เขมกสูตร: กลิ่นดอกบัวกับความรู้สึกว่า "เรามี" ที่ยังหลงเหลือ
เขมกสุตฺตํพระเขมกะป่วยหนัก พระเถระส่งพระทาสกะเดินไปถามหลายรอบ ท่านตอบว่าไม่เห็นขันธ์ใดเป็นตน แต่ยังไม่ใช่พระอรหันต์ เพรา…
สญฺเจตนิกา สุกฺกวิสฏฺฐิ สงฺฆาทิเสโส
พระเสยยสกะไม่มีความสุขกับพรหมจรรย์จนซูบผอม พระอุทายีแนะทางลัดที่ขัดกับชีวิตพรหมจรรย์ พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติว่าการจงใจทำให้อสุจิเคลื่อนเป็นสังฆาทิเสส ยกเว้นความฝัน อาบัติหมวดนี้หนัก แต่ผู้ต้องอาบัติยังเป็นภิกษุและมีทางกลับมาบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการของสงฆ์
ในมหาวิภังค์ พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ สังฆาทิเสสกัณฑ์ สิกขาบทที่ ๑ เกิดจากเรื่องของพระเสยยสกะ ท่านประพฤติพรหมจรรย์อย่างไม่มีความสุข จนร่างกายซูบผอม ผิวพรรณหมองคล้ำ พระอุทายีเห็นเข้าจึงแนะนำให้ท่านทำให้อสุจิเคลื่อนด้วยตนเองเมื่อความกำหนัดรบกวนใจ และบอกว่าตนเองก็ทำ ต่อมาพระเสยยสกะกลับมีผิวพรรณดี เพื่อนภิกษุถามว่าทำยาอะไร เมื่อรู้ความจริง ภิกษุผู้ใคร่ต่อสิกขาจึงติเตียนและกราบทูลพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าทรงสอบถาม พระเสยยสกะยอมรับ ทรงติเตียนว่าธรรมที่ทรงแสดงมีไว้เพื่อคลายกำหนัด ไม่ใช่เพื่อกำหนัด แล้วทรงบัญญัติว่า การจงใจปล่อยสุกกะเป็นสังฆาทิเสส ต่อมามีภิกษุกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นในความฝัน จึงทรงเพิ่มข้อยกเว้นว่า เว้นแต่ฝัน
สังฆาทิเสสเป็นอาบัติหนักรองจากปาราชิก ตัวบทนิยามว่าเป็นอาบัติที่สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต และเรียกเข้าหมู่ ผู้ต้องอาบัติจึงยังเป็นภิกษุและมีทางกลับ ตัวบทไม่ได้ให้เหตุผลไว้ตรง ๆ ว่าทำไมข้อนี้จึงจัดเป็นสังฆาทิเสสแทนปาราชิก สิ่งที่เห็นได้จากตัวบทคือ ปาราชิกข้อแรกว่าด้วยการเสพเมถุน ส่วนข้อนี้เป็นการกระทำของตนเองลำพัง และวิภังค์วางน้ำหนักไว้ที่เจตนาและความพยายาม
หน้านี้เล่าด้วยถ้อยคำทั่วไป ไม่ลงรายละเอียดของการกระทำ สิกขาบทนี้เป็นวินัยของภิกษุผู้ถือพรหมจรรย์ ไม่ใช่ศีลของฆราวาส และไม่ได้เป็นคำตัดสินเรื่องเพศของผู้ที่ไม่ได้บวช
พระเสยยสกะประพฤติพรหมจรรย์อย่างไม่ยินดี จนร่างกายซูบผอม ผิวหมองคล้ำ เส้นเอ็นขึ้นทั่วตัว พระอุทายีเห็นจึงถามตรง ๆ ว่าท่านไม่ยินดีในพรหมจรรย์หรือ และท่านก็ยอมรับ
ความทุกข์ใจที่ไม่ได้พูดออกมามักปรากฏที่ร่างกาย ถ้าเห็นเพื่อนซูบลงหรือเปลี่ยนไป ลองถามด้วยความห่วงใย และฟังให้จบก่อนจะแนะนำอะไร
พระอุทายีแนะให้ท่านกิน นอน และอาบน้ำให้เต็มที่ และเมื่อความกำหนัดรบกวนใจก็ให้ทำให้อสุจิเคลื่อนด้วยตนเอง พระเสยยสกะถามว่าทำอย่างนั้นควรหรือ พระอุทายีตอบว่าควร ตนเองก็ทำ
คำว่า "ฉันก็ทำ" ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นถูก เมื่อเพื่อนเสนอทางลัด ให้ถามว่ามันตรงกับเป้าหมายที่เราเลือกไว้หรือไม่
ต่อมาท่านมีผิวพรรณผ่องใส เพื่อนภิกษุถามว่าทำยาอะไร ท่านเล่าตามจริง เพื่อนจึงถามกลับว่าท่านใช้มือเดียวกับที่ฉันอาหารซึ่งชาวบ้านถวายด้วยศรัทธาหรือ คำถามนี้ชี้ว่าชีวิตภิกษุตั้งอยู่บนศรัทธาของผู้อื่น
ผลที่ดูดีภายนอกไม่ได้บอกว่าวิธีถูกต้อง ถ้าวิธีใดต้องปิดจากคนที่ไว้ใจเรา นั่นเป็นสัญญาณให้ทบทวน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรมที่ทรงแสดงมีไว้เพื่อคลายกำหนัด ไม่ใช่เพื่อกำหนัด เพื่อพรากออก ไม่ใช่เพื่อผูกพัน เพื่อไม่ถือมั่น ไม่ใช่เพื่อถือมั่น และทรงเตือนว่าได้ตรัสเรื่องการละกาม การกำจัดความกระหายในกาม และการระงับความเร่าร้อนเพราะกามไว้หลายแบบแล้ว
เมื่อเลือกวิธีรับมือกับความอยาก ให้ดูว่าวิธีนั้นทำให้ความอยากเบาลงในระยะยาว หรือเพียงสนองมันชั่วคราวแล้วกลับมาแรงกว่าเดิม
หลังบัญญัติ มีภิกษุที่อสุจิเคลื่อนขณะหลับฝันแล้วกังวลว่าต้องอาบัติ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เจตนานั้นมีอยู่ แต่เป็นอัพโพหาริก คือไม่นับเป็นความผิด แล้วทรงเพิ่มคำว่า เว้นแต่ฝัน ในวินีตวัตถุ เรื่องแรกก็คือภิกษุที่กังวลเรื่องฝัน และทรงยืนยันว่าไม่ต้องอาบัติ
สิ่งที่เกิดขึ้นขณะหลับหรือความคิดที่ผุดขึ้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกผิด ความรับผิดชอบอยู่ที่สิ่งที่เราเลือกทำเมื่อรู้ตัว
วิภังค์แยกว่า ถ้าจงใจ พยายาม และอสุจิเคลื่อน เป็นสังฆาทิเสส ถ้าจงใจ พยายาม แต่ไม่เคลื่อน เป็นถุลลัจจัย ถ้าไม่ได้จงใจ ไม่ต้องอาบัติ อนาปัตติวารยกเว้นผู้ฝัน ผู้ไม่ประสงค์ ผู้วิกลจริต ผู้มีจิตฟุ้งซ่าน ผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา และผู้ทำก่อนมีบัญญัติ วินีตวัตถุยังมีภิกษุที่เพียงตรึกถึงกามโดยไม่ประสงค์ให้เคลื่อน และทรงตัดสินว่าไม่ต้องอาบัติ
เมื่อประเมินตัวเองหรือคนอื่น แยกให้ออกระหว่างความคิดที่เกิดขึ้น ความตั้งใจ และการลงมือ สามอย่างนี้มีน้ำหนักไม่เท่ากัน
วิภังค์นิยามว่า สังฆาทิเสสคืออาบัติที่สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต และเรียกเข้าหมู่ได้ ไม่ใช่คณะหรือบุคคลรูปเดียว ผู้ต้องอาบัติยังไม่ขาดจากความเป็นภิกษุ แต่ต้องให้หมู่รู้และผ่านกระบวนการจนจบ ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม
ความผิดที่หนักควรมีกระบวนการรับผิดที่ชัดเจนและมีวันจบ ไม่ใช่ปิดเงียบ และไม่ใช่ลงโทษกันไม่รู้จบ
เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มจากความชั่วร้าย แต่เริ่มจากคนที่ไม่มีความสุขกับชีวิตที่ตนเลือก แล้วได้คำแนะนำผิดจากเพื่อน พระอุทายีเห็นเพื่อนทุกข์ก็อยากช่วย แต่ทางที่ท่านแนะทำให้อาการภายนอกดีขึ้น ขณะที่เป้าหมายที่เพื่อนตั้งใจไว้ถูกทิ้งไป
ในชีวิตเรา เมื่อตั้งใจรักษาบางอย่าง เช่น เลิกบุหรี่ เลิกพนัน หรือรักษาคำสัญญา แล้วเริ่มอึดอัด มักมีคนบอกว่า "ทำไปเถอะ ฉันก็ทำ" ก่อนรับคำแนะนำแบบนั้น ให้ถามว่ามันพาเราเข้าใกล้หรือห่างจากสิ่งที่ตั้งใจไว้ และถ้าเป้าหมายนั้นไม่เหมาะกับเราแล้ว การพูดตรง ๆ และเปลี่ยนอย่างเปิดเผยดีกว่าการฝืนไปพร้อมกับทางลัดที่ต้องซ่อน
อีกบทเรียนหนึ่งคือความยุติธรรมต่อตัวเอง พระวินัยแยกชัดระหว่างสิ่งที่ผุดขึ้นเองกับสิ่งที่จงใจทำ อย่าลงโทษตัวเองกับความคิดหรือความฝันที่ไม่ได้เลือก
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระเขมกะป่วยหนัก พระเถระส่งพระทาสกะเดินไปถามหลายรอบ ท่านตอบว่าไม่เห็นขันธ์ใดเป็นตน แต่ยังไม่ใช่พระอรหันต์ เพรา…
สิ่งไม่เที่ยงเห็นว่าเที่ยง ทุกข์เห็นว่าสุข ไม่ใช่ตัวตนเห็นว่าตัวตน ไม่งามเห็นว่างาม ความวิปลาสนี้เกิดได้ทั้งใน…
พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลถามเรื่องการรู้เห็นทุกสิ่ง วรรณะทั้งสี่ เทวดา และพรหม พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่มีใครรู้เห็นทุก…
ท่อนอ้อยหนึ่งท่อน ผลไม้สี่ผล ขนมกุมมาสของคนเฝ้าไร่ อาหารสำหรับภิกษุที่เหนื่อยล้า — เรื่องในวิมานวัตถุสองวรรคที…