ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม 13 · หน้า 324 · ข้อ 148 149 150 151
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ขึ้นและดับไป ความเข้าไปสงบสังขารเหล่า

นั้นได้เป็นสุข.

[๑๔๘] . . .ท่านพระอนุรุทธะ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

ลมอัสสาสะปัสสาสะของพระมุนีผู้มี

พระทัยตั้งมั่น คงที่ ไม่หวั่นไหว ปรารภ

สันติทำกาละมิได้มีแล้ว.

พระองค์มีพระทัยไม่หดหู่ ทรงอด-

กลั้นเวทนาได้แล้ว ความพ้นแห่งจิตได้มี

แล้ว เหมือนดวงประทีปดับไปฉะนี้.

[๑๔๙] . . .ท่านพระอานนท์ ได้กล่าวคาถานี้ว่า

เมื่อพระสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วย

อาการอันประเสริฐทั้งปวง ปรินิพพาน

แล้ว ในครั้งนั้นได้เกิดอัศจรรย์ น่าพึงกลัว

และเกิดความขนพองสยองเกล้า.

[๑๕๐] เมื่อพระผู้มีภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว บรรดาภิกษุเหล่านั้น พวกภิกษุยังมีราคะไม่ไปปราศแล้ว บางพวกประคองแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมาเหมือนเท้าขาด รำพันว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพาน เร็วนัก พระสุคตปรินิพพานเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระจักษุในโลกอันตรธาน

เร็วนัก. ส่วนพวกภิกษุที่มีราคะไปปราศแล้ว มีสติสัมปชัญญะอดกลั้นอยู่ว่า

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ ข้อนั้น จะหาได้ในสังขารนี้แต่ที่ไหน.

[๑๕๑] ครั้งนั้น ท่านพระอนุรุทธะเตือนภิกษุทั้งหลายว่า อย่าเลยผู้มี อายุทั้งหลาย พวกท่านอย่าเศร้าโศกอย่าร่ำไรไปเลย เรื่องนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสบอกไว้ก่อนแล้วไม่ใช่หรือว่า ความเป็นต่าง ๆ ความพลัดพราก ความ