ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๔๔๕ · ข้อ 162
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า รตฺตาวเสสํ คือราตรีที่ยังเหลือระยะเวลาเล็กน้อยเพราะ

ปรินิพพานในเวลาใกล้รุ่ง. บทว่า ธมฺมิยา กถาย คือไม่มีธรรมกถาที่แยก

ออกไปเป็นอย่างอื่น. แต่ว่า พระเถระเจ้าทั้งสองยังเวลาให้ล่วงไปด้วยกถาที่

เกี่ยวด้วยมรณะเห็นปานนี้ว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย พระยามัจจุราชนี้ ไม่ละอาย ต่อพระศาสดาผู้ไม่มีบุคคลเปรียบในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ก็จะป่วยกล่าวไปใย

ว่าจะละอายต่อโลกิยมหาชน. ก็เมื่อพระเถระทั้งสองกล่าวกถาอยู่นั้น อรุณก็

ขึ้นโดยครู่เดียวเท่านั้น. บทว่า อถโข ความว่า เมื่ออรุณขึ้น พระเถระก็

กล่าวต่อพระเถระ.

บทว่า เตน กรณีเยน ความว่า กรณียะอันใดอย่างนี้ คือจะพึงจัด สักการะมีดอกไม้และของหอมเป็นต้น ในที่ปรินิพพานเช่นไรหนอ. จะพึงจัด

ที่นั่งสำหรับภิกษุสงฆ์เช่นไร. จะพึงจัดขาทนียะ โภชนียะ เช่นไร. อันผู้รู้

เรื่องพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้วจะพึงกระทำ พวกเจ้ามัลละประชุมกัน

ด้วยกรณียะเช่นนั้น. บทว่า สพฺพญฺจ ตาลาวจรํ ได้แก่ เครื่องดุริยางค์

ทุกชนิด. บทว่า สนฺนิปาเตถ ความว่า ตีกลองเรียกประชุม. เจ้ามัลละ

เหล่านั้น ได้กระทำกันอย่างนั้น. บทว่า มณฺฑลมาเล ได้แก่ นำมาลัยวง

ด้วยผ้า. บทว่า ปฏิยาเทนฺตา แปลว่า จัด. บทว่า ทกฺขิเณน ทกฺขณํ

คือ ทิศาภาคด้านทักษิณแห่งพระนคร. บทว่า พาหิเรน พาหิรํ ได้แก่ ไม่เข้า ไปภายในพระนคร นำไปข้างนอก โดยข้างนอกพระนครนั่นแหละ. บทว่า ทกฺขิณโต นครสฺส ความว่า ตั้งไว้ในสถานที่เช่นเดียวกับประตูด้านทักษิณ ของกรุงอนุราธปุระ กระทำสักการะสัมมานะแล้วจักทำฌาปนกิจในสถานที่ เช่นเดียวกับพระเชตวัน.

บทว่า อฏฺ มลฺลปาโมกฺขา ได้แก่ พวกเจ้ามัสละรุ่นมัชฌิมวัย

สมบูรณ์ด้วยเรี่ยวแรง. บทว่า สีสํ นฺหาตฺวา ได้แก่ ชำระศีรษะอาบน้ำแล้ว.