กำเนิดกฐิน: ภิกษุ ๓๐ รูปที่เดินฝ่าฝนมาเฝ้า
กฐินํ อตฺถริตุํภิกษุชาวปาไฐยรัฐ ๓๐ รูปเดินทางไม่ทันเข้าพรรษาที่สาวัตถี ออกพรรษาแล้วรีบเดินฝ่าฝนและโคลนมาเฝ้าด้วยจีวรเปียกชุ่ม…
กปฺปมาณวปุจฺฉา
สำหรับคนที่ยืนอยู่กลางห้วงน้ำ มีคลื่นใหญ่น่ากลัว ถูกชราและมรณะครอบงำ อะไรคือเกาะที่พึ่งได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความไม่มีเครื่องกังวล ไม่ยึดถือ นั่นคือที่พึ่ง คือนิพพาน
ในปารายนวรรค สุตตนิบาต ขุททกนิกาย กัปปมาณพเป็นหนึ่งในศิษย์สิบหกคนของพราหมณ์พาวรีที่ไปทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้า คำถามของท่านเป็นภาพที่เข้าใจง่าย คนที่อยู่ท่ามกลางสาคร เมื่อคลื่นใหญ่เกิดขึ้น ต้องการที่พึ่ง คนที่ถูกชราและมรณะครอบงำก็ต้องการที่พึ่งเช่นนั้น ท่านขอให้ตรัสบอกที่พึ่งที่ทำให้ทุกข์นี้ไม่เกิดอีก
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความไม่มีเครื่องกังวลและความไม่ยึดถือ นี้คือที่พึ่ง ไม่มีอย่างอื่น ที่พึ่งอันเป็นที่สิ้นไปแห่งชราและมรณะนี้ เรียกว่านิพพาน ผู้ที่รู้นิพพานนั้น มีสติ เห็นธรรม ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่อยู่ใต้อำนาจมาร ไม่เดินตามทางของมาร
คำที่ฉบับแปลใช้ว่า "ที่พึ่ง" มาจากคำบาลีว่า ทีปะ ซึ่งในอุปมาห้วงน้ำนี้หมายถึงเกาะ
กัปปะทูลขอให้ตรัสบอกที่พึ่งสำหรับผู้ถูกชราและมรณะครอบงำ เหมือนที่พึ่งของคนที่อยู่กลางสาครเมื่อคลื่นใหญ่น่ากลัวเกิดขึ้น และขอที่พึ่งที่ทำให้ทุกข์นี้ไม่เกิดอีก
เมื่อชีวิตมีเรื่องหนักถาโถม ให้ยอมรับตรง ๆ ว่ากำลังอยู่กลางคลื่น การยอมรับนี้เป็นจุดเริ่มของการหาที่ยืนที่มั่นคง แทนการตะเกียกตะกายไปเกาะสิ่งที่ลอยผ่าน
ตรัสว่า ความไม่มีเครื่องกังวลและความไม่ยึดถือ นี้คือที่พึ่ง หาใช่อย่างอื่นไม่ เกาะที่พระองค์ชี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องได้มาเพิ่ม แต่คือการวางสิ่งที่แบกไว้
เวลากังวลหนัก ลองเขียนว่ากำลังยึดอะไรอยู่บ้าง แล้วเลือกวางลงหนึ่งอย่างที่วางได้วันนี้
ตรัสว่าที่พึ่งอันเป็นที่สิ้นไปแห่งชราและมรณะนั้น เรียกว่านิพพาน คำตอบจึงชี้ตรงไปยังเป้าหมายสูงสุด ไม่ใช่ที่หลบภัยชั่วคราว
แยกให้ออกระหว่างที่หลบชั่วคราว เช่น ความบันเทิงหรือการยุ่งจนลืม กับที่พึ่งแท้ที่ทำให้ใจเบาได้จริง แล้วลงทุนกับอย่างหลังให้มากขึ้น
ผู้ที่รู้นิพพานนั้น มีสติ เห็นธรรมแล้ว ดับกิเลสได้แล้ว เป็นการดับที่เห็นได้ในชีวิตนี้ ไม่ต้องรอไปถึงโลกอื่น
สังเกตช่วงเวลาที่ใจวางความยึดได้แม้เพียงชั่วครู่ ความเย็นในช่วงนั้นคือตัวอย่างเล็ก ๆ ของสิ่งที่พระองค์ทรงชี้
ตรัสว่าผู้ที่รู้และดับได้เช่นนั้น ไม่อยู่ใต้อำนาจของมาร ไม่เดินไปในทางของมาร เพราะไม่มีสิ่งที่ยึดไว้ให้มารจับได้
สิ่งที่ยึดไว้มากคือจุดที่คนอื่นหรือความกลัวใช้ควบคุมเราได้ง่าย ยิ่งยึดน้อย ยิ่งไม่ถูกปั่นหัวด้วยคำขู่หรือคำล่อ
ทุกคนมีช่วงที่รู้สึกเหมือนยืนอยู่กลางน้ำแล้วคลื่นซัดเข้ามา ทั้งความป่วย ความสูญเสีย และความแก่ที่มาถึงตัวหรือคนที่รัก คำตอบของพระพุทธเจ้าน่าสนใจตรงที่เกาะนั้นไม่ใช่การได้อะไรเพิ่ม แต่คือการไม่ยึดอะไรไว้
สำหรับฆราวาส ไม่ได้หมายความว่าต้องสละทรัพย์สินทั้งหมด ความหมายอยู่ที่ใจที่ไม่เกาะติด ยังดูแลบ้าน สุขภาพ และคนที่รักได้ แต่รู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนได้ เมื่อคลื่นมา ใจที่ไม่เกาะจะไม่ถูกดึงจมไปพร้อมกับสิ่งที่เสียไป
เกาะนี้ค่อย ๆ สร้างได้ทุกวัน ทุกครั้งที่ปล่อยความยึดเล็ก ๆ ได้ ก็คือการเพิ่มพื้นที่ให้ยืนได้มั่นคงขึ้น
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ภิกษุชาวปาไฐยรัฐ ๓๐ รูปเดินทางไม่ทันเข้าพรรษาที่สาวัตถี ออกพรรษาแล้วรีบเดินฝ่าฝนและโคลนมาเฝ้าด้วยจีวรเปียกชุ่ม…
โปฏฐปาทะถามเรื่องอัตตาและคำถามใหญ่ ๑๐ ข้อ เช่น โลกเที่ยงไหม พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์เพราะไม่นำไปสู่นิพพาน ทรงพ…
เจ้ามหานามะรู้ว่าโลภ โกรธ หลง เป็นเครื่องเศร้าหมองของใจ แต่บางครั้งก็ยังครอบงำใจได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เพียงเห…
ทำไมเมื่อก่อนสิกขาบทน้อยแต่ผู้บรรลุมาก บัดนี้สิกขาบทมากแต่ผู้บรรลุน้อย — พระสัทธรรมหายไปเมื่อของเทียมเกิดขึ้น …