อิฏฐสูตร: ของดีที่หาได้ยาก และอาหารที่หล่อเลี้ยงมัน
อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ทุลฺลภา โลกสฺมึสิ่ง ๑๐ อย่างที่ใคร ๆ ก็อยากได้แต่หาได้ยาก ตั้งแต่ทรัพย์ ความงาม สุขภาพ ศีล มิตร ความรู้ ปัญญา — แต่ละอย่างมีส…
ปายาสิราชญฺญสุตฺตํ
เจ้าปายาสิถือความเห็นว่าโลกหน้าไม่มี พระกุมารกัสสปะใช้อุปมาหลายเรื่องโต้ตอบ เจ้าปายาสิยอมรับว่าเข้าใจตั้งแต่อุปมาแรก แต่ไม่อยากทิ้งความเห็นเพราะคนรู้จักตนจากความเห็นนี้
ในปายาสิราชัญญสูตร ทีฆนิกาย เจ้าปายาสิถือความเห็นว่า โลกหน้าไม่มี สัตว์ที่เกิดผุดขึ้นไม่มี ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี พระกุมารกัสสปะสนทนาโต้ตอบด้วยอุปมาต่อเนื่องหลายเรื่อง เช่น คนตาบอดแต่กำเนิดที่ปฏิเสธว่าสีไม่มีเพราะตนไม่เห็น
เจ้าปายาสิยอมรับว่าเลื่อมใสตั้งแต่อุปมาแรกแล้ว แต่อยากฟังต่อ และบอกว่าไม่อาจทิ้งความเห็นนี้ได้ เพราะพระราชาและผู้คนในแคว้นรู้จักตนในฐานะผู้ถือความเห็นนี้ พระกุมารกัสสปะจึงยกอุปมาเกวียนสองกอง และสหายที่แบกห่อป่านไม่ยอมเปลี่ยนเป็นทอง จนเจ้าปายาสิยอมรับและขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
หน้านี้เน้นบทเรียนเรื่องการยึดความเห็นและการยอมเปลี่ยนใจ ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องโลกหน้าเป็นการสนทนาตามที่พระสูตรบันทึกไว้
คนตาบอดแต่กำเนิดที่ปฏิเสธว่าสีขาวสีดำไม่มี เพราะตนไม่เห็น เป็นอุปมาที่พระกุมารกัสสปะใช้ชี้ว่า ขอบเขตของประสบการณ์ตนไม่ใช่ขอบเขตของความจริงทั้งหมด
เมื่อจะปฏิเสธเรื่องใดว่าเป็นไปไม่ได้ ถามตัวเองว่าเรามีเครื่องมือพอจะรู้เรื่องนั้นแล้วหรือยัง
เด็กที่ได้รับฝากให้ดูแลไฟ เมื่อไฟดับจึงผ่าไม้สีไฟออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อหาไฟข้างใน ก็ไม่พบไฟ การพิสูจน์ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะกับสิ่งที่ต้องการรู้ ย่อมได้คำตอบผิด
ก่อนสรุปว่า "ลองแล้ว ไม่ได้ผล" ให้ดูว่าเราทดลองด้วยวิธีที่ถูกต้องหรือเปล่า
หัวหน้ากองเกวียนผู้โง่เชื่อคนแปลกหน้าที่บอกว่าข้างหน้ามีน้ำและหญ้าบริบูรณ์ จึงทิ้งน้ำและหญ้าที่มี กองเกวียนจึงพินาศกลางทาง ส่วนหัวหน้าผู้ฉลาดเก็บของเดิมไว้จนกว่าจะเห็นของใหม่จริง จึงผ่านไปได้
อย่าลาออกจากงานหรือขายทรัพย์สินเพียงเพราะมีคนบอกว่า "ข้างหน้าดีกว่า" รอจนเห็นหลักฐานจริง
สหายสองคนออกไปหาทรัพย์ พบป่านก็แบกไป ต่อมาพบของดีกว่าทีละอย่างจนถึงทองคำ คนหนึ่งเปลี่ยนตามทุกครั้ง อีกคนไม่ยอม เพราะ "ห่อป่านนี้เราแบกมาไกล มัดไว้ดีแล้ว" สุดท้ายกลับบ้านพร้อมป่าน เจ้าปายาสิคือคนแบกป่าน
ถ้าเหตุผลเดียวที่ยังทำสิ่งหนึ่งต่อคือ "ลงทุนไปเยอะแล้ว" นั่นคือสัญญาณให้ทบทวนใหม่
เจ้าปายาสิยอมรับพระรัตนตรัยแล้ว แต่ภายหลังให้ทานอย่างไม่เคารพ ไม่ใส่ใจ ให้ของที่ตนเองไม่อยากใช้ จึงไปเกิดในวิมานว่างเปล่า ส่วนอุตตรมาณพผู้จัดทานด้วยความเคารพไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
เวลาให้อะไรใคร ให้สิ่งที่เราเองก็ยินดีจะใช้ และให้ด้วยความใส่ใจ ไม่ใช่แค่ให้พ้นมือ
เจ้าปายาสิเป็นภาพของคนที่รู้ว่าตัวเองอาจผิด แต่ไม่ยอมเปลี่ยน เพราะลงทุนกับความเห็นนั้นไปมากแล้ว ทั้งชื่อเสียง ตัวตน และสิ่งที่เคยพูดไว้ในที่สาธารณะ อาการนี้พบได้ทั้งในเรื่องการเมือง การลงทุน ความสัมพันธ์ และงานที่ทำมานาน
การเปลี่ยนความเห็นเมื่อเห็นเหตุผลไม่ใช่ความพ่ายแพ้ ในพระสูตรนี้ เจ้าปายาสิได้ประโยชน์จากการยอมเปลี่ยนมากกว่าการยืนกราน
พระสูตรยังเล่าต่อว่า ภายหลังเจ้าปายาสิทำทานโดยไม่เคารพ ไม่ใส่ใจ จึงไปเกิดในวิมานที่ว่างเปล่า ต่างจากมาณพอุตตระผู้จัดการทานด้วยความเคารพ เป็นเครื่องเตือนว่าการเปลี่ยนความเห็นต้องตามมาด้วยการเปลี่ยนการกระทำด้วย
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สิ่ง ๑๐ อย่างที่ใคร ๆ ก็อยากได้แต่หาได้ยาก ตั้งแต่ทรัพย์ ความงาม สุขภาพ ศีล มิตร ความรู้ ปัญญา — แต่ละอย่างมีส…
ปัฏฐานไม่ได้ถามแค่ว่าอะไรเป็นปัจจัยแก่อะไร แต่ถามฝ่ายปฏิเสธด้วยว่าอะไรเกิดขึ้นโดยไม่ใช่ปัจจัยข้อนั้น แล้วผสมยื…
กถาที่สองในกถาวัตถุ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าพระอรหันต์เสื่อมได้ อีกฝ่ายหักล้างว่ากิเลสที่ตัดแล้วไม่ต้องตัดอีก กิจที่ทำ…
แม้แบกมารดาไว้บ่าหนึ่ง บิดาไว้อีกบ่าหนึ่งตลอดร้อยปี หรือตั้งให้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ก็ยังไม่ชื่อว่าตอบแทนได้ แต่ก…