สิกขาบทเรื่องทำลายสงฆ์: เตือนก่อน และอย่าเป็นกองหนุนของความแตกแยก
สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกเมยฺยพระเทวทัตชวนพวกเสนอวัตถุ ๕ เพื่อทำลายสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงให้เลือกปฏิบัติตามความสมัครใจ แล้วทรงบัญญัติให้ภิกษุเต…
วิธุรชาตกํ
พระราชาเสียพนันสะกาแก่ปุณณกยักษ์ วิธุรบัณฑิตยังตอบความจริงแม้คำตอบนั้นทำให้ตนต้องถูกพาไป ใช้เวลาสามวันสั่งสอนครอบครัวเรื่องการรับราชการ และเมื่อยักษ์จะฆ่าก็แสดงธรรมจนยักษ์ปล่อยตัว ตอนท้ายเฉลยว่าปัญญาคือหัวใจของบัณฑิต
ในวิธุรชาดก มหานิบาตชาดก ขุททกนิกาย ตัวบทในพระไตรปิฎกเป็นคาถา แบ่งเป็นตอน เช่น อักขกัณฑ์ (ตอนเล่นสะกา) ฆราวาสปัญหา ราชวสดี และสาธุนรธรรมกัณฑ์ ส่วนเรื่องเล่าที่เชื่อมคาถามาจากอรรถกถาชาดก (ชาตกัฏฐกถา) พระโพธิสัตว์เกิดเป็นวิธุรบัณฑิต อำมาตย์ผู้สอนอรรถธรรมแก่พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะแห่งอินทปัตนคร ตามการจัดทศชาติที่สืบกันมา ชาดกนี้เป็นเรื่องของสัจจบารมี
ในคาถา พระนางวิมลามเหสีของท้าววรุณนาคราชปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต นางอิรันทดีพระธิดาจึงหาสามีที่นำหทัยนั้นมาได้ ปุณณกยักษ์รับอาสา นำแก้วมณีมาท้าพระเจ้าธนัญชัยเล่นสะกาและชนะ แล้วขอวิธุรบัณฑิตเป็นรางวัล เมื่อพระราชาไม่ยอม ทั้งสองจึงไปถามวิธุรบัณฑิตเองว่าท่านเป็นทาสหรือเป็นญาติของพระราชา วิธุรบัณฑิตตอบตามจริงว่าตนเป็นข้าของพระราชา ปุณณกยักษ์จึงได้ตัวไป วิธุรบัณฑิตขอเวลาสามวันสั่งสอนครอบครัว แล้วไปกับยักษ์ ยักษ์คิดจะฆ่าเพื่อเอาหัวใจ แต่วิธุรบัณฑิตแสดงสาธุนรธรรมจนยักษ์ปล่อย และยังขอไปพบพญานาค ตอบคำถามจนพญานาคและพระนางวิมลาพอใจ แล้วกลับอินทปัตพร้อมแก้วมณี
ตอนจบ ท้าววรุณตรัสในคาถาว่าปัญญานั่นเองเป็นหทัยของบัณฑิต อรรถกถาอธิบายว่าพระนางวิมลาต้องการฟังธรรมของวิธุรบัณฑิตมาแต่ต้น ส่วนเหตุที่พระนางได้ยินกิตติศัพท์ของท่าน และรายละเอียดอื่นที่ร้อยเรื่องเข้าด้วยกันก็มาจากอรรถกถาเช่นกัน
ปุณณกยักษ์ชนะสะกาและขอวิธุรบัณฑิต พระราชาตรัสว่าวิธุรบัณฑิตเป็นเหมือนชีวิตของพระองค์ เทียบกับทรัพย์ไม่ได้ ยักษ์จึงเสนอให้ไปถามวิธุรบัณฑิตเอง วิธุรบัณฑิตตอบว่า ทาสมีสี่จำพวก ตนก็เป็นข้าของพระราชา จะไปที่ใดก็ยังเป็นข้าของพระราชาอยู่ และพระราชาเมื่อจะพระราชทานตนเป็นค่าพนันก็พึงให้โดยธรรม คำตอบนี้ทำให้พระราชาต้องยอมยกท่านให้ยักษ์
เมื่อถูกถามข้อเท็จจริงที่ทำให้เราเสียประโยชน์ เช่น ความผิดพลาดในงานที่เราพลาดเอง ให้ตอบตามจริงก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไข
พระราชาถามว่าผู้ครองเรือนจะอยู่อย่างปลอดภัยและไม่เศร้าโศกในโลกหน้าได้อย่างไร วิธุรบัณฑิตทูลว่า ไม่ควรกินของอร่อยคนเดียว ไม่ควรหมกมุ่นกับถ้อยคำที่ไม่ทำให้ปัญญาเจริญ ควรมีศีล ไม่ประมาท ถ่อมตน ไม่ตระหนี่ พูดจาอ่อนโยน สงเคราะห์มิตร แบ่งปัน บำรุงสมณพราหมณ์ ใฝ่ธรรม และหมั่นเข้าไปถามผู้มีศีลที่เป็นพหูสูต
เลือกหนึ่งข้อมาทำในสัปดาห์นี้ เช่น แบ่งของอร่อยให้คนในบ้านก่อนกิน หรือลดเวลาเสพข่าวซุบซิบลงแล้วใช้เวลานั้นฟังหรืออ่านสิ่งที่มีประโยชน์
เมื่อยักษ์จะพาไปทันที วิธุรบัณฑิตยอมรับว่าตนเป็นของยักษ์แล้ว แต่ขอเวลาสามวันเพื่อสั่งสอนบุตรภรรยา ยักษ์ก็ยินยอม ท่านเรียกลูกหลานมาสั่งสอน จัดการงานในบ้าน บอกทรัพย์ ขุมทรัพย์ และหนี้สินให้เรียบร้อย ทูลฝากครอบครัวไว้กับพระราชา แล้วจึงบอกยักษ์ว่าพร้อมไปแล้ว
จัดเอกสารสำคัญ บัญชี หนี้สิน และรหัสที่จำเป็นให้คนในครอบครัวรู้ที่อยู่ เผื่อวันที่เราไม่อยู่แบบกะทันหัน ครอบครัวจะได้ไม่ต้องลำบาก
วิธุรบัณฑิตสอนลูกหลานว่า ผู้รับราชการไม่ควรกล้าเกินไปหรือขลาดเกินไป ควรทำงานเสมอต้นเสมอปลายเหมือนตราชูที่คันตรง ไม่เอาทรัพย์จากคลังหลวง ไม่ทำตนทัดเทียมนาย ไม่วางใจว่านายเป็นเพื่อนเล่น ไม่พูดมากเกินไปและไม่นิ่งเสมอไป เมื่อถึงเวลาจึงพูดพอประมาณ พูดจริง อ่อนหวาน ไม่ส่อเสียด ถูกกริ้วก็ไม่โกรธตอบ ไม่ตั้งญาติที่ไม่มีศีลให้เป็นใหญ่ แต่ตั้งคนมีศีลและขยันแทน
ในที่ทำงาน ใช้ทรัพย์สินของบริษัทเฉพาะงาน ไม่ฝากญาติที่ไม่เหมาะเข้าตำแหน่ง และเมื่อหัวหน้าอารมณ์เสีย ให้ตอบด้วยความสงบแทนการเถียงกลับทันที
เมื่อวิธุรบัณฑิตทูลลา พระราชาไม่อยากให้ไป จึงตรัสถึงทางออกที่รุนแรงและไม่ชอบธรรม วิธุรบัณฑิตทูลว่า ขออย่าตั้งพระทัยไว้ในอธรรม ขอให้ประกอบพระองค์ไว้ในอรรถและธรรม กรรมที่เป็นอกุศลบัณฑิตติเตียน และตนเองไม่มีความโกรธ จึงขอกราบทูลลาไป
เมื่อคนที่รักเราเสนอจะช่วยด้วยวิธีที่ผิด เช่น ใช้เส้นสาย โกหก หรือทำร้ายอีกฝ่าย ให้ขอบคุณในความหวังดีแต่ปฏิเสธอย่างชัดเจน
ยักษ์บอกให้จับหางม้าและว่านี่คือการเห็นโลกมนุษย์ครั้งสุดท้าย วิธุรบัณฑิตตอบว่า จะกลัวไปทำไม เพราะไม่มีกรรมชั่วทางกาย วาจา และใจ ที่จะพาไปสู่ทุคติ แม้ในยามอันตรายถึงชีวิตก็ยังพูดกับยักษ์อย่างไม่สะดุ้งกลัว และภายหลังกล่าวว่า เพราะไม่มีความชั่วที่ทำไว้ที่ไหน จึงไม่รังเกียจความตายที่จะมาถึง
ใช้ชีวิตให้ไม่มีเรื่องที่ต้องปิดบัง ความสงบในวันที่ถูกตรวจสอบหรือถูกกล่าวหา มักมาจากการที่เรารู้ว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด
เมื่อรู้เหตุที่ยักษ์จะฆ่า วิธุรบัณฑิตขอแสดงธรรมก่อน แล้วสอนสี่ข้อ คือ ช่วยเหลือคนที่ไม่คุ้นเคยแต่เชื้อเชิญเรา ไม่คิดร้ายต่อคนที่ให้ที่พักและข้าวน้ำแม้เพียงคืนเดียว ไม่ประทุษร้ายมิตรเหมือนไม่หักกิ่งไม้ที่ให้ร่มเงา และไม่ตกอยู่ในอำนาจของคนที่ได้รับการยกย่องแล้วกลับดูหมิ่นผู้ยกย่องตน (ในคาถายกตัวอย่างหญิงที่ดูหมิ่นสามี) ยักษ์ระลึกได้ว่าตนเคยพักในเรือนของท่านสามวัน จึงปล่อยท่านไป
เมื่อมีคนโกรธและกำลังจะทำร้ายเรา ถ้าปลอดภัยพอ ให้ชวนเขาคุยถึงเหตุผลและความสัมพันธ์ที่เคยมีต่อกัน แทนการตอบโต้ด้วยความรุนแรง
ที่นาคพิภพ วิธุรบัณฑิตถามพญานาคว่าได้วิมานมาอย่างไร พญานาคตอบว่าได้เพราะเคยให้ทานด้วยความเคารพเมื่อเป็นมนุษย์ วิธุรบัณฑิตจึงแนะว่า ในนาคพิภพไม่มีสมณะให้ทาน ก็ให้ไม่ประทุษร้ายบุตร ภรรยา ญาติ และข้าเฝ้าด้วยกายและวาจา และกล่าวว่าคุณของผู้มีปัญญาย่อมปรากฏในยามมีภัย ในที่สุดพญานาคตรัสว่า ปัญญานั่นเองเป็นหทัยของบัณฑิต แล้วให้ปุณณกยักษ์ส่งท่านกลับ
เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนจนทำความดีแบบเดิมไม่ได้ ให้หาความดีแบบที่ทำได้ในที่นั้น เช่น ถ้าไม่มีเงินบริจาค ก็เริ่มจากการไม่ทำร้ายคนใกล้ตัวด้วยคำพูด
ความโดดเด่นของวิธุรบัณฑิตคือพูดความจริงแม้ความจริงนั้นทำให้ตนเสียทุกอย่าง และยังสงบพอจะสอนธรรมแก่ผู้ที่กำลังจะทำร้ายตน ในชีวิตปัจจุบัน ข้อนี้คือความซื่อตรงในวันที่การโกหกนิดเดียวจะช่วยให้เรารอด
ราชวสดีเป็นหลักของข้าราชสำนักในสังคมกษัตริย์โบราณ บางข้อเช่นการไม่ทัดทานนายต้องปรับใช้ให้เหมาะ และไม่ได้แปลว่าต้องยอมทำสิ่งผิด เพราะวิธุรบัณฑิตเองก็ทูลคัดค้านเมื่อพระราชาจะทรงทำสิ่งที่ไม่ชอบธรรม
ฉากที่ยักษ์จะทำร้ายในเรื่องเล่าไว้สั้น ๆ ในหน้านี้ สาระอยู่ที่ใจที่ไม่หวั่นเพราะไม่ได้ทำชั่ว และการตอบความรุนแรงด้วยธรรม
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระเทวทัตชวนพวกเสนอวัตถุ ๕ เพื่อทำลายสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงให้เลือกปฏิบัติตามความสมัครใจ แล้วทรงบัญญัติให้ภิกษุเต…
การกระทำ ความคิด ความเห็น ไปจนถึงสิ่งของ สถานที่ และบุคคล ล้วนมีสองแบบ คือแบบที่ควรเสพและไม่ควรเสพ เกณฑ์ตัดสิน…
พระเจ้าสีลวะไม่ยอมให้ทหารรบกับผู้รุกราน จนถูกจับฝังดินถึงคอในป่าช้า แต่ยังสอนอำมาตย์ให้เจริญเมตตา แล้วใช้สติแล…
นีวรณทุกะแบ่งธรรมเป็นสองฝ่าย คือธรรมที่เป็นนิวรณ์และธรรมที่ไม่ใช่นิวรณ์ ตัวอย่างในคัมภีร์บอกว่านิวรณ์ไม่ได้มาเ…