วักกลิสูตร: ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา
การฝึกจิต

วักกลิสูตร: ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา

วกฺกลิสุตฺตํ

พระพุทธเจ้าเสด็จเยี่ยมพระวักกลิผู้อาพาธหนักแล้วตรัสว่า จะมีประโยชน์อะไรกับการเห็นกายที่เปื่อยเน่านี้ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา

๕ ข้อ

ในวักกลิสูตร ขันธสังยุต พระวักกลิอาพาธหนัก ปรารถนาจะได้เฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปเยี่ยม เมื่อพระวักกลิทูลว่าอยากเห็นพระองค์มานานแล้ว พระองค์ตรัสว่า "อย่าเลย วักกลิ จะมีประโยชน์อะไรด้วยการเห็นกายอันเปื่อยเน่านี้ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นเห็นธรรม"

จากนั้นทรงถามว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง สิ่งที่ไม่เที่ยงเป็นทุกข์หรือสุข และควรหรือที่จะถือว่าสิ่งนั้นเป็นเรา ของเรา ตัวตนของเรา พระวักกลิตอบได้ถูกต้องทุกข้อ

ในอังคุตตรนิกาย เอตทัคคบาลี พระวักกลิเป็นผู้เลิศทางผู้หลุดพ้นด้วยศรัทธา อรรถกถาและอปทานเล่าเพิ่มว่าท่านบวชเพราะชอบเฝ้ามองพระรูปโฉมของพระพุทธเจ้า พระสูตรนี้จึงเป็นเหมือนการพาศรัทธาที่ผูกกับรูปกายไปสู่ปัญญาที่เห็นธรรม

  1. ๑

    รูปกายไม่ใช่สิ่งที่ต้องเห็น กึ เต วกฺกลิ อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน

    พระพุทธเจ้าทรงเรียกพระวรกายของพระองค์เองว่ากายอันเปื่อยเน่า เพื่อชี้ว่าแม้กายของพระพุทธเจ้าก็อยู่ใต้ความไม่เที่ยง การยึดติดกับรูปกายของครูจึงไม่ใช่ที่พึ่งที่แท้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าเราเคารพครูบาอาจารย์หรือคนที่ชื่นชมเพราะคำสอน หรือเพราะภาพลักษณ์และบุคลิก

  2. ๒

    เห็นธรรมคือเห็นพระพุทธเจ้า โย โข วกฺกลิ ธมฺมํ ปสฺสติ โส มํ ปสฺสติ

    พระพุทธเจ้าในความหมายที่แท้คือผู้ตรัสรู้ธรรม ผู้ที่เข้าใจธรรมจึงได้พบสิ่งที่ทำให้พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า แม้จะไม่เคยเห็นพระองค์ด้วยตา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เราที่เกิดหลังพุทธกาลก็ "เห็นพระพุทธเจ้า" ได้ ด้วยการเข้าใจธรรมจากการศึกษาและปฏิบัติ

  3. ๓

    ขันธ์ ๕ ไม่เที่ยง จึงไม่ใช่ตัวตน ตํ กึ มญฺญสิ วกฺกลิ รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา

    ทรงไล่ถามทีละขันธ์ว่าเที่ยงหรือไม่เที่ยง พระวักกลิตอบว่าไม่เที่ยง สิ่งที่ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ และสิ่งที่ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ไม่ควรถือว่าเป็นเรา ของเรา ตัวตนของเรา การเห็นอย่างนี้ทำให้คลายความยึดมั่น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อป่วยหรือร่างกายเสื่อม ลองใช้คำถามชุดเดียวกันถามตัวเอง: กายนี้เที่ยงไหม ควรยึดว่าเป็นเราทั้งหมดไหม

  4. ๔

    ศรัทธาต้องเดินคู่ปัญญา สทฺธาธิมุตฺต

    พระวักกลิเป็นเอตทัคคะด้านผู้หลุดพ้นด้วยศรัทธา แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้ปล่อยให้ศรัทธาอยู่ลำพัง ทรงนำไปสู่การพิจารณาขันธ์ ๕ ด้วยปัญญา ศรัทธาที่เข้มแข็งจึงเป็นแรงพาไปสู่ความเข้าใจ ไม่ใช่ปลายทาง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเป็นคนศรัทธามาก ให้เพิ่มการศึกษาและตั้งคำถาม ถ้าเป็นคนคิดมาก ให้เพิ่มความเชื่อมั่นว่าทางนี้ไปได้

  5. ๕

    อย่ากลัวเลย วักกลิ มา ภายิ วกฺกลิ

    หลังเสด็จกลับ พระพุทธเจ้าทรงส่งภิกษุไปบอกพระวักกลิว่าอย่ากลัว การตายของเธอจะไม่เลวร้าย พระวักกลิให้ภิกษุทูลกลับว่าท่านไม่สงสัยแล้วว่าขันธ์ ๕ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่มีความพอใจในสิ่งเหล่านั้น พระพุทธเจ้าทรงปลอบผู้ป่วยหนักด้วยความเมตตาและด้วยธรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อไปเยี่ยมผู้ป่วยหนัก คำที่ช่วยได้มักเป็นคำที่ลดความกลัว และชวนให้ใจวางลงได้ มากกว่าการสั่งสอนยาว ๆ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หลายคนผูกพันกับครูบาอาจารย์ รูปเคารพ หรือสถานที่ จนลืมว่าสิ่งที่ครูต้องการให้เห็นคือธรรมที่ท่านสอน ไม่ใช่ตัวท่าน พระสูตรนี้ไม่ได้ห้ามความเคารพ แต่เตือนว่าความเคารพที่ไม่พาไปสู่ความเข้าใจยังไปไม่ถึงจุดหมาย

ตอนจบของพระสูตรเล่าว่าพระวักกลิจบชีวิตตนเองขณะอาพาธหนัก และพระพุทธเจ้าตรัสว่าท่านปรินิพพานแล้ว เรื่องนี้เป็นกรณีเฉพาะที่พระสูตรบันทึกไว้ ไม่ใช่แบบอย่างให้ปฏิบัติตาม พระพุทธศาสนาไม่สนับสนุนการทำร้ายตนเอง หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีความคิดเช่นนั้น โปรดพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่)

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

พระฉัพพัคคีย์รังแกเพื่อนภิกษุ: ฉุดคร่า ตี ใส่ร้าย และแอบฟัง

กุปิตา อนตฺตมนา

พระฉัพพัคคีย์รอให้พระสัตตรสวัคคีย์ซ่อมวิหารเสร็จแล้วฉุดคร่าออก ตี เงื้อมือจะตี กล่าวหาภิกษุโดยไม่มีมูล จงใจพูด…

กัญจนขันธชาดก: แท่งทองที่เบาลงเมื่อแบ่งเป็นส่วน

โย ปหฏฺเฐน จิตฺเตน ปหฏฺฐมนโส นโร

ชาวนาพบแท่งทองใหญ่จนยกไม่ไหว จึงแบ่งออกเป็น ๔ ส่วนแล้วยกกลับบ้านได้ คาถาสอนว่าผู้มีใจเบิกบาน เจริญกุศลธรรม ย่อ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้