ปุคคลบัญญัติ: วาจาเหมือนคูถ เหมือนดอกไม้ เหมือนน้ำผึ้ง
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ปุคคลบัญญัติ: วาจาเหมือนคูถ เหมือนดอกไม้ เหมือนน้ำผึ้ง

คูถภาณี ปุปฺผภาณี มธุภาณี

คนหนึ่งโกหกเมื่อถูกถามเป็นพยาน อีกคนพูดตรงตามที่รู้เห็น อีกคนพูดคำไม่มีโทษ สบายหู จับใจคน — พร้อมบุคคลที่ประมาณได้ง่าย ประมาณได้ยาก และประมาณไม่ได้ ซึ่งดูจากการพูดและการวางตัว

๖ ข้อ

ในปุคคลบัญญัติ พระอภิธรรมปิฎก ตอนติกนิทเทส (บุคคล ๓ จำพวก) มีบุคคลสามจำพวกที่แบ่งตามคำพูด คือผู้มีวาจาเหมือนคูถ ผู้มีวาจาเหมือนดอกไม้ และผู้มีวาจาเหมือนน้ำผึ้ง สองจำพวกแรกวัดกันที่ว่า เมื่อถูกเรียกไปถามในที่ประชุม ท่ามกลางญาติ หรือในราชสำนัก จะพูดตามที่รู้เห็นจริงหรือไม่ ส่วนจำพวกที่สามวัดที่ความไพเราะและความไม่มีโทษของคำพูด

ปุคคลบัญญัติเป็นคัมภีร์ที่สี่ของพระอภิธรรมปิฎก ว่าด้วยการบัญญัติประเภทบุคคล จัดเป็นหมวดตั้งแต่บุคคล ๑ จำพวกไปจนถึง ๑๐ จำพวก หลายชุดตรงกับพระสูตรในอังคุตตรนิกาย ชุดวาจาสามแบบนี้ก็มีในคูถภาณีสูตร ปุคคลวรรค ติกนิบาต

หน้านี้รวมอีกชุดหนึ่งจากติกนิทเทสไว้ด้วย คือบุคคลที่ประมาณได้ง่าย ประมาณได้ยาก และประมาณไม่ได้ ซึ่งมีในอัปปเมยยสูตร อาปายิกวรรค ติกนิบาตเช่นกัน ชุดนี้บอกว่าคนที่ฟุ้งซ่าน ปากกล้า พูดพร่ำ ถูกคนอื่นหยั่งรู้ได้ง่าย

ประเภทบุคคลเหล่านี้มีไว้ส่องดูคำพูดของตัวเอง ไม่ได้มีไว้ติดป้ายว่าใครเป็นคนปากคูถ

  1. ๑

    วาจาเหมือนคูถ: โกหกทั้งที่รู้ คูถภาณี

    บุคคลบางคนพูดเท็จ เมื่อไปอยู่ในที่ประชุม ท่ามกลางญาติ ท่ามกลางหมู่คณะ หรือในราชสำนัก แล้วถูกเรียกไปถามเป็นพยานว่า "ท่านรู้อย่างไรจงพูดอย่างนั้น" ไม่รู้ก็บอกว่ารู้ รู้ก็บอกว่าไม่รู้ ไม่เห็นก็บอกว่าเห็น เห็นก็บอกว่าไม่เห็น เพราะเหตุแห่งตน เพราะเหตุแห่งผู้อื่น หรือเพราะเห็นแก่อามิสเล็กน้อย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตคำโกหกเล็ก ๆ ที่พูดจนชิน เช่น "ไม่เห็นข้อความเลย" ทั้งที่เห็นแล้ว ลองเปลี่ยนเป็นพูดความจริงแบบสั้น ๆ แทน

  2. ๒

    วาจาเหมือนดอกไม้: พูดตามที่รู้เห็นจริง ปุปฺผภาณี

    บุคคลบางคนละการพูดเท็จ เมื่อถูกเรียกไปถามเป็นพยานในที่เดียวกันนั้น ไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ รู้ก็บอกว่ารู้ ไม่เห็นก็บอกว่าไม่เห็น เห็นก็บอกว่าเห็น ไม่พูดเท็จทั้งที่รู้ ไม่ว่าเพื่อตน เพื่อผู้อื่น หรือเพื่ออามิสเล็กน้อย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถูกถามเรื่องที่ไม่แน่ใจ กล้าพูดว่า "ไม่ทราบ" หรือ "ยังไม่ได้ตรวจสอบ" แทนการเดาให้ดูรู้

  3. ๓

    วาจาเหมือนน้ำผึ้ง: ไม่มีโทษ จับใจคน มธุภาณี

    บุคคลบางคนพูดวาจาที่ไม่มีโทษ สบายหู ชวนให้รัก จับใจ เป็นคำของชาวเมือง เป็นที่ใคร่และที่พอใจของคนเป็นอันมาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนส่งข้อความตำหนิหรือแจ้งเรื่องยาก อ่านทวนอีกครั้งแล้วเปลี่ยนคำที่แข็งหรือประชดให้เป็นคำธรรมดาที่สุภาพ

  4. ๔

    บุคคลที่ประมาณได้ง่าย สุปฺปเมยฺโย

    บุคคลบางคนฟุ้งซ่าน มีมานะฟูขึ้น กลับกลอก ปากกล้า พูดพร่ำเกลื่อนกล่น หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ ใจไม่ตั้งมั่น ใจหมุนไปผิดทาง ไม่สำรวมอินทรีย์ บุคคลอย่างนี้ประมาณได้ง่าย คือคนอื่นหยั่งรู้ได้ง่าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าสังเกตว่าตัวเองพูดมากทุกครั้งที่ตื่นเต้นหรือไม่พอใจ ลองนับถึงสามก่อนตอบ แล้วพูดเฉพาะสิ่งที่จำเป็น

  5. ๕

    บุคคลที่ประมาณได้ยาก ทุปฺปเมยฺโย

    บุคคลบางคนไม่ฟุ้งซ่าน ไม่มีมานะฟูขึ้น ไม่กลับกลอก ไม่ปากกล้า ไม่พูดพร่ำเกลื่อนกล่น มีสติตั้งมั่น มีสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่นเป็นหนึ่ง สำรวมอินทรีย์ บุคคลอย่างนี้ประมาณได้ยาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในที่ประชุมที่มีการโต้เถียง ฟังให้จบก่อนแล้วพูดประเด็นเดียวให้ชัด ความนิ่งที่มีสติทำให้คำพูดมีน้ำหนักขึ้น

  6. ๖

    บุคคลที่ประมาณไม่ได้ อปฺปเมยฺโย

    บุคคลบางคนทำให้แจ้งเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน คือพระอรหันต์ บุคคลอย่างนี้ประมาณไม่ได้ ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่าตัดสินใครได้ทะลุปรุโปร่ง ให้นึกว่าคนที่ใจสงบลึกจริง ๆ นั้นวัดจากภายนอกไม่ได้ จึงควรระวังการประเมินคนจากท่าทีเพียงไม่กี่ครั้ง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

วาจาเหมือนคูถในตัวบทไม่ได้หมายถึงคำหยาบ แต่หมายถึงการโกหกทั้งที่รู้ ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง เพื่อคนอื่น หรือเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อย คำพูดแบบนี้ส่งกลิ่นเสียไปถึงความไว้วางใจ แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพก็ตาม

ลำดับของสามข้อนี้ใช้เป็นแบบฝึกได้ ข้อแรกคือเลิกพูดเท็จ ข้อที่สองคือพูดตามที่รู้เห็นจริงแม้ไม่มีใครบังคับ ข้อที่สามคือพูดความจริงด้วยถ้อยคำที่คนฟังรับได้ ความหวานที่ไม่มีความจริงรองรับไม่ใช่วาจาเหมือนน้ำผึ้ง

เรื่องประมาณได้ง่ายเตือนว่า คนที่พูดไม่หยุดและอารมณ์ขึ้นลงง่าย ไม่ได้แค่ทำให้คนอื่นเหนื่อย แต่ยังเปิดใจตัวเองให้คนอ่านออกหมด

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

กัญจนขันธชาดก: แท่งทองที่เบาลงเมื่อแบ่งเป็นส่วน

โย ปหฏฺเฐน จิตฺเตน ปหฏฺฐมนโส นโร

ชาวนาพบแท่งทองใหญ่จนยกไม่ไหว จึงแบ่งออกเป็น ๔ ส่วนแล้วยกกลับบ้านได้ คาถาสอนว่าผู้มีใจเบิกบาน เจริญกุศลธรรม ย่อ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้