายสงฆ์มีโทษหนัก ส่วนผู้สมานสงฆ์ที่แตกกันได้บุญอันประเสริฐ แต่พระเทวทัตบอกพระอานนท์ว่า ตั้งแต่วันนี้จะทำอุโบสถและสังฆกรรมแยกต่างหาก พระพุทธเจ้าทรงเปล่งอุทานว่า ความดี คนดีทำง่าย คนชั่วทำยาก ความชั่ว คนชั่วทำง่าย แต่อารยชนทำยาก วันอุโบสถ พระเทวทัตให้จับสลาก ภิกษุวัชชีบุตรราว ๕๐๐ รูปซึ่งบวชใหม่และรู้ธรรมวินัยน้อยก็จับสลากตาม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สิ่งที่เราทำได้ง่ายบอกว่าใจเคยชินกับอะไร ถ้าเริ่มรู้สึกว่าการนินทาหรือการแบ่งพวกง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ให้หยุดทบทวน และถ้าเราเป็นคนใหม่ในกลุ่ม ศึกษาเรื่องให้เข้าใจก่อนเลือกข้าง

  7. ๗

    เลียนแบบท่าทาง โดยไม่มีเนื้อใน มมานุกุพฺพํ กปโณ

    พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะไปที่คยาสีสะ พระเทวทัตเข้าใจว่ามาเข้าพวก จึงเชิญพระสารีบุตรแสดงธรรมแทนแล้วนอนพัก เลียนแบบที่พระพุทธเจ้าเคยทำ แล้วหลับไป อัครสาวกทั้งสองแสดงธรรมจนภิกษุเหล่านั้นได้ดวงตาเห็นธรรม และพากลับไปเวฬุวัน พระพุทธเจ้าตรัสอุปมาว่า ช้างใหญ่ล้างเหง้าบัวให้สะอาดก่อนกินจึงแข็งแรง ส่วนลูกช้างที่เลียนแบบแต่กินทั้งโคลนย่อมถึงตายหรือทุกข์ปางตาย เทวทัตเลียนแบบพระองค์ก็จักตายอย่างน่าสงสารเช่นกัน และทรงยกย่องพระสารีบุตรว่ามีองค์ ๘ ของผู้ควรเป็นทูต เช่น ฟังเป็น จำได้ เข้าใจ อธิบายได้ และไม่ก่อความทะเลาะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลียนแบบคนเก่งได้ แต่ต้องเรียนสิ่งที่อยู่เบื้องหลังด้วย ถ้าลอกเพียงท่าทาง ตำแหน่ง หรือวิธีพูด โดยไม่มีความรู้และคุณธรรมรองรับ จะพังเมื่อเจอสถานการณ์จริง

  8. ๘

    อย่าให้ได้หรือเสียครอบงำใจ อุปฺปนฺนํ ลาภํ อภิภุยฺย

    พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระเทวทัตถูกอสัทธรรม ๘ ครอบงำ คือ ลาภ ความเสื่อมลาภ ยศ ความเสื่อมยศ สักการะ ความเสื่อมสักการะ ความปรารถนาลามก และความมีมิตรชั่ว ภิกษุพึงอยู่อย่างครอบงำสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะถ้าไม่ครอบงำ อาสวะที่ทำความคับแค้นและเร่าร้อนจะเกิดขึ้น อีกหมวดหนึ่งตรัสว่ามีอสัทธรรม ๓ คือ ความปรารถนาลามก ความมีมิตรชั่ว และพอได้คุณวิเศษเพียงเล็กน้อยก็หยุดเสียกลางทาง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าทั้งตอนได้และตอนเสีย ใจเราหวั่นไหวแค่ไหน เลือกเพื่อนที่ช่วยดึงเรากลับมาเมื่อหลงทาง และอย่าหยุดพัฒนาตัวเองเพียงเพราะเก่งกว่าคนรอบตัวอยู่นิดหน่อย

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ความอยากก้าวหน้าไม่ใช่เรื่องผิดในตัวเอง ปัญหาเริ่มเมื่อความอยากได้ตำแหน่ง ชื่อเสียง และการยอมรับ มีน้ำหนักมากกว่าการทำสิ่งที่ถูก พระเทวทัตไม่ได้เริ่มจากการวางแผนร้าย แต่เริ่มจากคำถามว่า "ทำอย่างไรจะได้ลาภมาก" แล้วแต่ละก้าวก็พาไปไกลขึ้น

จุดที่ควรสังเกตในชีวิตจริงคือ ตอนถูกปฏิเสธ ตอนเห็นคนอื่นได้รับการยกย่อง และตอนที่รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนรอบข้างนิดหน่อย ส่วนด้านที่เป็นแสงสว่างของเรื่องนี้คือ คนที่ถูกส่งมาทำร้ายยังกลับใจได้ เมื่อยอมรับผิดตรง ๆ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปุคคลบัญญัติ: เจ็ดจำพวกที่เดินคนละทาง แต่ถึงที่เดียวกัน

เอกกนิทฺเทโส

เอกกนิทเทสจำแนกอริยบุคคลด้วยเกณฑ์สองอย่าง คือได้วิโมกข์ ๘ ด้วยกายหรือไม่ และเดินด้วยปัญญาเป็นตัวนำหรือด้วยศรัท…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้