ปุคคลบัญญัติ: คน ๗ จำพวกในห้วงน้ำ และนักรบ ๕ จำพวก
สตฺตกนิทฺเทโสอุปมาคนตกน้ำเจ็ดจำพวก ตั้งแต่จมแล้วจมเลย จนถึงข้ามถึงฝั่งยืนบนบก โดยวัดที่ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา ว่…
สีลํ ยาว ชรา สาธุ
ปริศนาธรรมสั้น ๆ ระหว่างเทวดากับพระพุทธเจ้า — อะไรดีไปจนแก่ อะไรเป็นมิตรในบ้านและมิตรที่ตามไปภพหน้า อะไรเป็นเพื่อนของคน และอะไรนำโลกไป คำตอบคือศีล ศรัทธา ปัญญา บุญ และจิตของเราเอง
ในชราวรรคและอันธวรรค เทวตาสังยุต สคาถวรรค สังยุตตนิกาย มีพระสูตรวรรคละ ๑๐ สูตร แต่ละสูตรเป็นคำถามสั้น ๆ ของเทวดา และคำตอบเป็นคาถาของพระพุทธเจ้า
สูตรแรกของชราวรรคถามว่า อะไรยังประโยชน์ให้สำเร็จจนถึงวัยชรา อะไรตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ อะไรเป็นรัตนะของคน และอะไรที่โจรลักไปได้ยาก พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า ศีล ศรัทธา ปัญญา และบุญ ตามลำดับ สูตรอื่นถามถึงมิตรในที่ต่าง ๆ เหตุที่คนเกิดและจิตวิ่งพล่าน และสิ่งที่เป็นเพื่อนของคน
อันธวรรคถามเรื่องใหญ่ขึ้น คือ อะไรนำโลกไป อะไรผูกโลกไว้ และโลกเกิดขึ้นเพราะอะไร คำตอบชี้กลับมาที่จิต ตัณหา ความเพลิดเพลิน และอายตนะ ๖ ของเราเอง
ชราสูตร: ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จจนถึงวัยชรา ศรัทธาที่ตั้งมั่นแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ ในอชรสาสูตรตรัสคล้ายกันว่า ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จเพราะไม่ชำรุด
ความงามและแรงกายลดลงตามวัย แต่ความซื่อตรงและการไม่เบียดเบียนยังทำให้คนไว้ใจเราได้เสมอ ลงทุนกับสิ่งนี้ตั้งแต่วันนี้
ชราสูตร: ปัญญาเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย บุญเป็นสิ่งที่โจรลักไปได้ยาก ส่วนในอชรสาสูตรตรัสว่า บุญเป็นสิ่งที่บุคคลพึงนำให้พ้นจากพวกโจรได้
เมื่อกังวลเรื่องทรัพย์สินหรือถูกโกง ให้ดูแลตามสมควร แต่ระลึกด้วยว่าความรู้และความดีที่สะสมไว้ ไม่มีใครขโมยไปได้
มิตตสูตร: พวกเกวียนเป็นมิตรของคนเดินทาง มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน สหายเป็นมิตรของคนที่มีธุระเกิดขึ้นเนือง ๆ ส่วนบุญที่ตนทำเองเป็นมิตรที่ติดตามไปถึงภพหน้า
ขอบคุณคนที่เป็นมิตรในแต่ละที่ของชีวิต ทั้งคนในบ้านและเพื่อนที่ช่วยยามมีเรื่อง แล้วสร้างมิตรอีกคนที่ไม่มีวันจากไป คือความดีที่ทำด้วยตัวเอง
ชนสูตร ๓ สูตร: ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์จึงเวียนว่ายในสงสาร ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของเขา สัตว์ไม่พ้นจากทุกข์ และกรรมเป็นที่พำนักของสัตว์นั้น
เวลาใจวิ่งจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องไม่หยุด ให้ถามว่า "ตอนนี้เรากำลังอยากอะไรอยู่" มักจะพบความอยากเล็ก ๆ ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ทุติยสูตร: ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน ปัญญาย่อมปกครองคนนั้น และสัตว์ที่ยินดีในนิพพานย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
ศรัทธาให้กำลังใจเดินต่อ ปัญญาคอยบอกทาง เมื่อตัดสินใจเรื่องใหญ่ ให้ใช้ทั้งสองอย่าง ไม่เชื่อเพียงอย่างเดียว และไม่คิดจนไม่กล้าเริ่ม
จิตตสูตร อันธวรรค: โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอย่างหนึ่งคือจิต ในตัณหาสูตรถัดมาตรัสแบบเดียวกันว่า โลกเป็นไปตามอำนาจของตัณหา
วันเดียวกันอาจรู้สึกเป็นวันดีหรือวันแย่ ขึ้นกับสภาพใจตอนเช้า ก่อนเริ่มวันลองสังเกตใจตัวเองสักนาที ก่อนจะปล่อยให้มันพาไป
สัญโญชนสูตรและพันธนสูตร: โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูก มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป เพราะละตัณหาได้ขาดจึงเรียกว่านิพพาน และจึงตัดเครื่องผูกได้หมด ในอิจฉาสูตรตรัสว่า โลกถูกความอยากผูกไว้ เพราะกำจัดความอยากได้จึงหลุดพ้น
สังเกตว่าสิ่งที่ผูกใจเรามักไม่ได้มาในรูปความทุกข์ แต่มาในรูปความเพลิน เช่น ซีรีส์อีกตอน หรือของอีกชิ้นในรถเข็น
โลกสูตร: เมื่ออายตนะ ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมชมเชยในอายตนะ ๖ ยึดถืออายตนะ ๖ และเดือดร้อนเพราะอายตนะ ๖ นั่นเอง
เมื่อเครียดกับ "โลก" ข่าวร้ายหรือคำวิจารณ์ ให้เห็นว่ามันมาถึงเราผ่านตา หู และใจ การลดสิ่งที่เข้ามาทางช่องเหล่านี้ก็ช่วยลดความร้อนใจได้
ปริศนาในสองวรรคนี้สั้นพอจะจำได้ทั้งบท และใช้ถามตัวเองได้จริง เช่น ถ้าวันหนึ่งสุขภาพ รูปร่าง หรือตำแหน่งหน้าที่หายไป อะไรยังเหลือให้เราพึ่งได้
คำตอบของพระพุทธเจ้าไม่ได้ปฏิเสธมิตรภายนอก พระองค์ยังตรัสว่ามารดาเป็นมิตรในบ้าน และเพื่อนเป็นมิตรเมื่อมีธุระ แต่ชี้ว่ามีมิตรบางอย่างที่ต้องสร้างเอง และเป็นมิตรเพียงอย่างเดียวที่ตามเราไปได้ทุกที่
บางคำถามในวรรคสะท้อนสังคมสมัยนั้น เช่น เรื่องบุตร ภรรยา และสตรีกับพรหมจรรย์ หน้านี้เลือกเฉพาะบทที่นำมาใช้ในชีวิตได้ตรง ๆ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
อุปมาคนตกน้ำเจ็ดจำพวก ตั้งแต่จมแล้วจมเลย จนถึงข้ามถึงฝั่งยืนบนบก โดยวัดที่ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา ว่…
พระฉันนะต้องอาบัติแล้วไม่ยอมเห็นอาบัติ สงฆ์จึงงดจากการร่วมกิจด้วย ท่านไปอาวาสอื่นก็ไม่มีใครต้อนรับ จนกลับมาโกส…
อาจารย์นำกระดูกมาบอกพ่อว่าลูกตายแล้ว แต่พ่อหัวเราะและไม่เชื่อ แล้วเล่าถึงสิ่งที่คนทั้งบ้านประพฤติ ตั้งแต่ไม่พู…
ชฎิลบูชาไฟผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ห้าร้อยเห็นฤทธิ์ของพระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังคิดทุกครั้งว่า "แต่ก็ไม่…