สมถะ–วิปัสสนา: ยุคนัทธ ๔
สมโถ จ วิปสฺสนา จความสงบกับความเห็นแจ้งต้องไปด้วยกัน — สี่ทางที่พระอานนท์แสดงว่าผู้บรรลุธรรมเดินมา ไม่มีทางเดียวที่ถูกสำหรับทุก…
สิริมิตฺตตฺเถรคาถา
พระสิริมิตตเถระย้ำคุณสมบัติสี่ข้อซ้ำห้าครั้ง แล้วเติมทีละข้อ คือสำรวมทวาร ศีลงาม มีกัลยาณมิตร และปัญญางาม ผู้เป็นเช่นนี้ไม่เศร้าโศกในโลกหน้า และผู้มีศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และความเห็นตรง ชื่อว่าไม่ยากจน
ในเถรคาถา อัฏฐกนิบาต ขุททกนิกาย มีคาถาของพระสิริมิตตเถระแปดบท ห้าบทแรกขึ้นต้นเหมือนกันทุกบทว่า ภิกษุใดไม่มักโกรธ ไม่ผูกโกรธไว้ ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียด แล้วจบด้วยคำว่า ภิกษุนั้นย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า
แต่ละบทเติมคุณสมบัติเข้าไปหนึ่งข้อ คือเป็นผู้คงที่ มีทวารอันคุ้มครองแล้ว มีศีลงาม มีกัลยาณมิตร และมีปัญญางาม การซ้ำแบบนี้ทำให้เห็นว่าสี่ข้อแรกเป็นพื้นฐานที่ต้องมีเสมอ
สามบทสุดท้ายกล่าวว่า ผู้มีศรัทธาไม่หวั่นไหวในพระตถาคต มีศีลงาม มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตเรียกว่าผู้ไม่ขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่ไร้ประโยชน์
คุณสมบัติสองข้อแรกที่ซ้ำอยู่ในทุกบท คือไม่โกรธง่าย และเมื่อโกรธแล้วไม่เก็บความโกรธผูกไว้ในใจ ภิกษุเช่นนี้เป็นผู้คงที่ ย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า
ก่อนนอน ถ้ายังมีเรื่องขุ่นใจกับใครค้างอยู่ ให้ตั้งใจวางไว้ก่อนหนึ่งคืน ไม่ต้องทบทวนซ้ำ ๆ ว่าเขาผิดอย่างไร
อีกสองข้อคือไม่มีมายา ไม่แสดงตัวให้ต่างจากที่เป็นจริง และไม่พูดส่อเสียดยุยงให้คนแตกกัน
เมื่อได้ยินคนหนึ่งพูดถึงอีกคนในทางลบ อย่านำไปเล่าต่อให้เจ้าตัวฟัง และอย่าเอาไปเล่าต่อให้คนอื่นฟัง
บทที่สองเติมว่า ภิกษุผู้มีคุณสมบัติสี่ข้อข้างต้น และมีทวารอันคุ้มครองแล้วทุกเมื่อ ย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า
เลือกสิ่งที่ให้ตาและหูรับในแต่ละวัน เช่น ปิดการแจ้งเตือนข่าวที่ยั่วให้โกรธ เพราะสิ่งที่เข้ามาทางทวารเป็นเชื้อของความโกรธและการพูดร้าย
บทที่สามเติมว่า ภิกษุผู้มีคุณสมบัติสี่ข้อ และมีศีลงาม ย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า
เลือกศีลหนึ่งข้อที่ยังรักษาไม่ค่อยได้ เช่น ไม่พูดเท็จแม้เรื่องเล็ก แล้วตั้งใจรักษาข้อนั้นให้ครบหนึ่งสัปดาห์
บทที่สี่เติมว่า ภิกษุผู้มีคุณสมบัติสี่ข้อ และมีกัลยาณมิตร ย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า
นึกถึงเพื่อนที่ทำให้เราเป็นคนดีขึ้น แล้วหาเวลาพบหรือคุยกับเขาให้บ่อยขึ้น
บทที่ห้าเติมว่า ภิกษุผู้มีคุณสมบัติสี่ข้อ และมีปัญญางาม ย่อมไม่เศร้าโศกในโลกเบื้องหน้า
เมื่อมีเรื่องทำให้โกรธหรืออยากพูดร้าย ใช้ปัญญาถามว่าอะไรคือเหตุจริงของเรื่อง แทนที่จะโทษคนตรงหน้าทันที
ผู้ใดมีศรัทธาไม่หวั่นไหว ตั้งมั่นดีในพระตถาคต มีศีลงามที่พระอริยะชอบใจและสรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตเรียกผู้นั้นว่าไม่ขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่ไร้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผู้มีปัญญาพึงประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และการเห็นธรรมเนือง ๆ
ในวันที่รู้สึกว่าตัวเองมีน้อยกว่าคนอื่น ลองนับทรัพย์ภายในที่มี เช่น ความซื่อตรง หรือความเชื่อมั่นในการทำดี สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครเอาไปได้
สี่ข้อพื้นฐานของพระเถระเป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับคนรอบตัวทั้งหมด ความโกรธง่ายและการเก็บความแค้นทำลายใจเราเอง ส่วนมายาและการส่อเสียดทำลายความไว้ใจของคนอื่น คนที่ไม่มีสี่อย่างนี้จึงอยู่ที่ไหนก็ไม่ต้องระแวง และไม่มีเรื่องค้างใจให้เศร้าโศกภายหลัง
คาถาเรื่องผู้ไม่ขัดสนก็ให้มุมมองใหม่ต่อความรวย ทรัพย์ภายในอย่างศรัทธา ศีล และความเห็นที่ตรง ไม่มีใครขโมยไปได้ และทำให้ชีวิตไม่สูญเปล่า
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ความสงบกับความเห็นแจ้งต้องไปด้วยกัน — สี่ทางที่พระอานนท์แสดงว่าผู้บรรลุธรรมเดินมา ไม่มีทางเดียวที่ถูกสำหรับทุก…
อปทานของผู้ที่ไม่ได้ถวายเครื่องบูชา แต่สร้างสะพาน ปราบทางให้เรียบ ทำบันไดขึ้นเจดีย์ และทำราวให้จับ รวมทั้งเต่า…
คำอธิบายปัญหาของเหมกะในจูฬนิทเทส ว่าคำสอนที่เล่าสืบกันมามีต้นทางอย่างไร ทำไมจึงทำให้ความคิดงอกงาม สิ่งที่รักใน…
พระนางมัลลิกาทูลถามว่าทำไมบางคนงามหรือไม่งาม มั่งคั่งหรือยากจน มีศักดิ์สูงหรือต่ำ พระพุทธเจ้าตรัสถึงเหตุสามคู่…