ปุสสเถรคาถา: กระจกส่องนักบวชในอนาคต
ข้อปฏิบัติ

ปุสสเถรคาถา: กระจกส่องนักบวชในอนาคต

ปุสฺสตฺเถรคาถา

ฤาษีปัณฑรสะถามว่าภิกษุในอนาคตจะเป็นอย่างไร พระปุสสเถระตอบว่าจะมีผู้มักโกรธ ถือตัว โลภในทรัพย์ แต่งตัว และไม่เคารพกัน แล้วให้โอวาทว่าจงว่าง่าย เคารพกัน มีเมตตา และไม่ประมาท — คำพยากรณ์นี้ใช้เป็นกระจกส่องตนได้ดีกว่าใช้ชี้คนอื่น

๘ ข้อ

ในเถรคาถา ติงสนิบาต ขุททกนิกาย ฤาษีผู้มีโคตรชื่อปัณฑรสะเห็นภิกษุจำนวนมากที่น่าเลื่อมใส สำรวมดี จึงถามพระปุสสเถระว่า ในอนาคตภิกษุในศาสนานี้จะมีความพอใจและความประสงค์อย่างไร

พระเถระตอบยาวหลายคาถาว่า ในภายหน้าจะมีภิกษุจำนวนมากที่มักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่ หัวดื้อ ริษยา ถือตัวในธรรมที่ยังไม่รู้ ยินดีในเงินทองและที่ดิน ชอบทะเลาะ แต่งผมทาตา แส่หาลาภ ไม่ชอบที่สงัด และไม่เคารพครูอาจารย์ ส่วนภิกษุที่มีคุณธรรมและละอายต่อบาปจะมีกำลังน้อย

เมื่อพยากรณ์แล้ว พระเถระให้โอวาทภิกษุที่ประชุมอยู่ว่า ภัยใหญ่เช่นนี้จะมาในอนาคต จงเป็นผู้ว่าง่าย พูดจาสละสลวย เคารพกันและกัน มีเมตตากรุณา สำรวมในศีล ปรารภความเพียร เห็นความประมาทเป็นภัย และเจริญอริยมรรคมีองค์แปด

  1. ๑

    คำถามถึงอนาคต ปุสฺสตฺเถรคาถา

    ฤาษีปัณฑรสะเห็นภิกษุที่น่าเลื่อมใสและสำรวมดีจำนวนมาก แต่กลับถามถึงอนาคตว่าภิกษุจะมีความพอใจอย่างไร คำถามนี้ชวนให้คิดว่าสิ่งดีที่เห็นอยู่วันนี้ไม่ได้คงอยู่เองโดยอัตโนมัติ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อองค์กรหรือครอบครัวกำลังไปได้ดี ลองถามว่า ถ้าเราประมาท อะไรจะเสื่อมเป็นอย่างแรก

  2. ๒

    มักโกรธและถือตัวในสิ่งที่ยังไม่รู้ โกธนา อุปนาหี จ

    ในภายหน้าจะมีภิกษุมากที่มักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่คุณท่าน หัวดื้อ โอ้อวด ริษยา มีวาทะแตกต่างกัน ถือตัวในธรรมที่ยังไม่รู้ทั่วถึง คิดว่าธรรมที่ลึกซึ้งเป็นของตื้น ไม่เคารพธรรมและไม่เคารพกันและกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนแสดงความเห็นแรง ๆ ในเรื่องที่เพิ่งอ่านมาไม่กี่บทความ ถามตัวเองว่าเรารู้เรื่องนี้ลึกจริงหรือแค่คิดว่ารู้

  3. ๓

    เสียงดังมีกำลัง ผู้มีคุณธรรมมีกำลังน้อย ปุสฺสตฺเถรคาถา

    พระเถระกล่าวว่าจะมีภิกษุที่มีคุณธรรมต่ำ แต่พูดเก่ง กล้า ปากกล้า และไม่ได้ศึกษา มีกำลังมากในหมู่สงฆ์ ส่วนภิกษุที่มีคุณธรรม พูดตามสมควรแก่เนื้อความ ละอายต่อบาป และไม่ต้องการอะไร จะมีกำลังน้อย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในกลุ่มหรือที่ประชุม ตั้งใจฟังคนที่พูดน้อยแต่มีเหตุผล อย่าให้ความเห็นที่ดังที่สุดตัดสินแทนทุกคน

  4. ๔

    โลภในทรัพย์และชอบทะเลาะ ปุสฺสตฺเถรคาถา

    ภิกษุผู้ทรามปัญญาในภายหน้าจะยินดีในเงินทอง ไร่นา ที่ดิน สัตว์เลี้ยง และคนรับใช้ มุ่งแต่ยกโทษผู้อื่น ไม่ตั้งมั่นในศีล ถือตัว ยินดีในการทะเลาะวิวาท เป็นคนลวงโลกและแส่หาลาภ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าเมื่อได้เงินหรือของมากขึ้น เรากลายเป็นคนจับผิดคนอื่นมากขึ้นด้วยหรือไม่

  5. ๕

    แต่งตัวเพื่อให้คนมอง ไม่ชอบที่สงัด ปุสฺสตฺเถรคาถา

    จะมีภิกษุที่แต่งผมด้วยน้ำมัน หยอดตาทาตา เที่ยวไปตามตรอก รังเกียจผ้าย้อมฝาดซึ่งเป็นธงชัยของพระอรหันต์ ชอบผ้าขาว เกียจคร้าน เห็นการอยู่ป่าเป็นความลำบาก อยากอยู่ใกล้บ้าน และเอาอย่างภิกษุที่ได้ลาภจากมิจฉาชีพ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนโพสต์รูปหรือเลือกเสื้อผ้า ถามตัวเองสั้น ๆ ว่ากำลังทำเพื่อความเหมาะสม หรือเพื่อให้คนชื่นชม

  6. ๖

    ผ้ากาสาวะต้องคู่กับใจที่คายกิเลส อนิกฺกสาโว กาสาวํ

    พระเถระยกคาถาที่ช้างฉัททันต์กล่าวเมื่อเห็นพรานนุ่งผ้ากาสาวะว่า ผู้ใดยังไม่คายกิเลสดุจน้ำฝาด ปราศจากการฝึกตนและความจริง ไม่ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ ผู้ใดคายกิเลสแล้ว ตั้งมั่นในศีล มีการฝึกตนและความจริง ผู้นั้นจึงควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เครื่องแบบหรือตำแหน่งใดที่เราสวมอยู่ ไม่ว่าครู หมอ หรือหัวหน้า ให้ถามว่าความประพฤติของเราสมกับสิ่งที่สวมอยู่หรือยัง

  7. ๗

    ไม่ฟังครู เหมือนม้าพยศไม่ฟังสารถี ปุสฺสตฺเถรคาถา

    ภิกษุและภิกษุณีในอนาคตบางส่วนจะข่มขี่ผู้มีเมตตา เมื่อพระเถระสอนเรื่องการใช้จีวรก็ไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพกันและกัน ไม่เอื้อเฟื้ออุปัชฌาย์อาจารย์ เหมือนม้าพยศที่ไม่เชื่อฟังสารถี

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถูกผู้มีประสบการณ์ท้วงติง ให้ฟังจนจบก่อนโต้แย้ง แม้สุดท้ายจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

  8. ๘

    โอวาท: ว่าง่าย เคารพกัน ไม่ประมาท สุวจา โหถ สขิลา

    พระเถระให้โอวาทว่า ภัยใหญ่จะมาในอนาคตอย่างนี้ ขอท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ว่าง่าย พูดจาสละสลวย เคารพกันและกัน มีเมตตากรุณาต่อกัน สำรวมในศีล ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว เห็นความประมาทเป็นภัยและความไม่ประมาทเป็นความปลอดภัย แล้วเจริญอริยมรรคมีองค์แปด ย่อมบรรลุนิพพาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลือกหนึ่งข้อจากโอวาทนี้เป็นเป้าของสัปดาห์ เช่น พูดกับคนในบ้านด้วยถ้อยคำที่สุภาพขึ้น

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คาถานี้อ่านง่ายว่าเป็นคำตำหนิพระสงฆ์ในยุคปัจจุบัน แต่พระเถระไม่ได้กล่าวเพื่อให้คนนำไปชี้หน้าใคร ท่านกล่าวแล้วหันมาเตือนภิกษุที่นั่งฟังอยู่ตรงหน้า ผู้อ่านจึงควรใช้คาถานี้เป็นกระจกส่องตัวเองเป็นอันดับแรก

ลักษณะที่ท่านพยากรณ์ไว้ ทั้งความถือตัวในสิ่งที่ยังไม่รู้จริง การแส่หาลาภ การแต่งตัวเพื่อให้คนมอง และการไม่ฟังผู้ที่สอน ไม่ได้เกิดเฉพาะกับนักบวช คนทำงาน ครู หรือผู้นำชุมชนก็ตกอยู่ในลักษณะเดียวกันได้

ถ้าพบนักบวชที่ประพฤติไม่เหมาะสม การรักษาใจไม่ให้หมดศรัทธาในพระธรรมทั้งหมดก็สำคัญ พระเถระเองบอกไว้ชัดว่าในยุคเดียวกันยังมีภิกษุที่มีคุณธรรม แม้จะมีกำลังน้อยก็ตาม

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ข้าวยาคูของพราหมณ์: ถวายสิ่งที่ยังขาด และอานิสงส์ ๑๐ ประการ

ทสานิสํสา ยาคุยา

พราหมณ์ผู้ตามเสด็จมาสองเดือนแต่ไม่ได้คิวถวายภัตตาหาร จึงสังเกตว่าโรงอาหารยังขาดอะไร แล้วถวายข้าวยาคูและขนม พระ…

อธรรมสูตร: แยกถูกผิด แยกมีประโยชน์ไม่มีประโยชน์ และถามให้ถึงต้นทาง

อธมฺโม จ ภิกฺขเว เวทิตพฺโพ ธมฺโม จ

พระพุทธเจ้าตรัสหัวข้อสั้น ๆ ว่าควรรู้สิ่งที่ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรม สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ แล้วเ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้