ปุสสเถรคาถา: กระจกส่องนักบวชในอนาคต
ปุสฺสตฺเถรคาถาฤาษีปัณฑรสะถามว่าภิกษุในอนาคตจะเป็นอย่างไร พระปุสสเถระตอบว่าจะมีผู้มักโกรธ ถือตัว โลภในทรัพย์ แต่งตัว และไม่เค…
อตฺตทณฺฑสุตฺตนิทฺเทโส
คำอธิบายอัตตทัณฑสูตรในมหานิทเทส ว่าอาชญาที่ก่อภัยมีทั้งทางกาย วาจา ใจ โลกไม่มีแก่นสาร ทุกความดีในชีวิตมีสิ่งที่มาปิดท้าย ลูกศรในใจมีเจ็ดดอก และเราควรรู้จักมายา มานะ และการทำบุญที่มุ่งถูกทาง
นิทเทสเป็นคัมภีร์ในขุททกนิกาย พระสุตตันตปิฎก ทำหน้าที่อธิบายพระสูตรในสุตตนิบาตทีละคำ ในอัตตทัณฑสุตตนิทเทส มหานิทเทส ท่านอธิบายอัตตทัณฑสูตรแห่งอัฏฐกวรรค ซึ่งขึ้นต้นว่า ภัยเกิดจากอาชญาของตน จงดูคนที่ทุ่มเถียงกัน แล้วพระพุทธเจ้าตรัสเล่าความสังเวชที่พระองค์เคยมี
นิทเทสขยายคำว่าอาชญาให้ครอบคลุมทั้งกาย วาจา และใจ แยกภัยเป็นภัยในชาตินี้และชาติหน้า อธิบายว่าโลกไม่มีแก่นสารในแง่ใด และระบุว่าลูกศรที่มองเห็นยากในหัวใจมีเจ็ดดอก
ส่วนหลังของพระสูตรเป็นข้อปฏิบัติของมุนี นิทเทสอธิบายคำสำคัญ เช่น มายา ความประมาท มานะ และการทำบุญโดยมีใจน้อมไปในนิพพาน รายละเอียดเรื่องโทษในนรกที่นิทเทสยกมาประกอบ หน้านี้ขอกล่าวเพียงย่อ
นิทเทสอธิบายว่าอาชญามีสามอย่าง คือทุจริตทางกายสาม ทางวาจาสี่ และทางใจสาม ภัยมีสองอย่าง คือภัยในชาตินี้ เช่น ถูกจับ ถูกบริภาษ ถูกจองจำและลงโทษ และภัยในชาติหน้า ทั้งหมดเกิดจากอาชญาของตนเอง
ก่อนส่งข้อความที่เขียนด้วยความโกรธ ให้นึกว่านี่คืออาวุธทางวาจา และคนแรกที่จะเดือดร้อนจากมันอาจเป็นตัวเราเอง
นิทเทสอธิบายว่าโลกทุกภพภูมิ รวมทั้งขันธ์ ธาตุ และอายตนะ ไม่มีแก่นสารในแง่ความเที่ยง ความสุข และตัวตน เหมือนต้นอ้อ ต้นละหุ่ง ต้นมะเดื่อ ต้นกล้วย ฟองน้ำ และพยับแดด ที่ไม่มีแก่นให้จับ
เมื่อผิดหวังกับงาน คน หรือระบบที่เคยคิดว่ามั่นคง ให้เข้าใจว่าเรากำลังมองหาแก่นในสิ่งที่ไม่มีแก่นตั้งแต่แรก แล้วค่อย ๆ ปรับความคาดหวัง
ความเป็นหนุ่มสาวถูกความแก่ครอบงำ ความไม่มีโรคถูกความเจ็บป่วยครอบงำ ชีวิตถูกความตายครอบงำ ลาภถูกความเสื่อมลาภ ยศถูกความเสื่อมยศ สรรเสริญถูกนินทา สุขถูกทุกข์ครอบงำ คาถากล่าวว่าเมื่อได้เห็นที่สุดเหล่านี้ จึงเกิดความไม่ยินดี และนิทเทสอธิบายว่าที่สุดคือสิ่งเหล่านี้
ในวันที่ได้รับคำชมหรือความสำเร็จ ให้ยินดีได้เต็มที่แต่ระลึกไว้ว่ามีอีกด้านรออยู่ วันที่ถูกติจะได้ไม่ล้มแรง
ลูกศรที่มองเห็นยากคือราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความโศก และความสงสัย นิทเทสยกตัวอย่างว่า ลูกศรโทสะคือความอาฆาตที่เกิดว่า คนนั้นเคยทำ กำลังทำ หรือจะทำความเสียหายแก่เรา ผู้ถูกลูกศรราคะปักย่อมทำทุจริตบ้าง ดิ้นรนหาทรัพย์ข้ามทะเลบ้าง ส่วนผู้ถอนลูกศรออกแล้วย่อมไม่วิ่งพล่านและไม่จมลง
เวลาหงุดหงิดกับใครซ้ำ ๆ ลองดูว่าเรากำลังอาฆาตเรื่องที่เขาเคยทำ ทำอยู่ หรือเรื่องที่เรากลัวว่าเขาจะทำ ส่วนหลังมักเป็นลูกศรที่เราปักเอง
นิทเทสอธิบายว่ามายาคือการที่คนทำทุจริตแล้วตั้งความปรารถนาว่าอย่าให้ใครรู้ จึงพูดและทำเพื่อปกปิดความผิดนั้น ส่วนผู้ไม่มีมายาคือผู้ที่ละความปกปิดนี้ได้แล้ว
เมื่อทำผิดพลาดในงาน ให้บอกตรง ๆ แต่เนิ่น ๆ การปกปิดจะกลายเป็นความผิดซ้อนที่หนักกว่าความผิดแรก
นิทเทสอธิบายว่า คนที่ให้ทาน รักษาศีล รักษาอุโบสถ กวาดลานวัด หรือไหว้พระเจดีย์ โดยไม่ได้ทำเพื่อภพชาติที่ดีกว่า แต่ทำเพื่อพ้นจากทุกข์ ชื่อว่ามีใจน้อมไปในนิพพาน และยกคาถาว่าบัณฑิตให้ทานเพื่อความสิ้นอุปธิ เหมือนแม่น้ำที่ไหลไปสู่ทะเล
ก่อนทำบุญ ลองตั้งใจว่าทำเพื่อให้ใจเบาและปล่อยวางได้มากขึ้น แทนการหวังผลตอบแทน
นิทเทสไล่ประเภทของมานะ เช่น การยกตนและการข่มผู้อื่น การถือว่าดีกว่า เสมอ หรือเลวกว่าเขา การถือตัวเพราะลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และการรู้สึกต่ำต้อยเมื่อเสื่อมลาภหรือถูกนินทา แล้วให้กำหนดรู้มานะเป็นสามขั้น คือรู้จักมัน พิจารณาโทษ และละเสีย
สังเกตว่าความรู้สึกด้อยกว่าคนอื่นก็เป็นมานะชนิดหนึ่ง ไม่ต่างจากความรู้สึกเหนือกว่า ทั้งสองแบบมาจากการเอาตัวไปเทียบ
สังขารเก่าคือขันธ์ห้าที่ผ่านไปแล้ว สังขารใหม่คือขันธ์ห้าในปัจจุบัน ไม่ควรบ่นถึงหรือติดใจของเก่า ไม่ควรสร้างความรักใคร่ในของใหม่ และเมื่อสิ่งใดเสื่อมไป ไม่ว่าตา หู ลาภ ยศ คำสรรเสริญ หรือสุข ก็ไม่ควรเศร้าโศกคร่ำครวญ
เวลาเผลอพูดว่า "สมัยก่อนดีกว่านี้" หรือตื่นเต้นกับของใหม่จนลืมตัว ให้รู้ทันว่าใจกำลังเกาะอดีตหรือเกาะปัจจุบันอยู่
หน้านี้ช่วยให้มองความรุนแรงกว้างขึ้น คำพูดเสียดสีและความคิดอาฆาตก็เป็นอาวุธที่หันกลับมาทำร้ายเราได้ ไม่ต่างจากการลงมือทำร้ายด้วยกาย
รายการลูกศรเจ็ดดอกใช้เป็นเครื่องตรวจใจได้ดี เวลาที่ใจร้อนรน วิ่งหาทางออกไปทุกทิศ ให้ถามว่าตอนนี้ลูกศรดอกไหนปักอยู่ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความโศก หรือความสงสัย
ถ้าความโศกหรือความวิตกกังวลหนักจนใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นการถอนลูกศรอีกทางหนึ่งที่ไม่ขัดกับธรรม
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ฤาษีปัณฑรสะถามว่าภิกษุในอนาคตจะเป็นอย่างไร พระปุสสเถระตอบว่าจะมีผู้มักโกรธ ถือตัว โลภในทรัพย์ แต่งตัว และไม่เค…
หลังเปลี่ยนความเห็น เจ้าปายาสิตั้งโรงทาน แต่ให้ปลายข้าวกับผ้าหยาบที่ตนเองไม่แตะ อุตตรมาณพผู้ดูแลทานกล้าทักท้วง…
สั่งสมบาตรไว้จนคนถามว่าจะเปิดร้านขายภาชนะหรือ อ้างว่าผ้านอกกาลเป็นผ้าในกาลแล้วแบ่งกันเอง ขอเนยใสแล้วเปลี่ยนใจเ…
วิธีดับความแค้นต่อคน ๕ แบบที่พระสารีบุตรสอน — เลือกมองส่วนที่ดีของเขา ไม่ใช่ทำเป็นว่าเขาไม่มีส่วนที่แย่