ปัฏฐาน: ใจที่ย้อนไปหาอดีต และคิดล่วงหน้าไปถึงอนาคต
อตีตารมฺมณตฺติกํอตีตารัมมณัตติกะจัดธรรมตามกาลของอารมณ์ที่ใจจับ คืออดีต อนาคต และปัจจุบัน ตัวอย่างในคัมภีร์ชี้ว่าเรื่องในอดีตเร…
ตโม โชติปรายโน
บุคคล ๔ จำพวก มืดมาแล้วมืดต่อ มืดมาแล้วสว่างต่อ สว่างมาแล้วมืดต่อ สว่างมาแล้วสว่างต่อ ต้นทางชีวิตเลือกไม่ได้ แต่ทางที่ไปต่อขึ้นกับการกระทำทางกาย วาจา ใจ
ในตมสูตร มจลวรรค จตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคล ๔ จำพวกมีปรากฏอยู่ในโลก คือ ผู้มืดมาแล้วมืดต่อไป ผู้มืดมาแล้วสว่างต่อไป ผู้สว่างมาแล้วมืดต่อไป และผู้สว่างมาแล้วสว่างต่อไป
"มืดมา" คือเกิดในตระกูลต่ำและยากจนตามค่านิยมของสังคมสมัยนั้น เป็นอยู่ฝืดเคือง มีรูปร่างไม่น่าดู มีโรคมาก หรือพิการ "สว่างมา" คือเกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีรูปงาม มีข้าวของเครื่องใช้พร้อม ส่วน "มืดต่อ" หรือ "สว่างต่อ" ขึ้นกับว่าเขาประพฤติทุจริตหรือสุจริตทางกาย วาจา ใจ ซึ่งนำไปสู่ทุคติหรือสุคติเมื่อตายไป
สูตรถัดไปคือโอณตสูตร ตรัสบุคคล ๔ จำพวกในแบบเดียวกัน แต่ใช้คำว่า ต่ำมาแล้วต่ำต่อไป ต่ำมาแล้วสูงต่อไป เป็นต้น
บุคคลเกิดในตระกูลยากจน อัตคัดทั้งอาหารและเครื่องนุ่งห่ม ร่างกายไม่สมบูรณ์ มีโรคมาก แล้วยังประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงทุคติ
เมื่อชีวิตลำบาก อย่าให้ความลำบากเป็นข้ออ้างให้ทำผิดซ้ำ เพราะนั่นจะเพิ่มความมืดให้ตัวเองอีกชั้น
บุคคลเกิดในตระกูลยากจนและมีความลำบากทางกายเหมือนจำพวกแรก แต่ประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ถ้าเริ่มต้นจากความขาดแคลน ให้ภูมิใจกับทุกการกระทำที่สุจริต ความดีที่ทำในสภาพลำบากคือการเลือกทางสว่างด้วยตัวเอง
บุคคลเกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีรูปงาม มีข้าวของเครื่องใช้พร้อม แต่ประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงทุคติ
ถ้ามีต้นทุนดีกว่าคนอื่น ให้ระวังความประมาท อย่าคิดว่าฐานะหรือเส้นสายจะปกป้องผลของการกระทำได้
บุคคลเกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีรูปงาม มีเครื่องใช้พร้อม และประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ใช้ความพร้อมที่มีเป็นเครื่องมือทำความดี เช่น ใช้ทรัพย์และโอกาสช่วยคนที่เริ่มต้นจากความมืด
พระสูตรพูดถึงตระกูลที่สังคมสมัยนั้นถือว่าต่ำ เช่น ตระกูลจัณฑาล ช่างสาน นายพราน ทั้งความพิการและความยากจน ในฐานะสภาพที่คนหนึ่งเกิดมาพบ ในโอณตสูตรก็เรียกสภาพเดียวกันนี้ว่า "ต่ำ" และ "สูง" ทั้งสองสูตรให้น้ำหนักอยู่ที่สิ่งที่คนนั้นทำต่อจากนั้น
อย่าตัดสินคนจากบ้านเกิด ฐานะ หรือร่างกาย ให้ดูที่การกระทำของเขา และใช้มาตรฐานเดียวกันนี้มองตัวเอง
ในทั้งสี่จำพวก สิ่งที่ทำให้ไปสู่ความมืดหรือความสว่างคือการประพฤติทุจริตหรือสุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจ ไม่ใช่ตระกูลหรือทรัพย์ที่ติดตัวมา
ก่อนนอน ทบทวนสั้น ๆ สามข้อ: วันนี้ทำอะไรด้วยกาย พูดอะไรด้วยวาจา คิดอะไรในใจ ที่พาไปทางสว่าง
พระสูตรนี้ไม่ได้บอกว่าคนจน คนพิการ หรือคนที่เกิดในครอบครัวลำบากมีค่าน้อยกว่าคนอื่น และไม่ควรใช้พระสูตรนี้เพื่อดูถูกใคร ความ "มืด" ในที่นี้คือสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ไม่ใช่คุณค่าของคน
ใจความสำคัญคือ ต้นทางไม่ได้ตัดสินปลายทาง คนที่เริ่มจากความขาดแคลนก็เลือกทางสว่างได้ และคนที่เริ่มจากความพร้อมก็เดินไปสู่ความมืดได้ถ้าประพฤติไม่ดี
สำหรับคนที่มีต้นทุนมาก พระสูตรเป็นคำเตือนว่าความสะดวกสบายไม่ได้คุ้มครองอนาคต ส่วนคนที่ต้นทุนน้อย พระสูตรเป็นกำลังใจว่าทางข้างหน้ายังเปิดอยู่เสมอ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
อตีตารัมมณัตติกะจัดธรรมตามกาลของอารมณ์ที่ใจจับ คืออดีต อนาคต และปัจจุบัน ตัวอย่างในคัมภีร์ชี้ว่าเรื่องในอดีตเร…
ชุดพระสูตรสั้นในสฬายตนสังยุต ว่าด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่ไม่ได้ฝึกย่อมนำทุกข์มา ที่ฝึกดีแล้วนำสุขมา พร้อม…
สำหรับผู้ที่ยังฝึกอยู่ ไม่มีตัวช่วยภายในใดมีอุปการะมากเท่าการคิดอย่างแยบคาย และไม่มีตัวช่วยภายนอกใดมีอุปการะมา…
นักบวชผู้อยู่ในสำนักของพระราชามา ๑๒ ปี เห็นสัญญาณว่าพระราชาหมดความเชื่อถือจึงขอลาไป พร้อมสอนเรื่องการคบมิตร ภา…