วิธีมีสติในชีวิตประจำวัน
ฝึกสติได้ทุกที่โดยไม่ต้องนั่งสมาธิ ทั้งตอนกิน เดิน ฟัง ใช้โทรศัพท์ และทำงานบ้าน ด้วยการรู้ตัวในสิ่งที่กำลังทำ
-
๑
เข้าใจว่าสติคือการรู้ตัว
สติคือการระลึกได้และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร คิดอะไร รู้สึกอย่างไร ในขณะนั้นจริง ๆ ไม่ต้องรอนั่งสมาธิจึงจะฝึกได้ ทุกกิจกรรมในชีวิตเป็นที่ฝึกสติได้ทั้งหมด เริ่มจากทำทีละอย่าง และรู้ว่ากำลังทำสิ่งนั้นอยู่
-
๒
กินอย่างมีสติ
ก่อนกินหยุดสักครู่ มองอาหารตรงหน้า อาจพิจารณาสั้น ๆ ว่ากินเพื่อให้ร่างกายมีกำลัง ไม่ใช่เพื่อความอยาก ระหว่างกินให้รู้รส รู้การเคี้ยว รู้การกลืน วางช้อนระหว่างคำ และลองกินโดยไม่ดูจอสักมื้อต่อวัน จะรู้ด้วยว่าอิ่มพอดีเมื่อไร
-
๓
เดินอย่างมีสติ
เวลาเดินไปที่ต่าง ๆ เช่น เดินไปขึ้นรถหรือเดินในที่ทำงาน ให้รู้เท้าที่สัมผัสพื้น รู้จังหวะก้าวซ้ายขวา ไม่ต้องเดินช้าผิดปกติ แค่รู้ตัวขณะเดิน ถ้าอยากฝึกแบบเป็นกิจจะลักษณะ ดูคู่มือ 'วิธีเดินจงกรมเบื้องต้น' ได้บนเว็บไซต์นี้
-
๔
ฟังอย่างมีสติ
เวลามีคนพูดด้วย ให้หันไปหาเขา วางโทรศัพท์ และฟังให้จบก่อนคิดคำตอบ สังเกตด้วยว่าใจเราเริ่มตัดสินหรืออยากแทรกเมื่อไร รู้แล้วกลับมาฟังต่อ การฟังด้วยสติเป็นทั้งการฝึกใจและการให้เกียรติคนตรงหน้า
-
๕
ใช้โทรศัพท์อย่างมีสติ
ก่อนหยิบโทรศัพท์ ถามตัวเองสั้น ๆ ว่ากำลังจะเปิดเพื่ออะไร เมื่อเสร็จธุระแล้วให้วางลง ถ้ารู้ตัวว่าเลื่อนดูไปเรื่อย ๆ ให้หยุด หายใจสักสามครั้ง แล้วเลือกใหม่ว่าจะทำอะไรต่อ ลองปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น และไม่ใช้โทรศัพท์ขณะกินข้าวหรือขณะคุยกับคนในบ้าน
-
๖
ทำงานบ้านอย่างมีสติ
การล้างจาน กวาดบ้าน พับผ้า รดน้ำต้นไม้ เป็นเวลาฝึกสติที่ดีมาก ให้รู้ความรู้สึกของน้ำที่มือ น้ำหนักของไม้กวาด การเคลื่อนไหวของแขน ทำทีละชิ้นอย่างตั้งใจ แทนที่จะรีบให้เสร็จไปพร้อมกับคิดเรื่องอื่น งานบ้านจะกลายเป็นเวลาพักใจ
-
๗
ใช้สัญญาณเตือนและใจดีกับตัวเอง
ตั้งสัญญาณเตือนให้กลับมารู้ตัว เช่น ทุกครั้งที่เปิดประตู ล้างมือ หรือได้ยินเสียงโทรศัพท์ ให้หายใจรู้ตัวหนึ่งครั้ง ลืมบ่อยเป็นเรื่องปกติ เมื่อระลึกได้ก็เริ่มใหม่ อ่านหลักการฝึกสติเพิ่มเติมได้ที่หน้าหลักธรรม 'สติปัฏฐาน ๔'