กำเนิดกฐิน: ภิกษุ ๓๐ รูปที่เดินฝ่าฝนมาเฝ้า
ข้อปฏิบัติ

กำเนิดกฐิน: ภิกษุ ๓๐ รูปที่เดินฝ่าฝนมาเฝ้า

กฐินํ อตฺถริตุํ

ภิกษุชาวปาไฐยรัฐ ๓๐ รูปเดินทางไม่ทันเข้าพรรษาที่สาวัตถี ออกพรรษาแล้วรีบเดินฝ่าฝนและโคลนมาเฝ้าด้วยจีวรเปียกชุ่ม พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จำพรรษาแล้วกรานกฐิน พร้อมอานิสงส์ ๕ ข้อ

๗ ข้อ

ในกฐินขันธกะ พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๒ (เล่ม ๕) มีเรื่องที่เป็นต้นกำเนิดของกฐิน ซึ่งคนไทยรู้จักกันดีในชื่องานทอดกฐินหลังออกพรรษา

ภิกษุชาวปาไฐยรัฐ ๓๐ รูป ล้วนถือธุดงค์อยู่ป่า บิณฑบาต และใช้ผ้าสามผืน เดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่สาวัตถี แต่ไปไม่ทันวันเข้าพรรษา จึงต้องจำพรรษาที่เมืองสาเกต ห่างจากพระองค์เพียง ๖ โยชน์ ตลอดพรรษาท่านรู้สึกรัญจวนใจที่อยู่ใกล้แต่ไม่ได้เฝ้า ออกพรรษาปวารณาแล้วจึงรีบเดินทาง ขณะฝนยังตกชุก ทางเป็นโคลน จีวรเปียกชุ่ม ร่างกายลำบาก

พระพุทธเจ้าทรงปราศรัยตามพุทธประเพณี เมื่อทรงทราบเรื่องจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จำพรรษาแล้วกรานกฐิน การกรานกฐินโดยย่อคือ สงฆ์ได้รับผ้ามาผืนหนึ่ง ประชุมกันมอบผ้านั้นแก่ภิกษุรูปหนึ่ง ภิกษุรูปนั้นทำจีวรให้เสร็จ แล้วภิกษุในวัดนั้นได้รับการผ่อนปรนบางข้อเรื่องจีวรไประยะหนึ่ง พระวินัยตอนนี้ยังมีรายละเอียดเรื่องกฐินที่เป็นหรือไม่เป็นอันกราน และเหตุที่กฐินสิ้นสุดอีกมาก ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะของสงฆ์

  1. ๑

    อยู่ใกล้แต่ไม่ได้เฝ้า อุกฺกณฺฐิตรูปา วสฺสํ วสึสุ

    ภิกษุ ๓๐ รูปเดินทางไม่ทันวันเข้าพรรษา จึงจำพรรษาที่เมืองสาเกต ห่างสาวัตถีเพียง ๖ โยชน์ ตลอดพรรษาท่านรัญจวนใจว่าพระพุทธเจ้าอยู่ใกล้ แต่ไม่ได้เฝ้า ถึงอย่างนั้นก็อยู่ครบพรรษาตามระเบียบ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องทำตามข้อผูกพันทั้งที่ใจอยากไปที่อื่น ให้ทำให้ครบก่อน แล้วค่อยไปเมื่อถึงเวลาที่ทำได้

  2. ๒

    เดินฝ่าฝนด้วยจีวรเปียกชุ่ม โอกปุณฺเณหิ จีวเรหิ

    ออกพรรษาปวารณาแล้ว ภิกษุเหล่านั้นรีบเดินทางทั้งที่ฝนยังตกชุก พื้นเต็มไปด้วยน้ำและโคลน จีวรเปียกชุ่ม ร่างกายเหนื่อยล้า จนมาถึงเชตวัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความตั้งใจที่แท้พาคนผ่านความลำบากได้ แต่ถ้าเราเป็นผู้ต้อนรับ อย่ามองข้ามความเหนื่อยของคนที่ตั้งใจมาหา

  3. ๓

    ทักทายผู้มาถึงก่อน อาคนฺตุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตุํ

    การปราศรัยกับภิกษุอาคันตุกะเป็นพุทธประเพณี พระพุทธเจ้าตรัสถามว่าพอทนได้หรือ อยู่กันพร้อมเพรียงไม่วิวาทกันหรือ ไม่ลำบากเรื่องบิณฑบาตหรือ ภิกษุจึงได้เล่าความลำบากทั้งหมด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีคนมาหา ให้ถามไถ่สารทุกข์ก่อนเข้าเรื่อง คำถามง่าย ๆ ทำให้เขากล้าเล่าสิ่งที่ลำบากใจ

  4. ๔

    ทรงอนุญาตกฐิน กฐินํ อตฺถริตุํ

    พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมีกถาเพราะเหตุนั้น แล้วทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จำพรรษาแล้วกรานกฐินได้ ระเบียบนี้จึงเกิดจากสภาพความลำบากจริงของภิกษุผู้เดินทางหลังพรรษา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นปัญหาซ้ำ ๆ ที่คนในทีมเจอ ให้คิดว่าจะปรับระบบอย่างไรให้ทุกคนที่เจอแบบเดียวกันได้ประโยชน์ ไม่ใช่ช่วยแค่ครั้งเดียว

  5. ๕

    อานิสงส์ ๕ ข้อ ปญฺจ กปฺปิสฺสนฺติ

    ภิกษุผู้กรานกฐินแล้วได้รับการผ่อนปรน ๕ ข้อ คือ เที่ยวไปไม่ต้องบอกลา ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ ฉันคณะโภชน์ได้ เก็บจีวรที่เกินไว้ได้ตามต้องการ และจีวรที่เกิดขึ้นในวัดนั้นได้แก่ภิกษุเหล่านั้น ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อไปทอดกฐิน ให้เข้าใจว่าเรากำลังช่วยให้สงฆ์มีผ้าใช้และทำกิจได้สะดวกขึ้นหลังพรรษา ไม่ใช่เพียงพิธีที่ทำตามกัน

  6. ๖

    สงฆ์มอบผ้าด้วยความเห็นชอบร่วมกัน กฐินทุสฺสํ

    วิธีกรานกฐินคือ ภิกษุผู้ฉลาดประกาศท่ามกลางสงฆ์ว่า ผ้ากฐินผืนนี้เกิดขึ้นแก่สงฆ์ สงฆ์จะมอบแก่ภิกษุชื่อนี้เพื่อกรานกฐิน ผู้เห็นชอบให้นิ่ง ผู้ไม่เห็นชอบให้พูด ผ้าจึงเป็นของที่สงฆ์ตกลงมอบร่วมกัน ไม่ใช่ของใครคนหนึ่งเลือกเอาเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ของส่วนกลางที่ได้มา ให้ตัดสินร่วมกันอย่างเปิดเผยว่าจะมอบให้ใครดูแล แม้จะใช้เวลามากกว่า แต่ไม่ค้างใจกัน

  7. ๗

    ผ้าที่ได้มาด้วยการพูดเลียบเคียงใช้ไม่ได้ น นิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ

    พระวินัยระบุว่ากฐินไม่เป็นอันกรานด้วยการเพียงขีดรอย ซักผ้า หรือตัดผ้า ต้องทำจีวรให้เสร็จ และไม่เป็นอันกรานด้วยผ้าที่ได้มาด้วยการทำนิมิต การพูดเลียบเคียง ผ้าที่ยืมมา หรือผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ของที่ได้มาด้วยการพูดเป็นนัยให้คนรู้สึกต้องให้ ไม่ใช่การให้ที่บริสุทธิ์ ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือ ให้ขอตรง ๆ และยอมรับถ้าเขาปฏิเสธ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่น่าสังเกตคือกฐินเกิดจากความเห็นใจ พระพุทธเจ้าทรงเห็นความลำบากของภิกษุที่ตั้งใจมาเฝ้า จึงวางระเบียบที่ทำให้การหาและทำจีวรหลังพรรษาง่ายขึ้น ระเบียบที่ดีจึงเริ่มจากการมองเห็นความลำบากของคนจริง ๆ

งานทอดกฐินในไทยเป็นโอกาสให้ชาวบ้านร่วมกันถวายผ้าแก่สงฆ์ ตามที่ถือปฏิบัติกันทำได้ภายในหนึ่งเดือนหลังออกพรรษา และวัดหนึ่งรับได้ครั้งเดียวต่อปี ใจความอยู่ที่การถวายแก่สงฆ์ส่วนรวม ไม่ใช่การแข่งขันกันเรื่องยอดเงิน

พระวินัยเองระบุว่าผ้าที่ได้มาด้วยการพูดเป็นนัยหรือพูดเลียบเคียงขอ ใช้กรานกฐินไม่ได้ ทั้งพระและญาติโยมจึงควรให้กฐินเป็นเรื่องของศรัทธา ไม่ใช่การเรี่ยไรด้วยแรงกดดัน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อุทุมพริกสูตร: ข้อวัตรที่เคร่งแต่ยังมีมลทิน

อุทุมฺพริกสุตฺตํ

นิโครธปริพาชกดูหมิ่นพระพุทธเจ้า แต่พระองค์กลับชวนให้ถามเรื่องตบะที่ปริพาชกถือเอง แล้วทรงชี้มลทินของผู้เคร่งครั…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้