เอสุการีสูตร: รับใช้สิ่งที่ทำให้เราดีขึ้น
ใช้ในชีวิตประจำวัน

เอสุการีสูตร: รับใช้สิ่งที่ทำให้เราดีขึ้น

เอสุการีสุตฺตํ

พราหมณ์เอสุการีเล่าว่าพราหมณ์กำหนดว่าใครต้องรับใช้ใคร และใครมีทรัพย์อะไร พระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งที่ควรรับใช้คือสิ่งที่ทำให้ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาเจริญ และทรัพย์แท้ของคนคือโลกุตรธรรม

๗ ข้อ

ในเอสุการีสูตร มัชฌิมนิกาย พราหมณ์เอสุการีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวัน และเล่าว่าพราหมณ์บัญญัติการรับใช้ไว้ ๔ แบบ เช่น ทุกวรรณะควรรับใช้พราหมณ์ ส่วนศูทรมีแต่ศูทรด้วยกันที่รับใช้ และบัญญัติทรัพย์ประจำวรรณะไว้ ๔ อย่าง คือ การเที่ยวภิกษาของพราหมณ์ ธนูของกษัตริย์ การทำนาเลี้ยงวัวของแพศย์ และเคียวกับไม้คานของศูทร

พระพุทธเจ้าทรงถามว่า โลกทั้งปวงยินยอมให้พราหมณ์บัญญัติเช่นนั้นหรือ แล้วตรัสว่าไม่ได้สอนว่าควรรับใช้ทุกอย่าง หรือไม่ควรรับใช้อะไรเลย แต่ให้ดูว่าการรับใช้นั้นทำให้ดีขึ้นหรือเลวลง

พระองค์ยังตรัสว่า คนไม่ได้ดีหรือเลวเพราะเกิดในตระกูลสูง รูปงาม หรือมีทรัพย์มาก และทรงใช้อุปมาเรื่องไฟ แสดงว่าคนทุกวรรณะปฏิบัติธรรมได้เสมอกัน

  1. ๑

    ใครให้สิทธิ์กำหนดหน้าที่คนอื่น อกามสฺส วิสํ โอลคฺเคยฺยุํ

    พระพุทธเจ้าทรงถามว่า โลกทั้งปวงยินยอมให้พราหมณ์บัญญัติการรับใช้หรือไม่ พราหมณ์ตอบว่าไม่ พระองค์จึงตรัสอุปมาว่า เหมือนคนยากจนที่ไม่ต้องการ แต่มีคนมาแขวนก้อนเนื้อให้ แล้วบอกว่าต้องกินและต้องจ่ายราคา พราหมณ์บัญญัติกฎนี้ให้คนอื่นโดยที่เขาไม่ได้ยินยอม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีใครกำหนดว่า "คนอย่างเธอต้องทำหน้าที่นี้" ให้ถามว่าข้อตกลงนั้นมาจากความยินยอมของทุกฝ่ายหรือเปล่า

  2. ๒

    ไม่ใช่ทุกอย่างควรรับใช้ นาหํ พฺราหฺมณ สพฺพํ ปริจริตพฺพนฺติ วทามิ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ได้กล่าวว่าควรรับใช้ทุกอย่าง และไม่ได้กล่าวว่าไม่ควรรับใช้อะไรเลย การรับใช้ใดทำให้เลวลง ไม่ดีขึ้น ไม่ควรรับใช้ การรับใช้ใดทำให้ดีขึ้น ไม่เลวลง ควรรับใช้ ไม่ว่ากษัตริย์หรือศูทร ถ้าตอบอย่างถูกต้องก็จะตอบเช่นนี้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนรับงาน รับเป็นลูกศิษย์ หรือเข้าร่วมกลุ่มใด ให้ถามว่า อยู่ที่นี่แล้วเราจะเป็นคนที่ดีขึ้นหรือแย่ลง

  3. ๓

    ไม่ดีหรือเลวเพราะตระกูล รูปร่าง หรือทรัพย์ นาหํ พฺราหฺมณ อุจฺจากุลีนตา เสยฺยโสติ วทามิ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่กล่าวว่าใครประเสริฐหรือเลวเพราะเกิดในตระกูลสูง มีผิวพรรณงาม หรือมีทรัพย์มาก เพราะคนที่มีสิ่งเหล่านี้บางคนก็ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ พูดเท็จ บางคนก็เว้นจากสิ่งเหล่านั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเลือกคนมาร่วมงานหรือเลือกคบเพื่อน ให้ดูที่พฤติกรรมจริง มากกว่าชื่อเสียงของครอบครัว หน้าตา หรือฐานะ

  4. ๔

    รับใช้สิ่งที่ทำให้คุณธรรม ๕ อย่างเจริญ สทฺธา วฑฺฒติ สีลํ วฑฺฒติ สุตํ วฑฺฒติ จาโค วฑฺฒติ ปญฺญา วฑฺฒติ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า การรับใช้ใดที่ทำให้ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาเจริญขึ้น การรับใช้นั้นควรทำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทบทวนงานหรือความสัมพันธ์ที่ใช้เวลามากที่สุด แล้วให้คะแนนตามห้าข้อนี้ ข้อไหนลดลงตลอด ให้หาทางปรับ

  5. ๕

    ทรัพย์แท้ของคนคือโลกุตรธรรม อริยํ โลกุตฺตรํ ธมฺมํ ปุริสสฺส สทฺธนํ ปญฺญเปมิ

    พราหมณ์บัญญัติทรัพย์ประจำวรรณะ เช่น ธนูของกษัตริย์ เคียวและไม้คานของศูทร แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ทรงบัญญัติโลกุตรธรรมอันเป็นอริยะว่าเป็นทรัพย์ของคน ส่วนการที่คนถูกนับว่าเป็นกษัตริย์หรือศูทร เป็นไปตามตระกูลที่เกิด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อาชีพและเครื่องมือทำกินเป็นสิ่งที่เปลี่ยนได้ ให้ลงทุนกับทรัพย์ภายในที่ไม่มีใครยึดไปได้ คือคุณธรรมและความเข้าใจชีวิต

  6. ๖

    ไฟถูกเรียกตามเชื้อ ติณคฺคิเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ

    ไฟที่ติดไม้เรียกว่าไฟไม้ ไฟที่ติดหญ้าเรียกว่าไฟหญ้า ไฟที่ติดมูลโคเรียกว่าไฟมูลโค คนก็ถูกนับว่าเป็นกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ หรือศูทร ตามตระกูลที่เกิดขึ้นมา ชื่อเรียกจึงบอกที่มา ไม่ได้บอกคุณค่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีคนติดป้ายเราหรือคนอื่นตามที่มา เช่น "เด็กต่างจังหวัด" หรือ "ลูกคนรวย" ให้จำไว้ว่าป้ายบอกแค่ที่มา ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนอย่างไร

  7. ๗

    ทุกคนเจริญเมตตาและปฏิบัติธรรมได้ อจฺจิมา เจว วณฺณิมา จ ปภสฺสโร จ

    พราหมณ์ยอมรับว่าคนทุกวรรณะเจริญเมตตาที่ไม่มีเวรได้ อาบน้ำชำระฝุ่นได้ และไฟที่คนตระกูลสูงจุดจากไม้หอม กับไฟที่คนตระกูลต่ำจุดจากไม้รางอาหารสุนัข ก็มีเปลว มีสี มีแสง ใช้งานได้เหมือนกัน คนทุกวรรณะที่ออกบวชและประพฤติตามธรรมก็ยินดีในกุศลธรรมได้เช่นกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าคิดว่าตัวเองมาจากครอบครัวธรรมดาแล้วฝึกใจไม่ได้ และอย่ามองข้ามความตั้งใจดีของคนที่มาจากพื้นเพที่สังคมไม่ให้ค่า

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ทุกคนต้องรับใช้อะไรบางอย่าง ทั้งหัวหน้า องค์กร ลูกค้า ครอบครัว หรือเป้าหมายของตัวเอง พระสูตรนี้ให้เกณฑ์ที่ใช้ได้ทันที คือดูว่าการรับใช้นั้นทำให้เรามีศรัทธา มีศีล ได้เรียนรู้ รู้จักให้ และมีปัญญามากขึ้นหรือไม่

ถ้างานหรือความสัมพันธ์ใดบังคับให้เราโกหก เอาเปรียบ หรือหยุดเรียนรู้ ก็เป็นสัญญาณให้ทบทวน แม้จะได้เงินหรือได้หน้าก็ตาม ถ้ายังออกไม่ได้ทันที อย่างน้อยก็ตั้งขอบเขตที่ชัดเจน

เรื่องไฟเตือนว่า คนเราถูกเรียกตามที่มา แต่ความสามารถที่จะดีขึ้นมีเท่ากัน ไม่ควรดูถูกตัวเองหรือคนอื่นเพราะพื้นเพ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

มณิกัณฐชาดก: ขอสิ่งที่เขารัก แล้วเขาก็ไม่กลับมาอีก

มณิกณฺฐชาตกํ

ดาบสอึดอัดที่พญานาคมาหาทุกวัน จึงใช้วิธีขอแก้วมณีที่คอของเขา พญานาคก็ไม่มาอีกเลยจริง ๆ แต่ดาบสกลับซูบผอมหนักกว…

สามัญญผลสูตร: หนี้ โรค เรือนจำ ความเป็นทาส และทางกันดาร

ยถา อิณํ ยถา โรคํ ยถา พนฺธนาคารํ

ทรงเปรียบใจที่ยังมีนิวรณ์ ๕ ว่าเหมือนคนเป็นหนี้ คนป่วยหนัก นักโทษ ทาส และคนเดินทางกันดาร แล้วเปรียบใจที่ละนิวร…

ทานวรรคและสันถารวรรค: ให้สิ่งของ กับให้ธรรม

อามิสทานญฺจ ธมฺมทานญฺจ

การให้ การบูชา การแบ่งปัน การสงเคราะห์ การต้อนรับ การแสวงหา ไปจนถึงความเจริญและรัตนะ ล้วนมีสองแบบ คือแบบอามิส …

ปัฏฐาน: การมีอยู่และการหมดไป ต่างก็เป็นปัจจัยได้

อตฺถิปจฺจโย

สี่ปัจจัยสุดท้ายในบัญชี ๒๔ พูดถึงการมีอยู่และการไม่มี อัตถิและอวิคตปัจจัยคือสิ่งที่ยังตั้งอยู่จึงค้ำสิ่งอื่นได…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้