อธิษฐานธรรม ๔
จตฺตาโร อธิฏฺฐานาสี่หลักที่ควรตั้งไว้ในใจ — ปัญญา สัจจะ จาคะ อุปสมะ สรุปการปฏิบัติทั้งหมดไว้ในสี่คำ
มหาสจฺจกสุตฺตํ
สัจจกนิครนถ์ถามเรื่องการอบรมกายและอบรมจิต พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่าเคยทรมานพระวรกายจนถึงที่สุดแต่ไม่พบทางตรัสรู้ จนระลึกถึงความสุขจากปฐมฌานใต้ต้นหว้า แล้วตรัสกับพระองค์เองว่า เหตุใดจึงกลัวความสุขที่ไม่เกี่ยวกับกาม
ในมหาสัจจกสูตร มัชฌิมนิกาย ที่ป่ามหาวันใกล้กรุงเวสาลี สัจจกนิครนถ์เข้ามาทูลว่า สมณพราหมณ์บางพวกขวนขวายอบรมกายแต่ไม่อบรมจิต บางพวกอบรมจิตแต่ไม่อบรมกาย พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า คนที่ไม่ได้อบรมกายและจิต เมื่อสุขเวทนาเกิดก็ติดใจ เมื่อทุกขเวทนาเกิดก็เศร้าโศกคร่ำครวญ ทั้งสุขและทุกข์เข้าครอบงำจิตได้ ส่วนอริยสาวกที่อบรมแล้ว สุขและทุกข์ไม่ครอบงำจิต
สัจจกะทูลถามว่าเคยมีสุขเวทนาหรือทุกขเวทนาที่ครอบงำจิตของพระองค์บ้างไหม พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าการแสวงหาก่อนตรัสรู้ ตั้งแต่ออกผนวช ศึกษากับอาฬารดาบสและอุทกดาบส อุปมาไม้สีไฟสามข้อ การบำเพ็ญทุกรกิริยาอย่างหนัก ทั้งกลั้นลมหายใจและอดอาหารจนร่างกายซูบผอมอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้บรรลุธรรมที่ยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดา
แล้วทรงระลึกถึงครั้งที่ประทับใต้ร่มหว้าและเข้าปฐมฌาน จึงทรงเห็นว่านั่นคือทางตรัสรู้ ทรงกลับมาเสวยอาหาร ปัญจวัคคีย์ผิดหวังและจากไป จากนั้นทรงบรรลุฌาน ๔ และวิชชา ๓ ทรงยืนยันว่าแม้ในช่วงนั้น ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นก็ไม่ครอบงำจิตของพระองค์
คนที่ไม่ได้อบรม เมื่อสุขเวทนาเกิดก็หลงติดใจ เมื่อสุขนั้นดับไปและทุกขเวทนาเกิดก็เศร้าโศก ทรงอธิบายว่าสุขเวทนาครอบงำจิตได้เพราะไม่ได้อบรมกาย ทุกขเวทนาครอบงำจิตได้เพราะไม่ได้อบรมจิต ผู้ที่อบรมทั้งสองอย่างแล้ว ทั้งสุขและทุกข์เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ครอบงำจิต
เวลาได้ข่าวดีหรือข่าวร้าย ให้สังเกตว่าความรู้สึกนั้นเข้ามายึดใจไปทั้งวันหรือไม่ แค่รู้ทันก็เริ่มลดการถูกครอบงำได้
ไม้สดมียางแช่อยู่ในน้ำ ไม่มีทางสีให้เกิดไฟได้ ไม้สดมียางวางบนบกไกลน้ำ ก็ยังสีให้เกิดไฟไม่ได้ ไม้แห้งไม่มียางวางบนบก จึงสีให้เกิดไฟได้ เช่นเดียวกัน ผู้ที่กายและใจยังไม่ออกห่างจากกาม และยังไม่ได้ละความพอใจในกามภายใน จะทรมานตนหรือไม่ ก็ไม่อาจบรรลุญาณได้
ก่อนเพิ่มความพยายามในการฝึกอะไรก็ตาม ให้ดูว่าเงื่อนไขพื้นฐานพร้อมหรือยัง เช่น อยากมีสมาธิแต่ยังไถโทรศัพท์ทั้งคืน ความพยายามก็เหมือนสีไม้เปียก
ทรงเล่าว่าเคยกัดฟัน เอาลิ้นกดเพดานปาก ข่มจิตด้วยจิตจนเหงื่อไหล และกลั้นลมหายใจทางปาก จมูก และหู จนเกิดเสียงลมดังในหู ปวดศีรษะรุนแรง ปวดท้องเหมือนถูกมีดคนฆ่าโคคว้าน และร้อนทั่วกายเหมือนถูกย่างบนหลุมถ่าน แม้ทุกขเวทนาจะแรงเพียงนั้น ก็ไม่ครอบงำจิตของพระองค์ แต่ความเพียรนั้นก็ไม่ได้พาไปสู่การตรัสรู้
ความทนทานต่อความเจ็บปวดไม่ใช่ตัวชี้วัดความก้าวหน้า ถ้าวิธีฝึกทำให้ร่างกายบาดเจ็บ ควรหยุดและทบทวน ไม่ใช่ฝืนต่อ
ทรงลดอาหารลงจนเหลือวันละน้อยนิด ร่างกายซูบผอมจนกระดูกสันหลังนูนเป็นข้อ ๆ ซี่โครงเหมือนกลอนศาลาเก่า ลูกตาลึกเหมือนเงาน้ำในบ่อลึก ลูบกายแล้วขนร่วง แล้วทรงพิจารณาว่า ทุกขเวทนาที่สมณพราหมณ์ใดเคยเสวยก็ไม่เกินนี้ แต่ด้วยทุกรกิริยาที่เผ็ดร้อนนี้ ก็ยังไม่บรรลุญาณทัสสนะอันวิเศษ
เมื่อทุ่มเทแบบหักโหมมานานแต่ไม่ได้ผล การยอมรับว่า "วิธีนี้ไม่ใช่" ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นความซื่อตรงต่อข้อเท็จจริง
ทรงระลึกได้ว่า ครั้งหนึ่งขณะพระบิดาศากยะทรงทำงาน พระองค์ประทับใต้ร่มหว้าที่เย็น สงัดจากกามและอกุศลธรรม แล้วเข้าปฐมฌาน จึงทรงรู้ว่า "นี่แหละทางเพื่อการตรัสรู้" อรรถกถาอธิบายว่าเหตุการณ์นี้เกิดในพิธีแรกนาขวัญเมื่อยังทรงพระเยาว์
เมื่อติดอยู่กับปัญหา ลองนึกย้อนว่าเคยมีช่วงไหนที่ใจสงบและเห็นอะไรชัดโดยไม่ต้องฝืน สิ่งที่เคยได้ผลอย่างเป็นธรรมชาติอาจเป็นเบาะแสที่ดี
ทรงพิจารณาว่า เหตุใดจึงกลัวความสุขที่ไม่เกี่ยวกับกามและอกุศลธรรม แล้วตรัสว่าไม่กลัวความสุขนั้น ความสุขจากความสงบของใจจึงไม่ใช่สิ่งที่ผู้ปฏิบัติต้องหลีกเลี่ยงหรือรู้สึกผิด
ถ้ารู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้พัก นั่งเงียบ ๆ หรือสบายใจ ลองแยกให้ออกว่านี่คือความสุขที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร และอนุญาตให้ตัวเองได้รับมัน
ทรงเห็นว่ากายที่ซูบผอมเกินไปไม่อาจเข้าถึงความสุขนั้นได้ง่าย จึงเสวยอาหารหยาบ คือข้าวสุกและขนมกุมมาส ภิกษุปัญจวัคคีย์ที่คอยอุปัฏฐากอยู่เข้าใจว่าพระองค์เลิกความเพียรแล้ว จึงเบื่อหน่ายและจากไป แต่หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงบรรลุฌานและตรัสรู้
เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนวิธีที่ดีต่อสุขภาพกายใจมากขึ้น อาจมีคนมองว่าเราย่อหย่อน ให้ยึดผลที่เห็นจริงมากกว่าภาพที่คนอื่นคาดหวัง
หลายคนเชื่อว่ายิ่งทรมานตัวเองมาก ยิ่งได้ผลมาก ทั้งการทำงานจนไม่หลับไม่นอน การอดอาหารสุดโต่ง หรือการกดดันตัวเองอย่างหนัก พระสูตรนี้เป็นคำยืนยันจากพระพุทธเจ้าเองว่า ทรงลองทางนั้นจนสุดทางแล้ว และมันไม่ใช่ทาง
ข้อสำคัญคือ พระสูตรนี้ไม่ได้บอกให้ตามใจตัวเองแทน ความสุขที่ทรงเลือกคือความสุขจากใจที่สงบ ไม่เกี่ยวกับกามและอกุศลธรรม คนที่เคยรู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้พักหรือได้สบายใจ อาจต้องถามตัวเองแบบเดียวกันว่ากลัวความสุขชนิดนี้ไปทำไม
คำเตือน: รายละเอียดเรื่องการอดอาหารและกลั้นลมหายใจในพระสูตร เล่าไว้เพื่อแสดงว่าเป็นทางที่ผิด ไม่ใช่วิธีปฏิบัติ อย่าเลียนแบบการอดอาหารหรือทรมานร่างกาย หากกำลังมีปัญหาเรื่องการกิน ควรปรึกษาแพทย์
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สี่หลักที่ควรตั้งไว้ในใจ — ปัญญา สัจจะ จาคะ อุปสมะ สรุปการปฏิบัติทั้งหมดไว้ในสี่คำ
เทวดาชวนพระสมิทธิผู้ยังหนุ่มให้เสพกามก่อน อย่าทิ้งของที่เห็นอยู่ตรงหน้า — ท่านตอบว่า ท่านละสิ่งที่ขึ้นกับกาลเว…
พระเมตติยะและพระภุมมชกะน้อยใจที่ได้ที่พักและอาหารอย่างเลว จึงเดาเอาเองว่าพระทัพพมัลลบุตรกลั่นแกล้ง แล้ววานคนอื…
คัมภีร์อธิบายว่าสิ่งที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยให้สิ่งชนิดเดียวกันที่เกิดหลัง ๆ มีกำลังขึ้น ตัวอย่างที่ยกไว้คือบร…