รับนิมนต์แล้วไปฉันที่อื่น: ภัตตาหารของกรรมกรเข็ญใจ
ใช้ในชีวิตประจำวัน

รับนิมนต์แล้วไปฉันที่อื่น: ภัตตาหารของกรรมกรเข็ญใจ

อญฺญตฺร นิมนฺติตา อญฺญตฺร ภุญฺชิสฺสนฺติ

กรรมกรยากจนเก็บค่าจ้างมาเลี้ยงพระสงฆ์ แต่ภิกษุไปบิณฑบาตฉันมาก่อนแล้วรับอาหารของเขาเพียงเล็กน้อย เขาจึงน้อยใจว่าตนให้ไม่พอหรือ อีกเรื่องหนึ่ง พระอุปนันทะเที่ยวไปตามบ้านจนภิกษุทั้งวงต้องรอ สองสิกขาบทนี้สอนเรื่องการให้เกียรติคำเชิญที่รับไว้แล้ว

๗ ข้อ

ในพระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค ๒ ปาจิตติยกัณฑ์ โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๓ เล่าว่าในกรุงเวสาลี ชาวเมืองผลัดกันจัดภัตตาหารอันประณีตถวายสงฆ์ กรรมกรเข็ญใจคนหนึ่งคิดว่าทานนี้คงไม่ใช่บุญเล็กน้อย จึงไปขอค่าจ้างจากนายจ้าง นายจ้างเป็นคนมีศรัทธาจึงให้ค่าจ้างเกินปกติ เขานิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์ พระพุทธเจ้าตรัสเตือนว่าภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่นัก เขาตอบว่าไม่เป็นไร ได้เตรียมพุทราไว้มาก เครื่องดื่มเจือพุทราจะมีบริบูรณ์ ภิกษุทั้งหลายได้ยินดังนั้นจึงออกบิณฑบาตฉันเสียแต่เช้า ส่วนชาวบ้านรู้ข่าวก็นำของเคี้ยวของฉันมาช่วยเขามากมาย

เมื่อเขาอังคาส ภิกษุพากันบอกว่าถวายแต่น้อยเถิด เขาขอว่าอย่ารับน้อยเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนจน ของมีมาก ภิกษุตอบว่าไม่ใช่เพราะเหตุนั้น แต่ฉันมาแต่เช้าแล้ว เขาจึงติเตียนว่าท่านรับนิมนต์ของเขาแล้วไฉนไปฉันที่อื่น เขาไม่สามารถถวายให้พอหรือ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติโภชนะทีหลังเป็นปาจิตตีย์ แล้วทรงผ่อนให้ในคราวเป็นไข้ คราวถวายจีวร คราวทำจีวร และทรงอนุญาตให้วิกัปภัตที่หวังจะได้ให้ภิกษุอื่น

อเจลกวรรค สิกขาบทที่ ๖ เล่าว่าตระกูลอุปัฏฐากนิมนต์ท่านพระอุปนันทะพร้อมภิกษุอื่น แต่ท่านเที่ยวไปตามตระกูลต่าง ๆ ก่อนเวลาฉัน ทายกไม่ยอมถวายภัตจนกว่าท่านจะมา ภิกษุขอถึงสามครั้ง ท่านมาถึงเอาตอนบ่าย ภิกษุทั้งหลายจึงฉันได้ไม่เต็มที่ จึงเกิดสิกขาบทห้ามภิกษุผู้รับนิมนต์แล้วเที่ยวไปในตระกูลก่อนหรือหลังฉันโดยไม่บอกลาภิกษุที่มีอยู่ ทั้งสองข้อเป็นวินัยของภิกษุ บทเรียนสำหรับคนทั่วไปคือการรักษาคำตอบรับที่ให้ไว้กับเจ้าภาพ

  1. ๑

    ทานของคนจนที่ไม่เล็กน้อย น โข อิทํ โอรกํ ภวิสฺสติ

    กรรมกรเห็นชาวเมืองทำภัตถวายสงฆ์โดยเคารพ จึงคิดว่าทานนี้คงไม่เล็กน้อย และอยากทำบ้าง เขาไปขอค่าจ้างจากนายจ้างเพื่อทำภัต นายจ้างผู้มีศรัทธาให้ค่าจ้างเกินปกติ ทานครั้งนี้จึงมาจากแรงงานของเขาเองและน้ำใจของคนรอบตัว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อคนที่มีไม่มากตั้งใจเลี้ยงหรือให้ของเรา ให้รับด้วยความเคารพเท่ากับ หรือมากกว่าของจากคนที่มีมาก

  2. ๒

    "อย่ารับน้อยเพราะเห็นว่าข้าพเจ้าจน" มา โข ตุเมฺห ภนฺเต อยํ ทลิทฺโท กมฺมกาโรติ

    เมื่อภิกษุบอกว่าถวายแต่น้อยเถิด กรรมกรเข้าใจว่าท่านเกรงใจเพราะเขาจน จึงขอให้รับตามต้องการ เพราะเขาเตรียมไว้มาก ภิกษุตอบว่าไม่ใช่เพราะเขาจน แต่เพราะฉันมาแต่เช้าแล้ว ตัวบทไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าภิกษุคิดอะไร แต่ลำดับเรื่องที่ภิกษุได้ยินว่าจะมีเครื่องดื่มเจือพุทราแล้วรีบไปบิณฑบาตก่อน ชวนให้เห็นว่าคำเชิญของคนจนถูกประเมินไว้ต่ำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าตัดสินล่วงหน้าว่างานของใครจะมีของน้อยหรือไม่น่าสนใจ แล้ววางแผนเผื่อจนดูเบาน้ำใจของเขา

  3. ๓

    "ข้าพเจ้าให้ไม่พอหรือ" น จาหํ ปฏิพโล ยาวทตฺถํ

    กรรมกรติเตียนว่าท่านรับนิมนต์ของเขาแล้ว ไฉนจึงไปฉันที่อื่น เขาไม่มีกำลังจะถวายให้พอแก่ความต้องการหรือ พระพุทธเจ้าทรงติเตียนภิกษุว่ารับนิมนต์ในที่หนึ่งแล้วไปฉันในอีกที่หนึ่ง แล้วทรงบัญญัติโภชนะทีหลังเป็นปาจิตตีย์ คือรับนิมนต์ด้วยโภชนะอย่างหนึ่งไว้แล้ว ไปฉันโภชนะอื่นแทน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าตอบรับนัดกินข้าวกับใครแล้ว อย่ากินอิ่มมาก่อนจนไปถึงแล้วแตะอาหารของเขาเพียงนิดเดียว

  4. ๔

    กติกาที่ผ่อนให้คนป่วย อตฺถิ เม ภตฺตปจฺจาสา

    ภิกษุป่วยรูปหนึ่งไม่รับบิณฑบาตที่เพื่อนนำมาให้ เพราะยังมีภัตที่หวังจะได้อยู่ แต่ภัตนั้นมาถึงสาย ภิกษุป่วยจึงฉันได้ไม่ตามต้องการ พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุป่วยฉันโภชนะทีหลังได้ และภายหลังทรงผ่อนให้ในคราวถวายจีวรและคราวทำจีวรด้วย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อตั้งกติกาเรื่องความตรงต่อเวลาหรือการรักษานัด ให้เผื่อข้อยกเว้นสำหรับคนป่วยหรือคนที่มีเหตุจำเป็นจริง

  5. ๕

    โอนคำเชิญให้คนอื่นอย่างเปิดเผย มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี

    เมื่อชาวบ้านถวายโภชนะแด่พระพุทธเจ้าและพระอานนท์ พระอานนท์รังเกียจไม่รับ เพราะยังมีภัตที่หวังจะได้อยู่ พระพุทธเจ้าตรัสให้วิกัปแล้วรับ คือกล่าวว่าข้าพเจ้าให้ภัตที่หวังว่าจะได้ของข้าพเจ้าแก่ภิกษุชื่อนี้ ภัตที่รับนิมนต์ไว้จึงไม่ถูกทิ้งเปล่า แต่มีผู้รับแทน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าไปงานที่ตอบรับไว้ไม่ได้ ให้บอกเจ้าภาพและถ้าเหมาะสม ส่งคนที่ไปแทนได้ อย่าหายเงียบไป

  6. ๖

    คนทั้งวงต้องรอคนเดียว ยมฺปิ มยํ ภนฺเต ภตฺตํ กริมฺหา อยฺยสฺส อุปนนฺทสฺส การณา

    ภิกษุบอกทายกให้ถวายภัตถึงสามครั้ง เพราะใกล้จะเลยเวลาแล้ว ทายกตอบว่าภัตนี้ทำเพราะท่านพระอุปนันทะ ขอให้รอท่านก่อน ท่านพระอุปนันทะเที่ยวไปตามตระกูลต่าง ๆ แล้วมาถึงตอนบ่าย ภิกษุทั้งหลายฉันได้ไม่เต็มที่ ต่อมาท่านไปเที่ยวหลังฉันแทน จนของเคี้ยวที่ตระกูลอุปัฏฐากส่งมาถวายสงฆ์ผ่านท่าน ถูกนำกลับไป พระพุทธเจ้าจึงทรงห้ามทั้งก่อนและหลังฉัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเราเป็นคนที่เจ้าภาพหรือทีมรออยู่ ความสายของเราไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ให้มาตามเวลาหรือบอกให้เขาเริ่มไปก่อน

  7. ๗

    บอกลาคนที่อยู่ก่อนไป สนฺตํ ภิกฺขุํ อาปุจฺฉา

    เมื่อภิกษุป่วยต้องการเภสัชแต่ไม่กล้าเข้าไปในตระกูล พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้บอกลาภิกษุที่มีอยู่แล้วเข้าไปได้ สิกขาบทวิภังค์อธิบายว่าภิกษุที่มีอยู่คือภิกษุที่สามารถบอกลาได้ ถ้าไม่มีใครให้บอกลาก็ไม่เป็นอาบัติ ข้อนี้ทำให้กติกาไม่ขวางความจำเป็น แต่ยังรักษาการสื่อสารกับหมู่ไว้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าต้องแวะไปที่อื่นระหว่างมีนัด ให้บอกคนที่รอหรือเพื่อนร่วมงานไว้สั้น ๆ ว่าไปไหนและจะกลับเมื่อไร

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คนที่ตั้งใจเลี้ยงเรา โดยเฉพาะคนที่มีไม่มาก มักลงทุนทั้งเงินและใจมากกว่าที่เราเห็น เมื่อเราตอบรับแล้วไปกินที่อื่นมาก่อน หรือมาช้าจนคนทั้งโต๊ะต้องรอ เจ้าภาพไม่ได้เสียแค่อาหาร แต่เสียความรู้สึกว่าน้ำใจของตนมีค่า คำถามของกรรมกรว่า "ข้าพเจ้าให้ไม่พอหรือ" คือความเจ็บที่เกิดจากเรื่องนี้

สิ่งที่น่าสังเกตคือข้อยกเว้น พระพุทธเจ้าทรงผ่อนให้ภิกษุป่วย เพราะภิกษุป่วยรูปหนึ่งไม่ยอมรับบิณฑบาตที่เพื่อนนำมาให้ เพื่อรอภัตที่หวังว่าจะได้ แต่ภัตนั้นมาถึงสาย จนฉันไม่ได้ตามต้องการ และทรงให้โอนภัตที่รับไว้ให้ผู้อื่นได้ กติกาจึงไม่ได้มุ่งให้ใครทนหิว แต่มุ่งให้ซื่อตรงต่อคำเชิญ

ในชีวิตจริง ถ้าตอบรับงานเลี้ยงแล้วมีเหตุจำเป็น ให้บอกเจ้าภาพก่อน และถ้ามีคนรอเราอยู่ ให้บอกเขาว่าเราจะไปไหน อย่าให้คนทั้งวงต้องหยุดเพราะเราคนเดียว

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

จุลลหังสชาดก: เพื่อนที่ไม่บินหนีเมื่อเราติดบ่วง

จุลฺลหํสชาตกํ

พญาหงส์ธตรฐติดบ่วงนายพราน ฝูงหงส์บินหนีไปหมด เหลือเพียงสุมุขหงส์เสนาบดีที่ไม่ยอมทิ้ง แม้นายจะสั่งให้ไป ความภัก…

ส่งพระสาวกออกจาริก: เพื่อประโยชน์สุขแก่ชนหมู่มาก

จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย

เมื่อมีพระอรหันต์ในโลก ๖๑ องค์ พระพุทธเจ้าตรัสให้ภิกษุแยกย้ายกันไปแสดงธรรมที่งามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้