อนุรุทธสูตร: ประทีปที่น้ำมันและไส้บริสุทธิ์
การฝึกจิต

อนุรุทธสูตร: ประทีปที่น้ำมันและไส้บริสุทธิ์

เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต

ช่างไม้ผู้งานยุ่งถามพระอนุรุทธว่า ใจที่หาประมาณมิได้กับใจที่เป็นมหัคคตะต่างกันหรือไม่ — คำตอบนำไปสู่อุปมาประทีปน้ำมัน ใจที่ระงับความกระสับกระส่ายทางกาย ความง่วงซึม และความฟุ้งซ่านได้ ย่อมสว่างไม่ริบหรี่

๘ ข้อ

ในอนุรุทธสูตร มัชฌิมนิกาย ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะนิมนต์ท่านพระอนุรุทธกับภิกษุอีกสามรูปไปฉันที่บ้าน และขอให้มาแต่เช้า เพราะตนมีงานราชการมาก หลังภัตตาหาร เขาเล่าว่าพระเถระบางรูปสอนให้เจริญเจโตวิมุตติที่หาประมาณมิได้ บางรูปสอนให้เจริญเจโตวิมุตติที่เป็นมหัคคตะ จึงถามว่าสองอย่างนี้ต่างกันทั้งความหมายและถ้อยคำ หรือต่างกันแค่ถ้อยคำ

ท่านพระอนุรุทธให้เขาตอบตามที่ตนเข้าใจก่อน แล้วอธิบายว่าต่างกันทั้งความหมายและถ้อยคำ เจโตวิมุตติที่หาประมาณมิได้คือการแผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ไปทุกทิศไม่มีขอบเขต ส่วนเจโตวิมุตติที่เป็นมหัคคตะคือการน้อมใจแผ่ไปในขอบเขตที่กำหนด ตั้งแต่โคนไม้หนึ่งต้นจนถึงแผ่นดินที่มีสมุทรเป็นขอบ

จากนั้นท่านแสดงการเข้าถึงภพ ๔ อย่างของเทวดาที่มีรัศมีเล็กน้อย หาประมาณมิได้ เศร้าหมอง และบริสุทธิ์ และตอบคำถามของท่านพระอภิยะกัจจานะด้วยอุปมาประทีปน้ำมัน ท้ายพระสูตรท่านพระอนุรุทธยอมรับว่าเคยอยู่ร่วมและสนทนากับเทวดาเหล่านั้นมานาน

  1. ๑

    คนงานยุ่งก็หาเวลาถามธรรมได้ พหุกิจฺโจ พหุกรณีโย ราชกรณีเยน

    ปัญจกังคะให้คนไปนิมนต์และขอให้ท่านมาแต่เช้า เพราะตนมีกิจราชการมาก แต่เมื่อท่านมาแล้ว เขาถวายภัตตาหารด้วยมือตนเอง แล้วนั่งถามเรื่องที่ค้างใจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้างานยุ่ง ให้จัดเวลาสั้น ๆ ที่ชัดเจนแทนการรอเวลาว่าง และเตรียมคำถามที่อยากรู้จริงไว้ล่วงหน้า

  2. ๒

    ให้ผู้ถามลองตอบเองก่อน ตญฺเญเวตฺถ ปฏิภาตุ

    ท่านพระอนุรุทธไม่ตอบทันที แต่ให้ปัญจกังคะบอกความเข้าใจของตนก่อน เพื่อจะได้มีความเข้าใจที่ไม่ผิดต่อไป เขาตอบว่าสองอย่างนี้ความหมายเดียวกัน ต่างแต่ถ้อยคำ ท่านจึงอธิบายว่าต่างกันทั้งสองอย่าง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาลูกหรือเพื่อนร่วมงานมาถาม ลองถามกลับว่า "ตอนนี้เข้าใจว่าอย่างไร" จะรู้ว่าต้องแก้ตรงไหน และเขาจะจำคำตอบได้ดีกว่า

  3. ๓

    ใจที่หาประมาณมิได้ อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺติ

    ภิกษุมีใจประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แผ่ไปทิศหนึ่ง ทิศที่สอง สาม สี่ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง และด้านขวาง ทั่วโลกที่มีสัตว์ทั้งปวง ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน นี้คือเจโตวิมุตติที่หาประมาณมิได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนนอน ลองส่งความปรารถนาดีจากคนใกล้ตัว ขยายไปถึงคนในเมือง ในประเทศ และทุกชีวิต โดยไม่เว้นคนที่เราไม่ชอบ

  4. ๔

    ใจที่กว้างใหญ่ในขอบเขตที่กำหนด มหคฺคตา เจโตวิมุตฺติ

    ภิกษุน้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้หนึ่งแห่ง สองสามแห่ง เขตบ้านหนึ่งแห่ง สองสามแห่ง อาณาจักรใหญ่ จนถึงแผ่นดินที่มีสมุทรเป็นขอบเขต ว่าเป็นแดนมหัคคตะ นี้คือเจโตวิมุตติที่เป็นมหัคคตะ ยิ่งขอบเขตกว้าง ภาวนาก็ยิ่งเป็นมหัคคตะมากขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ฝึกใจให้กว้างทีละขั้น เริ่มจากความสงบในห้องที่นั่งอยู่ แล้วค่อยขยายเป็นทั้งบ้าน ทั้งซอย ไม่ต้องกระโดดไปทั้งโลกตั้งแต่วันแรก

  5. ๕

    ประทีปหลายดวงในเรือนหลังเดียว สมฺพหุลานิ เตลปฺปทีปานิ เอกํ ฆรํ ปเวเสยฺย

    เมื่อเทวดาประชุมกัน สีกายต่างกันแต่รัศมีไม่ต่างกัน เหมือนนำประทีปหลายดวงเข้าไปในเรือนเดียว เปลวต่างกันแต่แสงรวมเป็นหนึ่ง เมื่อแยกย้ายกัน ทั้งสีกายและรัศมีก็ปรากฏต่างกัน เหมือนนำประทีปเหล่านั้นออกจากเรือน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในทีมที่ดี แต่ละคนต่างกันได้ แต่ผลงานรวมเป็นแสงเดียว ไม่ต้องแข่งกันว่าแสงของใครสว่างกว่าเมื่ออยู่ในห้องเดียวกัน

  6. ๖

    แมลงในตะกร้า มกฺขิกานํ กาเชน วา ปิฏเกน วา หริยมานานํ

    เทวดาเหล่านั้นไม่คิดว่าที่อยู่ของตนเที่ยง ยั่งยืน หรือแน่นอน แต่ยินดีอยู่ในที่ที่ตนอาศัย เหมือนแมลงที่ถูกหาบไปในหาบหรือตะกร้า ไม่ได้คิดว่าตะกร้าเป็นของเที่ยง แต่ก็ยินดีอยู่ตรงนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เราก็มักอยู่กับงาน บ้าน หรือความสัมพันธ์โดยไม่เคยคิดว่ามันเปลี่ยนได้ การนึกถึงตะกร้าช่วยให้ยินดีกับสิ่งที่มีโดยไม่ยึดว่ามันจะอยู่ตลอดไป

  7. ๗

    น้ำมันและไส้ที่บริสุทธิ์ เตลมฺปิ ปริสุทฺธํ วฏฺฏิปิ ปริสุทฺธา

    ประทีปที่น้ำมันและไส้ไม่บริสุทธิ์ย่อมติดไฟริบหรี่ ภิกษุที่ไม่ได้ระงับความชั่วหยาบทางกาย ไม่ได้ถอนถีนมิทธะ ไม่ได้กำจัดอุทธัจจกุกกุจจะให้ดี ก็รุ่งเรืองอย่างริบหรี่ ส่วนประทีปที่น้ำมันและไส้บริสุทธิ์ย่อมสว่างไม่ริบหรี่ เหมือนภิกษุที่ทำสามข้อนี้ได้ดี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าช่วงไหนใจมืดมัว ลองตรวจสามอย่าง: กายกระสับกระส่ายไหม ง่วงซึมไหม ฟุ้งซ่านหรือค้างคาใจไหม แก้ทีละข้อ ไม่ต้องโทษตัวเองว่าฝึกไม่เก่ง

  8. ๘

    พูดจากสิ่งที่รู้เอง ไม่ใช่ "ได้ยินมา" เอวมฺเม สุตนฺติ วา เอวํ อรหติ ภวิตุนฺติ วา

    ท่านพระอภิยะกัจจานะชมว่า ท่านพระอนุรุทธไม่ได้พูดว่า "เราได้ฟังมาอย่างนี้" หรือ "ควรจะเป็นอย่างนี้" แต่พูดว่าเทวดาเหล่านั้นเป็นอย่างนี้ ท่านพระอนุรุทธจึงยอมรับว่าเคยอยู่ร่วม เจรจา และสนทนากับเทวดาเหล่านั้นมานานแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเล่าเรื่องใดให้คนอื่นฟัง บอกให้ชัดว่าส่วนไหนเรารู้เอง ส่วนไหนได้ยินมา และส่วนไหนเป็นการคาดเดา คนฟังจะเชื่อใจเราได้มากขึ้น

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

อุปมาประทีปเป็นภาพที่จำง่าย แสงของใจจะสว่างหรือริบหรี่ขึ้นกับน้ำมันและไส้ ไม่ใช่แค่ความตั้งใจว่าจะสว่าง ในชีวิตประจำวัน น้ำมันกับไส้ที่ขุ่นคือร่างกายที่กระสับกระส่าย ความง่วงซึม และความฟุ้งซ่านที่ไม่ได้ดูแล

ก่อนนั่งสมาธิหรือทำงานที่ต้องใช้ใจ ลองดูแลสามอย่างนี้ก่อน เช่น ยืดเส้นให้กายสงบ นอนให้พอ และจดเรื่องค้างใจออกมาก่อน

ปัญจกังคะก็เป็นตัวอย่างของคนทำงานยุ่งที่ยังใส่ใจธรรม เมื่อได้ยินคำสอนสองแบบที่ฟังคล้ายกัน เขาไม่เดาเอาเอง แต่ถามให้ชัด

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัญจัตตยสูตร: แม้คิดว่า "เราสงบแล้ว" ก็ยังเป็นการยึด

ปญฺจตฺตยสุตฺตํ

พระพุทธเจ้าทรงวิเคราะห์ความเห็นเรื่องตัวตนหลังตายและเรื่องโลก ด้วยอุปมาพ่อค้าที่หวังกำไร สุนัขที่ถูกล่ามกับเสา…

ข้าวยาคูของพราหมณ์: ถวายสิ่งที่ยังขาด และอานิสงส์ ๑๐ ประการ

ทสานิสํสา ยาคุยา

พราหมณ์ผู้ตามเสด็จมาสองเดือนแต่ไม่ได้คิวถวายภัตตาหาร จึงสังเกตว่าโรงอาหารยังขาดอะไร แล้วถวายข้าวยาคูและขนม พระ…

อิติวุตตกะ: คบคนเช่นใด ก็เป็นคนเช่นนั้น

โสปิ ตาทิสโก โหติ สหวาโส หิ ตาทิโส

ปลาเน่าห่อด้วยหญ้าคา หญ้าคาก็เหม็นไปด้วย กฤษณาห่อด้วยใบไม้ ใบไม้ก็หอมไปด้วย — สองสูตรในติกนิบาตที่ว่าด้วยศีลกั…

อธรรมสูตร: แยกถูกผิด แยกมีประโยชน์ไม่มีประโยชน์ และถามให้ถึงต้นทาง

อธมฺโม จ ภิกฺขเว เวทิตพฺโพ ธมฺโม จ

พระพุทธเจ้าตรัสหัวข้อสั้น ๆ ว่าควรรู้สิ่งที่ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรม สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ แล้วเ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้