ตมสูตร: มืดมาหรือสว่างมา แล้วจะไปทางไหน
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตมสูตร: มืดมาหรือสว่างมา แล้วจะไปทางไหน

ตโม โชติปรายโน

บุคคล ๔ จำพวก มืดมาแล้วมืดต่อ มืดมาแล้วสว่างต่อ สว่างมาแล้วมืดต่อ สว่างมาแล้วสว่างต่อ ต้นทางชีวิตเลือกไม่ได้ แต่ทางที่ไปต่อขึ้นกับการกระทำทางกาย วาจา ใจ

๖ ข้อ

ในตมสูตร มจลวรรค จตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคล ๔ จำพวกมีปรากฏอยู่ในโลก คือ ผู้มืดมาแล้วมืดต่อไป ผู้มืดมาแล้วสว่างต่อไป ผู้สว่างมาแล้วมืดต่อไป และผู้สว่างมาแล้วสว่างต่อไป

"มืดมา" คือเกิดในตระกูลต่ำและยากจนตามค่านิยมของสังคมสมัยนั้น เป็นอยู่ฝืดเคือง มีรูปร่างไม่น่าดู มีโรคมาก หรือพิการ "สว่างมา" คือเกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีรูปงาม มีข้าวของเครื่องใช้พร้อม ส่วน "มืดต่อ" หรือ "สว่างต่อ" ขึ้นกับว่าเขาประพฤติทุจริตหรือสุจริตทางกาย วาจา ใจ ซึ่งนำไปสู่ทุคติหรือสุคติเมื่อตายไป

สูตรถัดไปคือโอณตสูตร ตรัสบุคคล ๔ จำพวกในแบบเดียวกัน แต่ใช้คำว่า ต่ำมาแล้วต่ำต่อไป ต่ำมาแล้วสูงต่อไป เป็นต้น

  1. ๑

    มืดมาแล้ว มืดต่อไป ตโม ตมปรายโน

    บุคคลเกิดในตระกูลยากจน อัตคัดทั้งอาหารและเครื่องนุ่งห่ม ร่างกายไม่สมบูรณ์ มีโรคมาก แล้วยังประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงทุคติ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อชีวิตลำบาก อย่าให้ความลำบากเป็นข้ออ้างให้ทำผิดซ้ำ เพราะนั่นจะเพิ่มความมืดให้ตัวเองอีกชั้น

  2. ๒

    มืดมาแล้ว สว่างต่อไป ตโม โชติปรายโน

    บุคคลเกิดในตระกูลยากจนและมีความลำบากทางกายเหมือนจำพวกแรก แต่ประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเริ่มต้นจากความขาดแคลน ให้ภูมิใจกับทุกการกระทำที่สุจริต ความดีที่ทำในสภาพลำบากคือการเลือกทางสว่างด้วยตัวเอง

  3. ๓

    สว่างมาแล้ว มืดต่อไป โชติ ตมปรายโน

    บุคคลเกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีรูปงาม มีข้าวของเครื่องใช้พร้อม แต่ประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงทุคติ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ามีต้นทุนดีกว่าคนอื่น ให้ระวังความประมาท อย่าคิดว่าฐานะหรือเส้นสายจะปกป้องผลของการกระทำได้

  4. ๔

    สว่างมาแล้ว สว่างต่อไป โชติ โชติปรายโน

    บุคคลเกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีรูปงาม มีเครื่องใช้พร้อม และประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้ความพร้อมที่มีเป็นเครื่องมือทำความดี เช่น ใช้ทรัพย์และโอกาสช่วยคนที่เริ่มต้นจากความมืด

  5. ๕

    ต้นทางเลือกไม่ได้ ไม่ใช่คุณค่าของคน นีจกุเล ปจฺจาชาโต

    พระสูตรพูดถึงตระกูลที่สังคมสมัยนั้นถือว่าต่ำ เช่น ตระกูลจัณฑาล ช่างสาน นายพราน ทั้งความพิการและความยากจน ในฐานะสภาพที่คนหนึ่งเกิดมาพบ ในโอณตสูตรก็เรียกสภาพเดียวกันนี้ว่า "ต่ำ" และ "สูง" ทั้งสองสูตรให้น้ำหนักอยู่ที่สิ่งที่คนนั้นทำต่อจากนั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าตัดสินคนจากบ้านเกิด ฐานะ หรือร่างกาย ให้ดูที่การกระทำของเขา และใช้มาตรฐานเดียวกันนี้มองตัวเอง

  6. ๖

    สิ่งที่ตัดสินทางข้างหน้า กาเยน สุจริตํ จรติ

    ในทั้งสี่จำพวก สิ่งที่ทำให้ไปสู่ความมืดหรือความสว่างคือการประพฤติทุจริตหรือสุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจ ไม่ใช่ตระกูลหรือทรัพย์ที่ติดตัวมา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนนอน ทบทวนสั้น ๆ สามข้อ: วันนี้ทำอะไรด้วยกาย พูดอะไรด้วยวาจา คิดอะไรในใจ ที่พาไปทางสว่าง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้ไม่ได้บอกว่าคนจน คนพิการ หรือคนที่เกิดในครอบครัวลำบากมีค่าน้อยกว่าคนอื่น และไม่ควรใช้พระสูตรนี้เพื่อดูถูกใคร ความ "มืด" ในที่นี้คือสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ไม่ใช่คุณค่าของคน

ใจความสำคัญคือ ต้นทางไม่ได้ตัดสินปลายทาง คนที่เริ่มจากความขาดแคลนก็เลือกทางสว่างได้ และคนที่เริ่มจากความพร้อมก็เดินไปสู่ความมืดได้ถ้าประพฤติไม่ดี

สำหรับคนที่มีต้นทุนมาก พระสูตรเป็นคำเตือนว่าความสะดวกสบายไม่ได้คุ้มครองอนาคต ส่วนคนที่ต้นทุนน้อย พระสูตรเป็นกำลังใจว่าทางข้างหน้ายังเปิดอยู่เสมอ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัฏฐาน: ใจที่ย้อนไปหาอดีต และคิดล่วงหน้าไปถึงอนาคต

อตีตารมฺมณตฺติกํ

อตีตารัมมณัตติกะจัดธรรมตามกาลของอารมณ์ที่ใจจับ คืออดีต อนาคต และปัจจุบัน ตัวอย่างในคัมภีร์ชี้ว่าเรื่องในอดีตเร…

อิติวุตตกะ: ตัวช่วยภายใน ตัวช่วยภายนอก และความพร้อมเพรียงของหมู่

โยนิโส มนสิกาโร

สำหรับผู้ที่ยังฝึกอยู่ ไม่มีตัวช่วยภายในใดมีอุปการะมากเท่าการคิดอย่างแยบคาย และไม่มีตัวช่วยภายนอกใดมีอุปการะมา…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้