อาหาร ๔
จตฺตาโร อาหาราสี่อย่างที่หล่อเลี้ยงชีวิตไว้ — คำข้าว ผัสสะ เจตนา และวิญญาณ ถามว่าเรากำลังกินอะไรเข้าไปบ้างในแต่ละวัน
สมณมุณฺฑิกสุตฺตํ
ปริพาชกอุคคาหมานะว่าผู้ไม่ทำชั่วทางกาย วาจา ใจ และอาชีพ คือสมณะผู้สมบูรณ์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าเช่นนั้นเด็กอ่อนก็สมบูรณ์ด้วย แล้วทรงแสดงการรู้จักศีลและความดำริทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล จนถึงอเสขธรรม ๑๐
ในสมณมุณฑิกสูตร มัชฌิมนิกาย ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะแวะไปหาปริพาชกอุคคาหมานะ บุตรของนางสมณมุณฑิกา อุคคาหมานะกล่าวว่า บุคคลที่ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ไม่พูดชั่ว ไม่ดำริชั่ว และไม่เลี้ยงชีพชั่ว เป็นผู้มีกุศลสมบูรณ์ เป็นสมณะผู้ถึงภูมิปฏิบัติอันอุดม ไม่มีใครรบได้ ปัญจกังคะไม่เห็นด้วยและไม่คัดค้าน แล้วนำไปทูลถามพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น เด็กอ่อนที่ยังนอนหงายก็คงเป็นสมณะผู้สมบูรณ์ เพราะเด็กยังไม่รู้จักแม้คำว่ากาย วาจา ความดำริ หรืออาชีพ บุคคลที่มีสี่ข้อนั้นยังดีกว่าเด็กอ่อนบ้าง แต่ยังไม่ใช่ผู้สมบูรณ์
จากนั้นทรงแสดงว่า ต้องรู้จักศีลที่เป็นอกุศลและกุศล ความดำริที่เป็นอกุศลและกุศล รู้ว่าแต่ละอย่างเกิดจากอะไร ดับที่ไหน และปฏิบัติอย่างไรเพื่อความดับ แล้วตรัสว่าผู้ประกอบด้วยอเสขธรรม ๑๐ ประการ จึงเป็นผู้มีกุศลสมบูรณ์อย่างแท้จริง
อุคคาหมานะกล่าวว่า ผู้ที่ไม่ทำกรรมชั่วด้วยกาย ไม่กล่าววาจาชั่ว ไม่ดำริชั่ว และไม่เลี้ยงชีพชั่ว เป็นผู้มีกุศลสมบูรณ์ เป็นสมณะผู้ถึงภูมิปฏิบัติอันอุดม ไม่มีใครรบได้ ช่างไม้ปัญจกังคะไม่ยินดีและไม่คัดค้าน แต่ตั้งใจไปถามพระพุทธเจ้าให้รู้ชัด
เมื่อได้ยินคำพูดที่ฟังดูดีแต่ไม่แน่ใจ ไม่ต้องรีบเถียงหรือรีบเชื่อ ให้เก็บไว้ไปตรวจสอบกับผู้รู้หรือแหล่งที่เชื่อถือได้
พระพุทธเจ้าตรัสว่า เด็กอ่อนที่นอนหงายยังไม่รู้จักแม้คำว่ากาย จะทำชั่วทางกายได้อย่างไร นอกจากดิ้น ยังไม่รู้จักวาจา นอกจากร้องไห้ ยังไม่รู้จักความดำริ นอกจากร้องไห้และหัวเราะ ยังไม่รู้จักอาชีพ นอกจากน้ำนมแม่ ผู้มีสี่ข้อนั้นยังดีกว่าเด็กอ่อนบ้าง แต่ยังไม่ใช่ผู้มีกุศลสมบูรณ์
เมื่อรู้สึกว่า "ฉันก็ไม่ได้ทำร้ายใคร" ให้ถามต่อว่า "แล้วฉันได้พัฒนาใจตัวเองขึ้นบ้างหรือยัง"
กายกรรม วจีกรรมที่เป็นอกุศล และการเลี้ยงชีพชั่ว เรียกว่าศีลที่เป็นอกุศล มีจิตที่มีราคะ โทสะ โมหะเป็นที่เกิด ดับลงได้ด้วยการละทุจริต เจริญสุจริต และเลี้ยงชีพชอบ ทางปฏิบัติคือความเพียรชอบ ๔ คือ ป้องกันอกุศลที่ยังไม่เกิด ละอกุศลที่เกิดแล้ว ทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิด และรักษากุศลที่เกิดแล้วให้เจริญ
เลือกนิสัยไม่ดีหนึ่งอย่าง แล้วถามสี่ข้อ: มันคืออะไร เกิดจากใจแบบไหน จะหยุดได้ด้วยอะไร และวันนี้จะเริ่มฝึกอย่างไร
กายกรรม วจีกรรมที่เป็นกุศล และอาชีพที่บริสุทธิ์ เรียกว่าศีลที่เป็นกุศล มีจิตที่ปราศจากราคะ โทสะ โมหะเป็นที่เกิด ภิกษุเป็นผู้มีศีล แต่ไม่เป็นผู้สำเร็จด้วยศีลเพียงเท่านั้น และรู้ชัดเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันเป็นที่ดับของศีลที่เป็นกุศลนั้น
รักษาศีลอย่างจริงจัง แต่อย่ายึดว่าศีลคือทั้งหมดของการปฏิบัติ หรือใช้ศีลเป็นเครื่องวัดว่าตนดีกว่าคนอื่น
ความดำริในกาม ในพยาบาท และในการเบียดเบียน เป็นความดำริที่เป็นอกุศล มีสัญญาคือความหมายรู้ในกาม ในพยาบาท และในการเบียดเบียนเป็นที่เกิด ดับหมดในปฐมฌาน และปฏิบัติเพื่อความดับด้วยความเพียรชอบ ๔
เมื่อความคิดอยากได้หรือความคิดร้ายโผล่ขึ้น ให้ย้อนดูว่าเราไปจำและให้ความหมายกับสิ่งนั้นไว้อย่างไร การเปลี่ยนมุมมองมักช่วยให้ความคิดนั้นเบาลง
ความดำริในเนกขัมมะ ในความไม่พยาบาท และในความไม่เบียดเบียน เป็นความดำริที่เป็นกุศล มีสัญญาในเนกขัมมะ ความไม่พยาบาท และความไม่เบียดเบียนเป็นที่เกิด ดับหมดในทุติยฌานซึ่งไม่มีวิตกวิจาร และปฏิบัติเพื่อความดับด้วยความเพียรชอบ ๔ เช่นกัน
ฝึกเปลี่ยนความหมายรู้ต่อคนที่ทำให้โกรธ เช่น มองว่าเขาก็กำลังมีทุกข์ ความคิดเมตตาจะเกิดตามมาง่ายขึ้น
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สัมมาญาณะ และสัมมาวิมุตติ ในระดับของผู้ไม่ต้องศึกษาแล้ว (อเสขะ) จึงเป็นผู้มีกุศลสมบูรณ์ เป็นสมณะผู้ถึงภูมิปฏิบัติอันอุดม ไม่มีใครรบได้
ใช้มรรคมีองค์ ๘ เป็นแผนที่ตรวจชีวิตรายสัปดาห์ ว่าด้านความเห็น ความคิด คำพูด การกระทำ อาชีพ ความเพียร สติ และสมาธิ ด้านไหนต้องดูแลเพิ่ม
หลายคนวัดความเป็นคนดีจาก "ไม่ได้ทำอะไรผิด" พระสูตรนี้ชี้ว่านั่นเป็นเพียงจุดเริ่ม เด็กทารกก็ไม่ได้ทำผิดเพราะยังทำอะไรไม่เป็น ความดีที่แท้ต้องมาจากการรู้จักใจของตัวเอง ว่าความคิดและพฤติกรรมแต่ละแบบเกิดจากอะไร และจะดูแลมันอย่างไร
วิธีคิดแบบ รู้จักสิ่งนั้น รู้ที่เกิด รู้ที่ดับ รู้ทางปฏิบัติ ใช้ได้กับนิสัยทุกอย่าง เช่น การพูดประชด การผัดวันประกันพรุ่ง หรือการหงุดหงิดง่าย
ข้อที่ว่าความดำริที่เป็นกุศลดับในทุติยฌาน ไม่ได้หมายความว่าความคิดดีเป็นสิ่งไม่ดี แต่หมายถึงจิตที่สงบลึกจนไม่ต้องอาศัยการตรึกคิดแล้ว
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สี่อย่างที่หล่อเลี้ยงชีวิตไว้ — คำข้าว ผัสสะ เจตนา และวิญญาณ ถามว่าเรากำลังกินอะไรเข้าไปบ้างในแต่ละวัน
อตีตารัมมณัตติกะจัดธรรมตามกาลของอารมณ์ที่ใจจับ คืออดีต อนาคต และปัจจุบัน ตัวอย่างในคัมภีร์ชี้ว่าเรื่องในอดีตเร…
เทวดาต้นสะเดาไล่โจรที่มานอนใต้ต้นไม้ของตน เพราะรู้ว่าถ้าโจรถูกจับที่นั่น ต้นไม้ของตนจะเดือดร้อนไปด้วย — บัณฑิต…
ไม่มอบหมายห้องแล้วจากไปจนไฟไหม้ก็ไม่มีใครกล้าช่วยขนของ เข้าอารามโดยไม่บอกกล่าว แล้วพอถือกฎเคร่งเกินไปจนเลิกมาช…