ทุฏฐัฏฐกสุตตนิทเทส: เมื่อถูกใส่ร้าย และเมื่ออยากอวด
ทุฏฺฐฏฺฐกสุตฺตนิทฺเทโสคำอธิบายทุฏฐัฏฐกสูตรในมหานิทเทส ว่าคนถูกดึงเข้าไปในคำกล่าวหาได้สองทาง คือเป็นผู้ทำจริง หรือโกรธโต้ตอบ แยกศีลกั…
สุนกฺขตฺตสุตฺตํ
บางคนเข้าใจว่าตนถึงที่หมายแล้วทั้งที่ยังไม่ถึง พระพุทธเจ้าทรงเปรียบด้วยคนถูกศรอาบยาพิษ หมอถอนศรและกำจัดพิษให้แล้ว แต่ไม่ยอมดูแลแผลต่อ แผลจึงกำเริบจนถึงตาย
ในสุนักขัตตสูตร มัชฌิมนิกาย พระสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ภิกษุจำนวนมากที่พยากรณ์อรหัตผลนั้น พยากรณ์โดยชอบจริงหรือ หรือบางพวกพยากรณ์ด้วยความสำคัญว่าตนได้บรรลุ พระพุทธเจ้าตรัสว่ามีทั้งสองอย่าง
จากนั้นทรงแสดงว่าคนเราน้อมใจไปคนละทาง ผู้น้อมใจไปในโลกามิสก็ถนัดแต่เรื่องโลกามิส ผู้น้อมใจไปในสมาบัติขั้นต่าง ๆ ก็สนใจแต่เรื่องนั้น ทรงใช้อุปมาหลายอย่าง เช่น ใบไม้เหลืองที่หลุดจากขั้วแล้วไม่อาจกลับเขียวสด ศิลาที่แตกเป็นสองซีกแล้วเชื่อมให้สนิทไม่ได้ คนที่อิ่มแล้วทิ้งอาหารไปย่อมไม่ปรารถนาอาหารนั้นอีก และต้นตาลยอดด้วนที่ไม่อาจงอกงามได้อีก
แล้วทรงแสดงอุปมาสำคัญ คือคนถูกศรอาบยาพิษ หมอผ่าตัดถอนศรและกำจัดพิษจนหมดเชื้อ แล้วสั่งวิธีดูแลแผล คนที่คิดว่าตนหมดอันตรายแล้วจึงไม่ทำตาม แผลก็กำเริบจนถึงตายหรือทุกข์ปางตาย ส่วนคนที่ทำตามคำหมอ แผลก็หายสนิท ท้ายพระสูตรทรงไขอุปมาว่าแผลคืออายตนะภายใน ๖ พิษคืออวิชชา ศรคือตัณหา เครื่องตรวจคือสติ ศัสตราคือปัญญาของพระอริยะ และหมอผ่าตัดคือตถาคต
พระพุทธเจ้าตรัสตรงไปตรงมาว่า ในบรรดาภิกษุที่พยากรณ์อรหัตผลนั้น บางพวกพยากรณ์โดยชอบแท้ และบางพวกพยากรณ์ด้วยความสำคัญว่าตนได้บรรลุ พวกแรกก็เป็นจริงตามนั้น ส่วนพวกหลังตถาคตดำริว่าจักแสดงธรรมแก่เขา
เมื่อรู้สึกว่าตนผ่านบทเรียนบางอย่างแล้ว ให้ถือเป็นสมมติฐานที่ยังต้องทดสอบ ไม่ใช่ข้อสรุป
ผู้น้อมใจไปในโลกามิสย่อมถนัดแต่เรื่องที่เหมาะแก่โลกามิส ตรึกตรองแต่เรื่องนั้น คบแต่คนชนิดเดียวกัน และเมื่อมีคนพูดเรื่องอื่นก็ไม่สนใจฟัง ไม่เงี่ยโสตสดับ ทรงแสดงหลักเดียวกันนี้กับผู้ที่น้อมใจไปในสมาบัติขั้นต่าง ๆ ด้วย
ลองดูว่าสามเรื่องที่คุยกับเพื่อนบ่อยที่สุดคืออะไร นั่นคือทิศที่ใจคุณกำลังน้อมไป และเป็นทิศที่ชีวิตจะเดินไปจริง ๆ
ทรงเปรียบความเกี่ยวข้องที่ขาดไปแล้วด้วยอุปมาเป็นลำดับ ใบไม้เหลืองที่หลุดจากขั้วไม่อาจกลับเขียวสด ศิลาที่แตกสองซีกเชื่อมให้สนิทไม่ได้ อาหารที่ตนอิ่มแล้วทิ้งไปย่อมไม่อยากอีก และต้นตาลยอดด้วนที่ถูกตัดขาดถอนรากแล้วไม่งอกได้อีก
สิ่งที่เราเลิกได้จริงจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนใจทุกวัน แต่เป็นสิ่งที่นึกถึงแล้วไม่อยากอีกแล้ว ใช้ข้อนี้วัดว่าเราเลิกจริงหรือแค่กำลังอดทน
ภิกษุที่คิดว่าตนละตัณหาและอวิชชาได้แล้ว แล้วประกอบเนือง ๆ ซึ่งรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์ อันไม่เป็นที่สบายแก่ใจที่น้อมไปในนิพพาน ราคะย่อมตามกำจัดจิต ส่วนผู้ที่ไม่ประกอบเนือง ๆ กับสิ่งเหล่านั้น ราคะก็ไม่ตามกำจัดจิต
ถ้าเพิ่งเลิกอะไรได้ ให้ห่างจากที่ทางและกลุ่มคนที่เคยพาไปทำสิ่งนั้น อย่าเพิ่งทดสอบใจตัวเองด้วยการเข้าไปอยู่ใกล้
หมอผ่าตัดถอนศรและกำจัดพิษจนไม่มีเชื้อเหลือ แล้วสั่งว่าให้บริโภคอาหารที่สบาย ชะแผลและทายาสมานปากแผลทุกเวลา อย่าเที่ยวตากลมตากแดดจนละอองและของโสโครกทำลายปากแผล และให้คอยรักษาแผลจนกว่าแผลจะประสานกัน ผู้ที่คิดว่าตนหมดอันตรายแล้วจึงไม่ทำตาม แผลก็บวมจนถึงตายหรือทุกข์ปางตาย
หลังผ่านช่วงวิกฤตของปัญหาใด ๆ ให้คงกิจวัตรที่ช่วยไว้ต่ออีกระยะ ทั้งการนอน การกินยา การเข้ากลุ่ม หรือการนัดพบผู้ให้คำปรึกษา
ทรงไขความว่า แผลเป็นชื่อของอายตนะภายใน ๖ พิษเป็นชื่อของอวิชชา ศรเป็นชื่อของตัณหา เครื่องตรวจเป็นชื่อของสติ ศัสตราเป็นชื่อของปัญญาของพระอริยะ และหมอผ่าตัดเป็นชื่อของตถาคตผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้เองโดยชอบ
จำลำดับนี้ไว้ใช้กับตัวเอง คือใช้สติเป็นเครื่องตรวจหาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วจึงใช้ปัญญาจัดการ ไม่ใช่จัดการด้วยอารมณ์
ทรงถามว่าคนที่รักชีวิต ไม่อยากตาย ปรารถนาสุข เกลียดทุกข์ จะดื่มน้ำที่ถึงพร้อมด้วยสี กลิ่น รส แต่ระคนด้วยยาพิษ ทั้งที่รู้ว่าดื่มแล้วจะตายหรือไม่ และจะยื่นมือให้งูพิษร้ายแรงกัดหรือไม่ พระสุนักขัตตะทูลว่าไม่เลย
สิ่งที่ยั่วใจมักสวยงามและน่าดื่ม การเห็นโทษที่ตามมาให้ชัดเจนพอ ทำให้ไม่ต้องใช้กำลังใจมากในการปฏิเสธ
ตรัสว่าภิกษุผู้ทำความสำรวมในอายตนะอันเป็นที่กระทบ ๖ อย่าง รู้ว่าอุปธิเป็นรากเหง้าแห่งทุกข์ จึงปราศจากอุปธิ พ้นวิเศษแล้วในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ ที่เขาจะน้อมกายหรือปล่อยจิตไปในอุปธิอีกนั้น ไม่ใช่ฐานะที่มีได้
ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม ในระดับที่ทำได้จริง คือฝึกรู้ตัวที่จุดกระทบ ตอนตาเห็น หูได้ยิน ก่อนที่ความชอบไม่ชอบจะพาไปไกล
ใจความที่ใช้ได้กว้างคือ การบรรเทาอาการไม่เท่ากับการหายขาด และการหายขาดก็ยังต้องดูแลต่อ ใครที่เคยเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ออกจากความสัมพันธ์ที่ทำร้ายจิตใจ หรือฟื้นจากภาวะซึมเศร้า จะเข้าใจอุปมานี้ทันที ช่วงที่อันตรายที่สุดมักไม่ใช่ตอนแย่ที่สุด แต่เป็นตอนที่รู้สึกว่า "หายแล้ว" จึงเลิกทำสิ่งที่ทำให้ดีขึ้น
อีกข้อหนึ่งคือการสำคัญตนผิด คนเราประเมินความก้าวหน้าของตัวเองสูงกว่าจริงได้เสมอ ไม่ว่าจะเรื่องการฝึกจิต ทักษะการทำงาน หรือการควบคุมอารมณ์ วิธีตรวจที่พระสูตรให้ไว้คือดูว่าเมื่อเจอสิ่งที่ไม่สบายแก่ใจแบบเดิม ยังถูกลากไปเหมือนเดิมหรือไม่
พระสูตรนี้พูดถึงคำว่าความตายและทุกข์ปางตายในความหมายเฉพาะทางวินัยของภิกษุ คือการลาสิกขาและการต้องอาบัติ ไม่ใช่เรื่องการทำร้ายตนเอง หากกำลังเผชิญความคิดทำร้ายตนเองหรือภาวะซึมเศร้า ขอให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เป็นเบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่)
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
คำอธิบายทุฏฐัฏฐกสูตรในมหานิทเทส ว่าคนถูกดึงเข้าไปในคำกล่าวหาได้สองทาง คือเป็นผู้ทำจริง หรือโกรธโต้ตอบ แยกศีลกั…
ใช้ทรัพย์ที่หามาได้โดยชอบธรรมให้เกิดประโยชน์ ๕ ทาง — ตั้งแต่เลี้ยงตัวไปจนถึงทำบุญ ใช้แล้วไม่ต้องเสียดายภายหลัง
ฝ่ายหนึ่งเสนอว่าสิ่งทั้งปวงเป็นเพราะกรรม ฝ่ายเถรวาทถามกลับสั้น ๆ ว่า แล้วกรรมเองเป็นเพราะกรรมหรือ และถ้าคนฆ่าส…
พระวินัยวางเกณฑ์ว่าภิกษุแบบใดจึงควรให้อุปสมบท ให้นิสสัย และรับสามเณรไว้ดูแล ตั้งแต่คุณธรรมของตนเอง ความรู้ ควา…