ภิกษุฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา: ชมกันเองว่ามีคุณวิเศษที่ไม่มีจริง
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ภิกษุฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา: ชมกันเองว่ามีคุณวิเศษที่ไม่มีจริง

อยํ อคฺโค มหาโจโร

ช่วงข้าวยากหมากแพง ภิกษุกลุ่มหนึ่งตกลงกันพูดยกย่องกันเองแก่ชาวบ้านว่าได้ฌานและมรรคผล เพื่อให้ได้อาหารดี พระพุทธเจ้าทรงเรียกผู้อวดคุณวิเศษที่ไม่มีจริงว่าเป็นยอดมหาโจร

๗ ข้อ

ในพระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาราชิกกัณฑ์ มีเรื่องต้นบัญญัติของปาราชิกข้อที่ ๔ ขณะพระพุทธเจ้าประทับที่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เมืองเวสาลี แคว้นวัชชีเกิดข้าวยากหมากแพง ภิกษุหลายรูปที่จำพรรษาใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาปรึกษากันว่าจะอยู่อย่างไรไม่ให้ลำบากเรื่องบิณฑบาต บางรูปเสนอให้ช่วยทำธุระของคฤหัสถ์ บางรูปเสนอให้รับส่งข่าวสารให้ สุดท้ายตกลงกันว่าจะพูดชมกันเองแก่คฤหัสถ์ว่ารูปนั้นได้ฌาน รูปนี้เป็นพระโสดาบัน จนถึงเป็นพระอรหันต์

ชาวบ้านดีใจ นำอาหารแบบที่ตนเองไม่กินและไม่ให้พ่อแม่ลูกเมียมาถวาย ภิกษุกลุ่มนี้จึงผิวพรรณผ่องใส ขณะที่ภิกษุซึ่งจำพรรษาในที่อื่นผอมซูบ เมื่อออกพรรษาไปเฝ้า พระพุทธเจ้าตรัสถามว่าคุณวิเศษนั้นมีจริงหรือ พวกเขาทูลว่าไม่จริง พระองค์ทรงติเตียนอย่างรุนแรงว่าพูดเพราะเหตุแห่งท้อง ทรงแสดงมหาโจร ๕ จำพวก แล้วทรงบัญญัติว่าภิกษุที่อวดอุตตริมนุสสธรรมซึ่งไม่มีในตนเป็นปาราชิก ต่อมาทรงยกเว้นผู้ที่สำคัญผิดว่าตนได้บรรลุ

ในมหาวิภังค์ ภาค ๒ มีเรื่องเดียวกันเป็นต้นบัญญัติของปาจิตตีย์อีกข้อหนึ่ง คราวนั้นภิกษุทูลว่าคุณวิเศษมีจริง แต่ก็ยังทรงติเตียน และห้ามภิกษุบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริงแก่ผู้ที่ไม่ใช่ภิกษุหรือภิกษุณี สิกขาบทเหล่านี้เป็นวินัยของภิกษุ แต่บทเรียนเรื่องความซื่อตรงต่อคุณสมบัติของตนใช้ได้กับทุกคน

  1. ๑

    ความลำบากไม่ใช่ใบอนุญาตให้หลอกลวง อุทรสฺส การณา

    ภิกษุกลุ่มนี้เริ่มจากความกลัวอดอยากในช่วงที่ชาวบ้านเองก็หาเลี้ยงชีพฝืดเคือง ต้องใช้สลากซื้ออาหาร แต่พระพุทธเจ้าก็ยังทรงติเตียนว่าพูดชมคุณวิเศษของกันและกันเพราะเหตุแห่งท้อง และตรัสว่าถูกมีดเชือดโคคว้านท้องยังดีกว่า เพราะอย่างนั้นทำให้ตายหรือทุกข์ปางตาย แต่ไม่ทำให้ไปสู่ทุคติเหมือนการอวดคุณวิเศษ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเจอแรงกดดันเรื่องเงินหรือยอดขาย ขีดเส้นไว้ล่วงหน้าว่าจะไม่พูดเกินความจริงเกี่ยวกับตัวเองหรือสินค้า แม้จะเสียโอกาสไปบ้าง

  2. ๒

    ชมกันเองเป็นทอด ๆ อญฺญมญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺณํ

    แผนของพวกเขาคือไม่ให้ใครอวดตัวเอง แต่พูดถึงกันและกันว่ารูปโน้นได้ปฐมฌาน รูปโน้นเป็นพระโสดาบัน รูปโน้นเป็นพระอรหันต์ รูปโน้นได้วิชชา ๓ รูปโน้นได้อภิญญา ๖ เมื่อหลายรูปพูดสอดคล้องกัน ชาวบ้านก็เชื่อสนิท

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ระวังการรับรอง รีวิว หรือแนะนำกันเองในกลุ่มเพื่อนหรือในวงธุรกิจ เมื่อเรายังไม่รู้จริงว่าคนนั้นมีความสามารถตามที่พูด

  3. ๓

    คนที่ศรัทธาเป็นผู้แบกต้นทุน น มาตาปิตูนํ เทนฺติ

    ชาวบ้านยินดีว่าเป็นลาภของตนที่มีภิกษุผู้มีคุณวิเศษมาจำพรรษา อาหาร ของเคี้ยว ของลิ้ม และน้ำดื่มแบบที่ถวายภิกษุเหล่านั้น พวกเขาไม่กินเอง ไม่ให้พ่อแม่ ลูกเมีย คนรับใช้ มิตร หรือญาติ ทั้งที่อยู่ในช่วงข้าวยากหมากแพง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นใครใช้ความศรัทธาหรือความหวังของคนอื่นหาประโยชน์ นึกถึงครอบครัวที่ต้องสละของจำเป็นไป และอย่าร่วมชักชวนคนอื่นเข้าไป

  4. ๔

    ถามตรง ตอบตรง อภูตํ ภควา

    พระพุทธเจ้าทรงทักทายก่อนว่ายังพอทนได้หรือ อยู่จำพรรษาผาสุกไม่ลำบากด้วยบิณฑบาตหรือ แล้วตรัสถามว่าทำได้ด้วยวิธีใด เมื่อพวกเขาเล่าให้ฟังแล้ว จึงตรัสถามว่าคุณวิเศษนั้นมีจริงหรือ พวกเขาทูลตามจริงว่าไม่มีจริง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องตรวจสอบเรื่องที่น่าสงสัย ให้ฟังเรื่องทั้งหมดก่อน แล้วถามคำถามที่ตรงประเด็นที่สุด

  5. ๕

    ยอดมหาโจร เถยฺยาย โว ภิกฺขเว รฏฺฐปิณฺโฑ ภุตฺโต

    พระพุทธเจ้าทรงแสดงมหาโจร ๕ จำพวก เช่น ภิกษุที่อยากมีบริวารร้อยพันเที่ยวไปรับลาภสักการะ ภิกษุที่ใส่ร้ายเพื่อนพรหมจารีผู้บริสุทธิ์ด้วยเรื่องไม่มีมูล และภิกษุที่นำของสงฆ์ไปเอาใจคฤหัสถ์ แล้วตรัสว่าผู้ที่อวดอุตตริมนุสสธรรมซึ่งไม่มีจริงเป็นยอดมหาโจร เพราะบริโภคก้อนข้าวของชาวแว่นแคว้นด้วยอาการขโมย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เงินหรือความนับถือที่ได้มาจากความสามารถที่ไม่มีจริง เป็นการลักขโมยรูปแบบหนึ่ง แม้ผู้ให้จะเต็มใจให้ก็ตาม

  6. ๖

    สำคัญผิดโดยสุจริตกับการโกหก อญฺญตฺร อธิมานา

    ต่อมามีภิกษุหลายรูปที่สำคัญว่าตนได้บรรลุทั้งที่ยังไม่ได้บรรลุ แล้วพูดตามที่เข้าใจ ภายหลังจิตยังน้อมไปในราคะ โทสะ และโมหะ จึงกังวลว่าต้องปาราชิกแล้วหรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าการสำคัญผิดเช่นนี้มีอยู่ และไม่นับเป็นอาบัติ แล้วทรงเพิ่มข้อยกเว้นว่า เว้นไว้แต่สำคัญว่าได้บรรลุ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การเข้าใจตัวเองผิดต่างจากการโกหก แต่ก็ควรเปิดใจตรวจสอบ ถ้าความโกรธหรือความอยากยังกลับมาได้ ให้ยอมรับว่าเรายังไปไม่ถึงที่คิด

  7. ๗

    แม้เป็นจริงก็ไม่ควรนำไปแลกลาภ ภูตสฺมึ ปาจิตฺติยํ

    ในมหาวิภังค์ ภาค ๒ เรื่องเดียวกันถูกเล่าอีกครั้ง คราวนี้ภิกษุทูลว่าคุณวิเศษนั้นมีจริง พระพุทธเจ้าก็ยังทรงติเตียนว่าพูดชมกันแก่คฤหัสถ์เพราะเหตุแห่งท้อง และทรงบัญญัติว่าภิกษุบอกอุตตริมนุสสธรรมแก่ผู้ที่ไม่ใช่ภิกษุหรือภิกษุณี แม้มีจริงก็เป็นปาจิตตีย์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความก้าวหน้าทางจิตใจที่เกิดขึ้นจริง ไม่ควรนำไปประกาศเพื่อให้ได้คำยกย่องหรือสิ่งตอบแทน

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ทุกวันนี้การอวดคุณสมบัติที่ไม่มีจริงมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ประวัติการทำงานที่เกินจริง รีวิวปลอม ผู้เชี่ยวชาญที่รับรองกันเองเป็นทอด ๆ ไปจนถึงการโฆษณาว่าคอร์สหรือวัตถุมงคลให้ผลเหนือธรรมชาติ วิธีของภิกษุวัคคุมุทา คือไม่มีใครชมตัวเองตรง ๆ แต่ช่วยกันชมคนอื่นในกลุ่ม ก็ยังพบได้บ่อย

เรื่องนี้ชี้ว่าความลำบากเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ แต่ไม่ได้ทำให้การหลอกลวงกลายเป็นความชอบธรรม และคนที่เสียหายมากที่สุดคือคนที่ศรัทธาจริงและยอมสละของของตน

สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม เรื่องนี้เตือนให้ระวังการพูดถึงผลการปฏิบัติของตนหรือของผู้อื่นเกินกว่าที่รู้จริง และให้ความเลื่อมใสตั้งอยู่บนคำสอนและการปฏิบัติที่ตรวจสอบได้ มากกว่าคำเล่าลือว่าใครบรรลุอะไร

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัฏฐาน: นิวรณ์ชนิดไหนมาด้วยกัน และอะไรหนุนให้นิวรณ์เกิด

นีวรณทุกํ

นีวรณทุกะแบ่งธรรมเป็นสองฝ่าย คือธรรมที่เป็นนิวรณ์และธรรมที่ไม่ใช่นิวรณ์ ตัวอย่างในคัมภีร์บอกว่านิวรณ์ไม่ได้มาเ…

วิรัทธสูตร ปารสูตร และอัญญติตถิยวรรค: ถ้ามีคนถามว่าปฏิบัติไปเพื่ออะไร

กิมตฺถิยํ อาวุโส สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยํ

ใครพลาดอริยมรรคก็พลาดทางสิ้นทุกข์ ใครเริ่มก็ได้เริ่มทางนั้น ในหมู่มนุษย์ผู้ถึงฝั่งมีน้อย คนส่วนมากวิ่งเลียบฝั่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้