สมุททสูตรและพาลิสิกสูตร: ทะเลของผัสสะและเบ็ดของมาร
การฝึกจิต

สมุททสูตรและพาลิสิกสูตร: ทะเลของผัสสะและเบ็ดของมาร

จกฺขุ ภิกฺขเว ปุริสสฺส สมุทฺโท

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คือทะเลที่มีคลื่น น้ำวน และสัตว์ร้าย ผู้ข้ามได้ยืนอยู่บนบก อารมณ์น่าใคร่คือเบ็ด ๖ ของมาร และใจที่ยังมีราคะ โทสะ โมหะ เหมือนต้นไม้มียางที่สับตรงไหนก็ไหลออก

๗ ข้อ

ในสมุททวรรค สฬายตนสังยุต สังยุตตนิกาย มีพระสูตรสั้น ๆ ต่อกันหลายสูตรที่ใช้อุปมาชัดเจนเกี่ยวกับอายตนะ ๖

สมุททสูตรที่หนึ่งตรัสว่า สิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่าทะเลเป็นเพียงห้วงน้ำใหญ่ ในวินัยของพระอริยะ ตาเป็นทะเลของบุรุษ มีกำลังที่เกิดจากรูปซัดมา ผู้อดทนต่อกำลังนั้นได้ ชื่อว่าข้ามทะเลที่มีคลื่น น้ำวน สัตว์ร้าย และผีเสื้อน้ำ แล้วขึ้นยืนบนบก ตรัสอย่างเดียวกันจนถึงใจ สมุททสูตรที่สองตรัสว่ารูปที่น่าปรารถนาน่าใคร่คือทะเล ซึ่งโลกส่วนมากจมอยู่

พาลิสิกสูตรเปรียบอารมณ์น่าใคร่ทั้งหกกับเบ็ด ๖ ของมาร ส่วนขีรรุกขสูตรเปรียบใจที่ยังมีราคะ โทสะ โมหะ กับต้นไม้มียาง ซึ่งสับตรงไหนยางก็ไหลออก

  1. ๑

    ตาเป็นทะเลของมนุษย์ จกฺขุ ภิกฺขเว ปุริสสฺส สมุทฺโท

    ทะเลที่คนทั่วไปรู้จักเป็นเพียงห้วงน้ำใหญ่ ทะเลในวินัยของพระอริยะคือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แต่ละทางมีกำลังที่เกิดจากอารมณ์ของมันซัดเข้ามา เช่น กำลังของตาเกิดจากรูป กำลังของใจเกิดจากธรรมารมณ์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าวันนี้ทะเลไหนมีคลื่นแรงที่สุด ตาที่เลื่อนหน้าจอ หูที่ฟังคำวิจารณ์ หรือใจที่คิดวน แล้วระวังที่ทางนั้นเป็นพิเศษ

  2. ๒

    ผู้ข้ามได้ยืนบนบก ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ

    ผู้ที่อดทนต่อกำลังที่เกิดจากรูปได้ ชื่อว่าข้ามทะเลคือตา ซึ่งมีคลื่น มีน้ำวน มีสัตว์ร้าย มีผีเสื้อน้ำ แล้วขึ้นยืนบนบก พระสูตรเรียกผู้นั้นว่าพราหมณ์ คาถาเรียกว่าผู้ถึงฝั่ง ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ ถึงที่สุดแห่งโลก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีแรงดึงให้ซื้อของ ตอบโต้ หรือเปิดคลิปต่อ ลองอดทนต่อแรงนั้นเพียงหนึ่งนาที การยืนนิ่งได้แม้ครู่เดียวคือการหัดยืนบนบก

  3. ๓

    โลกจมอยู่ในทะเลของอารมณ์น่าใคร่ ตนฺตากุลกชาตา

    สมุททสูตรที่สองตรัสว่ารูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์ที่น่าปรารถนาน่าใคร่คือทะเล โลกทั้งเทวดาและมนุษย์ส่วนมากจมอยู่ในทะเลนี้ ยุ่งเหมือนด้ายของช่างหูกที่พันกัน เป็นปมเหมือนกลุ่มด้าย คาถาตรัสว่าผู้คลายราคะ โทสะ และอวิชชาได้ จึงข้ามทะเลนี้ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่าชีวิตยุ่งเป็นปมจนแก้ไม่ออก ลองดูว่าปมไหนผูกด้วยความอยากได้ ความไม่พอใจ หรือความไม่รู้ แล้วแก้ทีละปม

  4. ๔

    ปลาที่ตะกละเหยื่อ พาลิสิโก

    พรานเบ็ดหย่อนเบ็ดที่มีเหยื่อลงในห้วงน้ำลึก ปลาตัวที่อยากกินเหยื่อก็กลืนเบ็ดนั้น ถึงความวิบัติ ถึงความพินาศ พรานจะทำอะไรกับมันก็ได้ตามใจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนกดรับข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง หรือโปรโมชันที่เร่งให้ตัดสินใจ ถามตัวเองว่าเหยื่อชิ้นนี้ซ่อนเบ็ดอะไรไว้

  5. ๕

    เบ็ด ๖ ของมาร ฉยิเม ภิกฺขเว พฬิสา โลกสฺมึ

    ในโลกมีเบ็ด ๖ อย่างเพื่อนำสัตว์ไปสู่ความพินาศ คือรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์ที่น่าใคร่ ภิกษุผู้เพลิดเพลิน สรรเสริญ หมกมุ่นในสิ่งเหล่านั้น เรียกว่ากลืนเบ็ดของมาร มารทำได้ตามใจ ส่วนผู้ไม่เพลิดเพลิน ไม่สรรเสริญ ไม่หมกมุ่น เรียกว่าทำลายเบ็ด ย่ำยีเบ็ดแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ลองสังเกตสามขั้นในตัวเอง คือชอบ ชมซ้ำ ๆ และจมอยู่กับมัน ถ้ารู้ตัวตั้งแต่ขั้นชมซ้ำ ๆ ยังคายเบ็ดออกได้ทัน

  6. ๖

    ต้นไม้มียาง ขีรรุกฺโข

    ในขีรรุกขสูตร ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นกร่าง หรือต้นมะเดื่อที่ยังมียาง ไม่ว่าต้นใหญ่หรือเล็ก ถูกสับด้วยขวานคมตรงไหน ยางก็ไหลออก ผู้ที่ยังละราคะ โทสะ โมหะ ในรูปไม่ได้ แม้รูปเล็กน้อยผ่านตาก็ครอบงำจิตได้ จะกล่าวไปใยถึงรูปที่ใหญ่ยิ่ง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเรื่องเล็กน้อยทำให้เราโมโหหรืออยากได้มาก อย่าโทษแต่เรื่องนั้น ให้รู้ว่ายางในใจเรายังมีอยู่ และนั่นคือสิ่งที่ต้องทำงานด้วย

  7. ๗

    ไม้แห้งสับอย่างไรก็ไม่มียาง สุกฺโข โกฬาโป เตโรวสฺสิโก

    ต้นไม้ชนิดเดียวกันที่แห้งผุ พ้นฤดูฝนแล้ว ถูกสับตรงไหนยางก็ไม่ไหล เพราะไม่มียาง ผู้ที่ละราคะ โทสะ โมหะ ได้แล้ว แม้รูปที่ใหญ่ยิ่งผ่านตาก็ครอบงำจิตไม่ได้ จะกล่าวไปใยถึงรูปเล็กน้อย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    วัดความก้าวหน้าของการฝึกใจจากสิ่งเร้าชนิดเดิมที่เคยทำให้หวั่นไหว ถ้าวันนี้มันไหลออกน้อยลง แปลว่ายางในใจเริ่มแห้งลงบ้างแล้ว

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรกลุ่มนี้ตรงกับชีวิตยุคหน้าจอเป็นพิเศษ ฟีดที่เลื่อนไม่สิ้นสุดคือคลื่นและน้ำวน การแจ้งเตือนที่ชวนให้กดคือเหยื่อที่เกี่ยวเบ็ดไว้ข้างใน

จุดสำคัญคือพระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่ารูปหรือเสียงที่น่าพอใจเป็นความผิด เบ็ดทำงานก็ต่อเมื่อเราเพลิดเพลิน สรรเสริญ และหมกมุ่นในสิ่งนั้น และในขีรรุกขสูตร ปัญหาอยู่ที่ยางในต้นไม้ ไม่ใช่ที่ขวาน

พระสูตรเหล่านี้ตรัสแก่ภิกษุ มาตรฐานการสำรวมของนักบวชจึงเข้มกว่าคนทั่วไป ฆราวาสนำมาใช้ได้ในระดับที่เหมาะ คือรู้ทันว่าตัวเองกำลังกลืนเบ็ด ไม่ใช่หลีกหนีความสุขทุกชนิด

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ภัทรฆฏเภทกชาดก: หม้อสารพัดนึกที่ถูกโยนเล่นจนแตก

ภทฺรฆฏเภทกชาตกํ

ลูกเศรษฐีผลาญทรัพย์จนหมดตัว บิดาที่ไปเกิดเป็นเทวดามาให้หม้อสารพัดนึกพร้อมคำกำชับข้อเดียวว่าอย่าให้แตก แต่วันหน…

ราหุลบวชเป็นสามเณร: พรของพระเจ้าสุทโธทนะเรื่องความยินยอมของพ่อแม่

น ภิกฺขเว อนนุญฺญาโต มาตาปิตูหิ ปุตฺโต ปพฺพาเชตพฺโพ

ราหุลกุมารทูลขอมรดกจากพระพุทธเจ้า แต่ได้บวชเป็นสามเณร เป็นเหตุให้ทรงอนุญาตการบวชสามเณร พระเจ้าสุทโธทนะทรงเล่าค…

สมิทธิสูตร: ไม่ทิ้งสิ่งที่เห็นได้เดี๋ยวนี้ไปหาสิ่งที่ต้องรอกาล

สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโม อกาลิโก

เทวดาชวนพระสมิทธิผู้ยังหนุ่มให้เสพกามก่อน อย่าทิ้งของที่เห็นอยู่ตรงหน้า — ท่านตอบว่า ท่านละสิ่งที่ขึ้นกับกาลเว…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้